การพัฒนาทักษะการปฏิบัติการปั้นดินโดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาทักษะการปั้นดินหลังการจัดการเรียนรู้สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 2) เพื่อศึกษาระดับคุณภาพชิ้นงานทักษะการปั้นดินหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมภูมิปัญญาท้องถิ่นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 20 คน ของโรงเรียนบ้านท่าอ่างปีการศึกษา 2568 ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบประเมิน ทักษะปฏิบัติการปั้นดิน และแบบประเมินระดับคุณภาพชิ้นงาน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย (X) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ได้ทดสอบการแจกแจงแบบโค้งปกติ และทดสอบสมมติฐาน โดยใช้ T-test One Sample
ผลจากการวิจัยพบว่า 1) ผลการศึกษาทักษะการปั้นดิน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังใช้การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีระดับคุณภาพชิ้นงานการปั้นดินหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมภูมิปัญญาท้องถิ่น อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 43.75 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.48 คิดเป็นร้อยละ 87.50
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ. (2538). ฐานข้อมูลภูมิปัญญา. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.thawat.go.th/fileupload/2025-12-257564206584.pdf
กฤษณา วงษาสันต์. (2542). วิถีไทย. กรุงเทพฯ: เธิร์ดเวฟ เอ็ดดูเคชัน
เกรียงไกร ดวงขจร. (2566). การพัฒนางานหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาจากภภูมิปัญญาท้องถิ่นการปั้นหม้อ บ้านลำโพง ต.พุดซา อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สำหรับครูสอนศิลปะ. ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาอุตสาหกรรมศิลป์, คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยรัชภัฏนครราชสีมา.
ดุษฎี โยเหลา และคณะ. (2557). การศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบ PBL ที่ได้จากโครงการสร้างชุดความรู้ เพื่อสร้างเสริมทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ของเด็กและเยาวชน: จากประสบการณ์ความสำเร็จ ของโรงเรียนไทย. กรุงเทพฯ: หจก.ทิพยวิสุทธิ์.
เด่น รักซ้อน และกานต์ สุรนันท์. (2558). การพัฒนาเนื้อดินปั้นบ้านด่านเกวียนด้วยวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น. รายงานการวิจัย, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล อีสาน.
ทิศนา แขมมณี. (2551). รูปแบบการเรียนการสอน ทางเลือกที่หลากหลาย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
ปาริฉัตร เนียมชูชื่น และอดิศร บาลโสง. (2568). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และทักษะกระบวน การทำงานวิชาการงานอาชีพ เรื่องงานประดิษฐ์ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารวิชาการและวิจัยสหวิทยาการ, 5(3): 1005-1014.
ศิริพร พึ่งเพ็ชร์, วิไลวรรณ ศิริประภาภูวดล และไพโรจน์ ศรีคง. (2566). อำนาจละมุนอัตลักษณ์ชุมชน เพื่อการเสริมสร้างรายได้ผู้สูงวัยของชุมชนบ้านโนนเขวา อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 5(3), 533-542.
ศักดิ์ชัย เกียรตินาคินทร์. (2542). ทะเบียนภูมิปัญญาท้องถิ่น. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.sanpong.go.th/webs/Public/Files/304.pdf
สมพร ล้ำจุมจัง และสมร ทวีบุญ. (2566). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานรายวิชาการงานอาชีพ สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 17(3): 1-9
Dewey, J. (2005). How we think: a restatement of the relation of reflective thinking and the educational process. NY: D.C Heath.
Kolb, D.A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice-Hall.
Vygotsky, L.S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.