การพัฒนาชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุก เรื่องสถิติและข้อมูลโดยใช้บริบทท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรีที่เสริมสร้างความคิดเชิงคณิตศาสตร์ในบริบทชีวิตจริงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสงวนหญิง จังหวัดสุพรรณบุรี

Main Article Content

เพ็ญลดา ทู้ไพเราะ

บทคัดย่อ

            บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพปัญหา ความต้องการ และแนวทางในการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องสถิติและข้อมูล ที่เสริมสร้างความคิดเชิงคณิตศาสตร์ในบริบทชีวิตจริงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสงวนหญิง จังหวัดสุพรรณบุรี 2) เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุก เรื่องสถิติและข้อมูล โดยใช้บริบทท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี ที่เสริมสร้างความคิดเชิงคณิตศาสตร์ในบริบทชีวิตจริง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสงวนหญิง จังหวัดสุพรรณบุรี ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ คณิตศาสตร์เชิงรุก เรื่องสถิติและข้อมูลโดยใช้บริบทท้องถิ่น จังหวัดสุพรรณบุรี ที่เสริมสร้างความคิดเชิงคณิตศาสตร์ในบริบทชีวิตจริง การวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสงวนหญิง จังหวัดสุพรรณบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่มโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ ชุดกิจกรรม แบบวัดความคิดเชิงคณิตศาสตร์ในบริบทชีวิตจริง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม (E1/E2) และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างที่สัมพันธ์กัน (Dependent Samples t-test)


            ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องสถิติและข้อมูลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสงวนหญิง จังหวัดสุพรรณบุรี พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้ทางสถิติกับสถานการณ์ในชีวิตจริงขาดทักษะการวิเคราะห์ และตีความข้อมูล รวมทั้งมีความต้องการรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติ การทำงานร่วมกัน และการใช้บริบทท้องถิ่นที่ใกล้ตัวในการเรียนรู้ แนวทางที่เหมาะสมในการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ การจัดกิจกรรมเชิงรุก (Active Learning) การใช้บริบทท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นฐาน การส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การทำงานร่วมกัน การใช้สถานการณ์จริงในการวิเคราะห์ข้อมูล และการเปิดโอกาสให้นักเรียนอภิปรายและให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์  2) ชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุก เรื่องสถิติและข้อมูล โดยใช้บริบทท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี ที่เสริมสร้างความคิดเชิงคณิตศาสตร์ในบริบทชีวิตจริงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสงวนหญิง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมี ประสิทธิภาพเท่ากับ 82.35/84.12 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80 3) ผลการศึกษา ประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุก เรื่องสถิติและข้อมูล โดยใช้บริบทท้องถิ่น จังหวัดสุพรรณบุรี ที่เสริมสร้างความคิดเชิงคณิตศาสตร์ในบริบทชีวิตจริง พบว่า นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมที่พัฒนาขึ้นมีคะแนนความคิดเชิงคณิตศาสตร์ในบริบทชีวิตจริงหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t=24.13, p<.001)

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ทู้ไพเราะ เ. (2026). การพัฒนาชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุก เรื่องสถิติและข้อมูลโดยใช้บริบทท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรีที่เสริมสร้างความคิดเชิงคณิตศาสตร์ในบริบทชีวิตจริงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสงวนหญิง จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารศรีสุวรรณภูมิปริทรรศน์, 4(3), 373–386. สืบค้น จาก https://so14.tci-thaijo.org/index.php/JSBR/article/view/3470
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

ชนาธิป พรกุล. (2561). การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนากระบวนการคิด. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.

ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช.

เชิดศักดิ์ ภักดีวิโรจน์. (2556). การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทิศนา แขมมณี. (2565). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2554). การวิจัยและสถิติทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

บุญชม ศรีสะอาด. (2557). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

ปราวิณยา สุวรรณณัฐโชติ. (2551). การออกแบบการเรียนการสอนบนเว็บ: ทฤษฎีและการประยุกต์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2561). การเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลังกับ PLC เพื่อการพัฒนา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วิชัย วงษ์ใหญ่. (2563). การพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ. กรุงเทพฯ: ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้.

วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.

วรรณดี โกมลรัตน์. (2558). การวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

สมนึก ภัททิยธนี. (2562). การวัดและประเมินผลการศึกษา. กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์.

สมบัติ ท้ายเรือคำ. (2556). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2563). แนวทางการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2566). แนวทางการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2560 (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ: สถาบัน ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2561). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพฯ: พริกหวาน กราฟฟิค จำกัด.

สำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี. (2565). แผนพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรี พ.ศ. 2566-2570. สุพรรณบุรี: สำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี.

สำนักงานสถิติจังหวัดสุพรรณบุรี. (2565). รายงานสถิติจังหวัดสุพรรณบุรี พ.ศ. 2565. สุพรรณบุรี: สำนักงานสถิติจังหวัดสุพรรณบุรี.

สุนีย์ คล้ายนิล. (2558). การศึกษาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในไทย: การพัฒนา ผลกระทบ และภาวะถดถอย. กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.

สุวิทย์ มูลคำ และอรทัย มูลคำ. (2552). 21 วิธีจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนากระบวนการคิด. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์.

อาภรณ์ ใจเที่ยง. (2559). หลักการสอน (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.

Bonwell, C.C., & Eison, J.A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom (ASHE-ERIC Higher Education Report No. 1). Washington, DC: George Washington University.

Hmelo-Silver, C.E. (2004). Problem-based learning: What and how do students learn?. Educational Psychology Review, 16(3): 235-266.

Michael, J. (2006). Where’s the evidence that active learning works?. Advances in Physiology Education, 30(4): 159-167. https://doi.org/10.1152/advan.00053.2006

Moore, D.S. (1997). New pedagogy and new content: The case of statistics. International Statistical Review, 65(2), 123-165.

National Council of Teachers of Mathematics. (2023). Catalyzing Change in High School Mathematics: Initiating Critical Conversations.

UNESCO. (2021). Reimagining Our Futures Together: A New Social Contract for Education.

OECD. (2023). OECD Skills Outlook 2023: Skills for Resilient Green and Digital Transitions.