The จากกิจกรรมสู่กลไกเชิงนโยบาย: นวัตกรรมสารสนเทศกับการขับเคลื่อนสุขภาวะผู้สูงอายุโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายการยกระดับการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุจากระดับกิจกรรมสู่กลไกเชิงนโยบาย ผ่านการพัฒนานวัตกรรมสารสนเทศที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนสุขภาวะผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการภูมิปัญญา วัฒนธรรมชุมชน และกระบวนการบริหารเชิงพื้นที่ กรณีศึกษาชุมชนวัดด่านทองประชาสามัคคี ตำบลทะเมนชัย อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์
การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน ดำเนินการ 4 ระยะ ได้แก่ (1) การศึกษาบริบทและทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนด้วยวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (2) การออกแบบและพัฒนานวัตกรรมสารสนเทศด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม (3) การประเมินประสิทธิผลเชิงปริมาณในกลุ่มผู้สูงอายุจำนวน 178 คน และ (4) การสังเคราะห์และประเมินกลไกเชิงนโยบายด้วยการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนมีศักยภาพด้านภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่สามารถพัฒนาเป็นนวัตกรรมสารสนเทศรูปแบบ Podcast AI เสียงคุ้นเคย ซึ่งช่วยยกระดับสุขภาวะผู้สูงอายุอย่างมีนัยสำคัญทั้งมิติทางกาย จิต สังคม และปัญญา ขณะเดียวกัน กลไกเชิงนโยบายที่พัฒนาขึ้นมีความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความยั่งยืนสูง สามารถบูรณาการเข้าสู่แผนพัฒนาท้องถิ่นได้จริง งานวิจัยนี้จึงเสนอกรอบการขับเคลื่อนสุขภาวะผู้สูงอายุโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เชื่อมโยงนวัตกรรมสารสนเทศกับการบริหารภาครัฐเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
Copyright - วิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เลขที่ 252 หมู่ที่ 4 ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 โทร 082 229 2269 http://www.roiet.mcu.ac.th. Email : roietjournal@gmail.com
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2561). แผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545–2564). กรมกิจการผู้สูงอายุ.
ชวพรพรรณ จันทร์ประสิทธิ์, และคณะ. (2563). ภูมิปัญญาท้องถิ่น “ล้านนา” ในการสร้างเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ: การศึกษานำร่อง. พยาบาลสาร, 47(1), 185–199.
ชลิดา เหลี่ยมวิเศษ, & สุรพงษ์ นิ่มเกิดผล. (2566). การออกแบบและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการข้อมูลสุขภาวะสำหรับผู้สูงอายุ. วารสารเทคโนโลยีภาคใต้, 16(1), 15–30.
ดิษฐพล ใจซื่อ, และคณะ. (2564). ประสบการณ์การใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้านอีสานในการดูแลตนเองของผู้สูงอายุ. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 36(2), 251–261.
ณัทธร สุขสีทอง, และคณะ. (2568). ภูมิปัญญาการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชนสะลวง–ขี้เหล็ก จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 34(3), 468–482.
ณัฐวุฒิ กลิ่นสุนทร, และคณะ. (2566). การพัฒนาระบบ Elderly Information Form Medium ด้วยแนวคิด Design Thinking. วารสารเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุขภาพ, 6(2), 100–115.
ปิยะวดี รัตนะบุตร. (2562). การพัฒนาศักยภาพการบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำหรับการดูแลผู้สูงอายุแบบบูรณาการ. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต, 7(3), 38–49.
สุธาสินี อรุณรุ่งเรืองกิจ. (2565). การพัฒนาเครือข่ายสุขภาพผู้สูงอายุในระดับตำบลโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน. วารสารการบริหารและพัฒนานโยบายสาธารณะ, 9(2), 105–122.
สุปราณี หมื่นยา, และคณะ. (2567). ผลของกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุด้วยสุข 5 มิติ ต่อคุณภาพชีวิตและสภาพความสุข. วารสารวิจัยการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 16(2), e272665.
Bone, J. K., Noguchi, T., Mak, H. W., Fancourt, D., Kondo, K., & Saito, T. (2024). Does arts and cultural group participation influence subsequent well-being? A longitudinal cross-country comparison of older adults in Japan and England. BMJ Public Health, 2, e000865. [https://doi.org/10.1136/bmjph-2023-000865]
Chen, C., Ding, S., & Wang, J. (2023). Digital health for aging populations. Nature Medicine, 29, 1623–1630. [https://doi.org/10.1038/s41591-023-02391-8]
Grindle, M. S. (2017). Good enough governance revisited. Development Policy Review, 35(S1), O53–O74. [https://doi.org/10.1111/dpr.12294]
Ji, R., Sheng, Y., Zheng, C., & Chen, W. (2025). The impact of cultural leisure activities participation on older adults’ subjective well-being: An empirical study in China. BMC Public Health, 25, 3686. [https://doi.org/10.1186/s12889-025-24986-1]
Martinez, S. (2023). Integrating local governance in elderly health promotion. International Journal of Public Administration, 46(1), 22–35. [https://doi.org/10.1080/ 01900692.2022.2065304]
Mulgan, G. (2020). Social innovation: How societies find the power to change. Policy Press.
Putnam, R. D. (2000). Bowling alone: The collapse and revival of American community. Simon & Schuster.
Ryff, C. D. (1995). Psychological well-being in adult life. Current Directions in Psychological Science, 4(4), 99–104. [https://doi.org/10.1111/1467-8721.ep10772395]
Schoenborn, N. L., Chae, K., Massare, J., Ashida, S., Abadir, P., Arbaje, A. I., Unberath, M., Phan, P., & Cudjoe, T. K. M. (2025). Perspectives on AI and novel technologies among older adults, clinicians, payers, investors, and developers. JAMA Network Open, 8(4), e253316. [https://doi.org/10.1001/jamanetworkopen.2025.3316]
Thanakwang, K., Ingersoll-Dayton, B., & Soonthorndhada, K. (2012). The relationships among family, friends, and psychological well-being for Thai elderly. Aging & Mental Health, 16(8), 993–1003. [https://doi.org/10.1080/13607863.2012.692766]
Torfing, J., Ansell, C., & Sørensen, E. (2019). Public innovation and collaborative governance: From design thinking to scaling impact. Policy & Politics, 47(2), 231–250. [https://doi.org/10.1332/030557319X15473079319772]
World Health Organization. (2002). Active ageing: A policy framework. World Health Organization.