A การศึกษาความสามารถในการเขียนตัวพยัญชนะไทยของนักเรียนที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ด้วยการใช้ชุดฝึกทักษะการเขียนตัวอักษรที่คล้ายกัน

Main Article Content

พีรยุทธ ชมภูน้อย
เพ็ชรรุ่ง เมือกนก

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการเขียนตัวพยัญชนะไทยของนักเรียนที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ ก่อนและหลังการใช้ชุดฝึกทักษะการเขียนตัวอักษรที่คล้ายกัน โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านการเขียนตัวพยัญชนะไทยที่มีระดับสติปัญญาปกติและไม่มีความพิการซ้ำซ้อน
ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 อายุ 7 ปี จำนวน 2 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) ชุดฝึกทักษะการเขียนตัวอักษรที่คล้ายกัน 5 ชุด  2) แผนการจัดการเรียนรู้  3) แบบทดสอบก่อน/หลังการสอน ระยะเวลาในการทดลอง 5 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติร้อยละ ผลการวิจัยพบว่า ความสามารถในการเขียนพยัญชนะไทยของนักเรียนที่มีภาวะบกพร่อมทางการเรียนรู้หลังได้รับการสอนเขียนด้วยการใช้ชุดฝึกทักษะการเขียนตัวอักษรที่คล้ายกันสูงกว่าก่อนการทดลองการสอนเขียน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชมภูน้อย พ., & เมือกนก เ. (2026). A การศึกษาความสามารถในการเขียนตัวพยัญชนะไทยของนักเรียนที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ด้วยการใช้ชุดฝึกทักษะการเขียนตัวอักษรที่คล้ายกัน . วารสารวิชาการกรุงเทพสุวรรณภูมิ, 10(2), 1–11. สืบค้น จาก https://so14.tci-thaijo.org/index.php/BSU/article/view/3643
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์

การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

ฐิยาพร กันตาธนวัฒน์.(2565). จิตวิทยาการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียน. พิมพ์ครั้งที่3. กรุงเทพ: มีนเซอร์วิสซัพพลาย.

ณัฐกิตติ์นาทา. (2561). การจัดการเรียนรู้โดยใช้ภาระงานเป็นฐาน : แนวคิดเพื่อการพัฒนาทักษะทางภาษาไทย. Silpakorn

University e-Journal (Social Sciences, Humanities, and Arts). 38(5), 182-202.

ณัฐธยาน์เชาว์เฉลิมกุล. (2554). การศึกษาความสามารถเขียนพยัญชนะไทย ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่3– ชั้น

ประถมศึกษาปีที่1ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาระดับเล็กน้อยจากการสอนที่ใช้ประสาทสัมผัสหลายด้านร่วมกับ

การใชส้ีเป็นรหัส.(ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิตสาขาวิชาการศึกษาพิเศษ). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

เด่นนภา ผันเผื่อน. (2556). ศึกษาความสามารถเขียนคำที่มีตัวการันต์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3-4 ที่มีความบกพร่อง

ทางการเรียนรู้โดยใช้วิธีสอนของเฟอร์นาลด์ร่วมกับการทำสมุดเล่มเล็ก. (ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต).

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ผดุงอารยะวิญญู.(2533). การศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ. กรุงเทพ: บรรณกิจเทรดดิ้ง.

ผดุงอารยะวิญญู.(2544). เด็กที่มีปัญหาในการเรียนรู้.พิมพครั้งที่2.กรุงเทพ: แว่นแก้ว.

รจนา ธรรมศร. (2557). การสร้างชุดฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์เรื่องการหารทศนิยมสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่6.

(ปริญญานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการศึกษาและการสอน (ประถมศึกษา)). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

วรนุชศรีนายุง.(2565). การพัฒนาทักษะการคัดลายมือโดยใช้แบบฝึกคัดลายมือภาษาไทย ตัวอักษรแบบกระทรวงศึกษาธิการ

ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่4. (รายงานการวิจัยทุนอุดหนุนการวิจัย).มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

สถาบันราชานุกูล. (2555). คู่มือครูระบบการดูแลนักเรียนกลุ่มเด็กพิเศษที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้.กรุงเทพ: บียอนด์

พับลิสชิ่ง.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2559). คู่มือการสอนอ่านเขียนโดยการแจกลูกสะกดคำ. กรุงเทพ: โรงพิมพ์ชุมนุม

สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สุชาดา พุ่มศรีอินทร์.(2556). การพัฒนาความสามารถในการเขียนสะกดคำของนักเรียนที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ด้วย

การใช้ชุดฝึกการเขียนสะกดคำตามหลักการเชื่อมโยงคำพ้องเสียง. (ปริญญานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต

สาขาวิชาจิตวทยาการศึกษาพิเศษ). มหาวิทยาลัยศิลปากร.

แสงอรุณมโนมัยอุดม, ศิริพันธ์ศรีวันยงค์และชนิดามิตรานันท์.(2563). การพัฒนาความสามารถทางการเขียนพยัญชนะไทย

ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาระดับเล็กน้อยชั้นประถมศึกษา ด้วยสมุดร่องพยัญชนะร่วมกับวิธีเฟอร์นาลด์.

วารสารวิจัยและพัฒนาการศึกษาพิเศษ. 9(2), 49-63.

Van Herwegen, J., Ashworth, M., & Sedgewick, F. (2024). The academic achievement gap between students

with and without special educational needs and disabilities. European Journal of Special Needs

Education. 40(3), 539-556.

Schnepel, S., Krahenmann, H., Sermier Dessemontet, R., & Moser Opitz, E. (2020). The mathematical progress

of students with an intellectual disability in inclusive classrooms: Results of a

longitudinal study. Mathematics Education Research Journal, 32(1), 103–119.