สภาพปัจจุบัน สภาพคาดหวัง และความต้องการจำเป็นด้านการจัดการเรียนรู้ ของโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3
คำสำคัญ:
การจัดการเรียนรู้, สภาพปัจจุบัน , สภาพคาดหวัง, ความต้องการจำเป็นบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพปัจจุบัน 2) สภาพที่คาดหวัง และ 3) ความต้องการจำเป็นด้านการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธีหลายระยะ (Multi-Phase Mixed Method) ประชากร คือ โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 จำนวน 139 โรงเรียน กลุ่มตัวอย่างได้มาจากการสุ่มอย่างง่ายตามตารางของ Krejcie และ Morgan (1970) จำนวน 103 โรงเรียน โดยมีผู้ให้ข้อมูลโรงเรียนละ 2 คน ได้แก่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา และครูผู้รับผิดชอบงานวิชาการ รวมทั้งสิ้น 206 คน สำหรับการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง เพื่อคัดเลือกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ ประกอบด้วย แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันด้านการจัดการเรียนรู้ โดยในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง 2) สภาพที่คาดหวังด้านการจัดการเรียนรู้ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ความต้องการจำเป็นด้านการจัดการเรียนรู้ในภาพรวม พบว่า PNI มีค่าสูงสุด คือ ด้านหลักสูตร (0.942) รองลงมา คือ ด้านการใช้สื่อการสอน (0.887) ส่วนด้านการจัดการเรียนการสอน (0.854) มีค่า PNI ต่ำสุด
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. ราชกิจจานุเบกษา.
ชลธิชา นิลพงศ์. (2561). การบริหารจัดการหลักสูตรของโรงเรียนขนาดเล็กในเขตชนบท. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์, 13(1), 22–31.
ฐาปณีย์ โลพันดุง. (2560). การพัฒนาระบบบริหารโรงเรียนขนาดเล็กตามแนวคิดกิจการเพื่อสังคม (วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนพร แสงแก้ว. (2564). การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนในเขตชนบท. วารสารเทคโนโลยีทางการศึกษา, 29(2), 45–56.
น้ำทิพย์ องอาจวาณิช. (2559). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนระดับประถมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 17(1), 101–116.
นุชนาถ อินทรักษา. (2563). สภาพและความคาดหวังในการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนขนาดเล็ก. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์, 18(1), 75–89.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). สุวีริยาสาส์น.
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. (2553). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์. พรทิพย์การพิมพ์.
ประเทือง ทองใบ. (2562). สภาพการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. วารสารการบริหารการศึกษา, 17(2), 45–53.
พัชรี คำไพศาล. (2560). การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในโรงเรียนขนาดเล็ก: ปัญหาและแนวทางการพัฒนา. วารสารครุศาสตร์, 25(3), 88–97.
วิชัย พูลเขตต์. (2561). ความต้องการสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ของโรงเรียนขนาดเล็ก. วารสารเทคโนโลยีทางการศึกษา, 14(2), 50–62.
สมนึก ทับเนตร. (2560). การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กในเขตชนบท. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 34(2), 112–124.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3. (2561). รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2561 (หน้า 12–14).
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แนวทางการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก. กระทรวงศึกษาธิการ.
Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice-Hall.
Cohen, L., Manion, L., & Morrison, K. (2018). Research methods in education (8th ed.). Routledge.
Creswell, J. W. (2014). Research design: Qualitative, quantitative, and mixed methods approaches (4th ed.). SAGE Publications.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334. https://doi.org/10.1007/BF02310555
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารครุพัฒนาปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร

