การนำหลักสมรรถนะไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรในองค์การบริหาร ส่วนตำบลเมืองฝาง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
คำสำคัญ:
สมรรถนะหลัก, การปฏิบัติงาน, องค์การบริหารส่วนตำบล, บุคลากรท้องถิ่น, การพัฒนาทรัพยากรบุคคลบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาระดับสมรรถนะการปฏิบัติงานของบุคลากรในองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองฝาง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ และ 2) เปรียบเทียบระดับการนำหลักสมรรถนะไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากร จำแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา และตำแหน่งงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือ บุคลากรในองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองฝาง จำนวน 26 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิตามสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่น 0.940 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ T - Test และ F - Test (ANOVA)
ผลการวิจัยพบว่า
1) การนำหลักสมรรถนะไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองฝาง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก
2) ผลการเปรียบเทียบ พบว่า บุคลากรที่มีเพศต่างกัน มีการนำหลักสมรรถนะไปใช้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยบุคลากรเพศหญิงมีระดับการใช้สมรรถนะด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์และด้านการทำงานเป็นทีมสูงกว่าเพศชาย ส่วนบุคลากรที่มีอายุ ระดับการศึกษา และตำแหน่งงาน (กองที่สังกัด) ต่างกัน มีระดับการนำหลักสมรรถนะไปใช้ไม่แตกต่างกัน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กนกพร สีดอกไม้. (2549). การประเมินสมรรถนะในการปฏิบัติงานของบุคลากรในองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี. (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
เทื้อน ทองแก้ว. (2549). สมรรถนะ (Competency): หลักการและแนวปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต.
เบญญาภา เอกวัตร และพิษณุ เฉลิมวัฒน์. (2555). การศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสมรรถนะการปฏิบัติงานของพนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 4(2), 114 - 120.
พลสัณห์ โพธิ์ศรีทอง. (2548). บนเส้นทางที่สร้างสรรค์. กรุงเทพฯ: เอส แอนด์ จี กราฟฟิก.
มณฑล สรไกรกิติกุล และสุนันทา เสียงไทย. (2556). มิติทางจิตวิญญาณในการทำงาน. วารสาร มฉก.วิชาการ, 16(32), 129 - 140.
ศรัณณ์พัชร์ ไผ่พูล. (2559). สมรรถนะการปฏิบัติงานของบุคลากรเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์. (การค้นคว้าอิสระรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2552). คู่มือการกำหนดสมรรถนะในราชการพลเรือน:คู่มือสมรรถนะหลัก. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน.
สำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น. (2558). ประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เรื่อง กำหนดมาตรฐานกลางการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น.
สุกัญญา รัศมีธรรมโชติ. (2549). แนวทางการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ด้วย Competency Based Learning. ฉะเชิงเทรา: ศิริวัฒนาอินเตอร์พริ้นท์.
สุนทร ใจภักดี. (2563). สมรรถนะการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ.
Boyatzis, R. E. (1982). The Competent Manager: A Model for Effective Performance. John Wiley & Sons.
McClelland, D. C. (1973). Testing for Competence Rather than for “Intelligence”. American Psychologist, 28(1), 1 - 14. https://doi.org/10.1037/h0034092
Milliman, J., Czaplewski, A. J., & Ferguson, J. (2003). Workplace Spirituality and Employee Work Attitudes: An Exploratory Empirical Assessment. Journal of Organizational Change Management, 16(4), 426 - 447. https://doi.org/10.1108/09534810310484172
Parry, S. B. (1997). Evaluating the Impact of Training. American Society for Training and Development (ASTD).
Wichaipa, K. (2020). A Study of Disaster Management Competency and Indicators in Thailand's Local Administration. Asian Review, 33(2), 3-33. https://digital.car.chula.ac.th/cgi/viewcontent.cgi?article=1292&context=arv
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธนวัตกรรมการศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร






