แนวทางพัฒนาหลักสิทธิมนุษยชนของประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ความคิดเห็นของประชาชนต่อหลักสิทธิมนุษยชน2) เปรียบเทียบความคิดเห็นต่อหลักสิทธิมนุษยชนของประชาชน ที่จำแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 3) สภาพปัญหาต่อหลักสิทธิมนุษยชนของประชาชนและ 4) แนวทางการพัฒนาหลักสิทธิมนุษยชนของประชาชน กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 400 คน ด้วยการใช้สูตรของ Yamane ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ ภาครัฐ ภาคประชาชน และภาควิชาการ ประกอบด้วย 15 คน ผู้วิจัยเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมเป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ จำนวน ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและวิเคราะห์ข้อมูล ทดสอบสมมติฐาน โดยใช้สถิติค่าที (t-test) และใช้สถิติเอฟ (F-test) ผลการวิจัยพบว่า 1. ความคิดเห็นของประชาชนต่อหลักสิทธิมนุษยชนของประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (X= 3.80) ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน (X= 3.85) ด้านเครือข่าย และความร่วมมือ (X= 3.84) ด้านนโยบายและกลไกสนับสนุน (X= 3.68) 2. ประชาชนที่จำแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน โดยภาพรวม พบว่า ประชาชนในเขตจังหวัดหนองบัวลำภูที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกัน มีความคิดเห็นต่อหลักสิทธิมนุษยชนไม่แตกต่างกัน 3. สภาพปัญหาสิทธิมนุษยชน พบว่า ประชาชนในชนบทเผชิญปัญหาความยากจน รายได้ไม่แน่นอน และหนี้สิน ทำให้เข้าถึงปัจจัยพื้นฐานและบริการสาธารณะได้จำกัดการสาธารณสุขและการศึกษายังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล เด็กบางส่วนหลุดจากระบบการศึกษาและเข้าสู่แรงงานเร็ว ยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรม ยาเสพติด ความรุนแรง และการเข้าถึง สิทธิที่ไม่เท่าเทียมของกลุ่มเปราะบาง 4. แนวทางพัฒนาและแก้ไขปัญหา พบว่า ควรพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมอาชีพท้องถิ่น เพิ่มรายได้ และลดความยากจนอย่างยั่งยืนยกระดับสาธารณสุขและการศึกษาให้เข้าถึงทั่วถึงพร้อมคุ้มครองเด็ก เยาวชน และแรงงานให้มีความเป็นธรรม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน แก้ปัญหายาเสพติด ดูแลสิ่งแวดล้อม และพัฒนาระบบยุติธรรมให้โปร่งใสและสามารถเข้าถึงได้
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ภัคพงศ์ ปัญธิญา. (2565). ทัศนคติ การรับรู้ และการตระหนักถึงสิทธิมนุษยชนและการเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมทางเพศของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
พงษ์เทพ สันติกุล และคณะ. (2562). รูปแบบการจัดการความรู้ของผู้บริหารคณะสงฆ์สำหรับการสอนธรรมศึกษา ในสถานศึกษา. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 15(2): 22-36.
ไพรัช ธีระชัยมหิทธิ์. (2568). ปัญหาสิทธิมนุษยชน ของบุคคลที่มีสัญชาติไทยตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 (แก้ไขฉบับที่ 4 พ.ศ. 2551). วารสารกฎหมาย การเมือง และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 9(2): 49-67.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก. หน้า 1-90.
อุดมศักดิ์ สินธิพงษ์. (2561). กฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: วิญญูชน.
Bagozzi, R.P. (1981). Attitudes, intentions, and behavior: A test of some key hypotheses. Journal of Personality and Social Psychology, 41(4): 607–627.
Chambers, R. (1994). The origins and practice of participatory rural appraisal. World Development, 22(7): 953-969. doi.org.
Durkheim, É. (1997). The division of labour in society (W. D. Halls, Trans.). Free Press. (Original work published 1893).
Locke, J. (1975). An essay concerning human understanding (P.H. Nidditch, Ed.). Clarendon Press. (Original work published 1689).
Mannheim, K. (1954). Ideology and utopia: An introduction to the sociology of knowledge (L. Wirth & E. Shils, Trans.). Harcourt, Brace & World. (Original work published 1936).
Sen, A. (1999). Development as freedom. Oxford University Press.
Wraight, S.P., & Ramos, M.E. (2008). Application of the entomopathogenic fungus Beauveria bassiana against the melon aphid Aphis gossypii on greenhouse cucumber. Biocontrol Science and Technology, 18(1): 1-15. doi.org.
United Nations. (1948). Universal declaration of human rights. un.org