ความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรที่ทำการปกครองอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรที่ทำการปกครองอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี 2) เปรียบเทียบความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรที่ทำการปกครองอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ที่จำแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน และประสบการณ์ทำงาน และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรที่ทำการปกครองอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ บุคลากรที่ทำการปกครองอำเภอบ้านดุง จำนวน 225 คน จากสูตรทาโรยามาเน่ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ จำนวน ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูล ทดสอบสมมติฐาน โดยใช้สถิติค่าที t-test) และใช้สถิติค่าเอฟ (F-Test) ผลการวิจัยพบว่า 1. ความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรที่ทำการปกครองอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (X= 3.81, S.D = 0.36) และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการรับรู้ (X= 3.85, S.D = 0.59) รองลงมา คือ ด้านพฤติกรรม (X= 3.80, S.D = 0.73) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านความรู้สึก (X= 3.79, S.D = 0.51) 2. ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบระดับความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรที่ทำการปกครองอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ที่จำแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน และประสบการณ์ทำงาน พบว่า โดยภาพรวมบุคลากรของที่ทำการปกครองอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน และประสบการณ์ทำงานต่างกัน มีความผูกพันต่อองค์กรไม่แตกต่างกัน และ 3. แนวทางการพัฒนาความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรที่ทำการปกครองอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ได้แก่ 1) สร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเองว่างานที่ทำมีความสำคัญต่อองค์กรและประชาชนอย่างไร 2) ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อนร่วมงานผ่านกิจกรรมสร้างทีม (Team Building) และ 3) สนับสนุนให้บุคลากรมีความรับผิดชอบต่องานอย่างเต็มที่ และทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
โกศล สอดส่อง. (2568). ระดับความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากร เทศบาลตำบลจอมทอง อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู. Journal of Integration Social Sciences and Development, 5(1): 293-301.
จรรยา ชูทับ และอรจันทร์ ศิริโชติ. (2567). ความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยทักษิณ. วารสารการจัดการและการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 11(1): 143-156.
ที่ทำการปกครองอำเภอบ้านดุง. (2568). รายงานสถิติประชากรและการปกครอง อำเภอบ้านดุง ประจำปี 2568. อุดรธานี: ที่ทำการปกครองอำเภอบ้านดุง.
นันทนา ผ่องเภสัช. (2554). ความผูกพันต่อองค์การ: ศึกษากรณีข้าราชการวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์. ปัญหาพิเศษรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาการบริหารทั่วไป, มหาวิทยาลัยบูรพา.
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. (2553). ระเบียบวิธีวิจัย: แนวทางปฏิบัติอย่างง่าย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เสกสรรค์ สนวา. (2569). การวางแผนและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์. ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัย ขอนแก่น.
โสมย์สิรี มูลทองทิพย์. (2556). ความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงเรียนมัธยมศึกษา อำเภอท่ามะกา. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศิลปากร.
Greenberg, J. (1993). The social side of fairness: Interpersonal and informational classes of organizational justice. In R. Cropanzano (Ed.), Justice in the workplace: Approaching fairness in human resource management (pp. 79-103). Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates.
Meyer, J.P., & Allen, N.J. (1991). A three-component conceptualization of organizational commitment. Human Resource Management Review, 1(1): 61–89.
Yamane, Taro. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. 3rd ed. New York: Harper and Row Publications.