ถอดบทเรียนการส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียนประจำตามแนวคิด TUNA MODLE: กรณีศึกษาโรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย
คำสำคัญ:
นักเรียนประจำ, ทักษะอาชีพ, โมเดลปลาทูบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อนำเสนอโครงการพัฒนางานนักเรียนประจำ ภายใต้กิจกรรมบริการวิชาการนักเรียนประจำ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ถึง 31 มีนาคม 2569 โดยมุ่งเพิ่มโอกาสและส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในภูมิภาคตะวันออก เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานทางวิชาการและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในศตวรรษที่ 21 การดำเนินโครงการอิงแนวคิด TUNA MODEL โดยใช้วิธีการถอดบทเรียนคือการสืบค้นองค์ความรู้จากการปฏิบัติงานของกลุ่มงานนักเรียนประจำ ซึ่งผลการดำเนินงานในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 พบว่านักเรียนมีการพัฒนาในหลากหลายด้าน โดยเฉพาะด้านทักษะอาชีพ (KV) อีกทั้งยังสามารถใช้เวลาว่างอย่างเกิดประโยชน์ ทำงานเป็นทีม เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเพื่อนในทีมและพัฒนาตนเองเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม (KS) อีกทั้งยังสามารถต่อยอดทักษะเพื่อการประกอบอาชีพในอนาคตได้อย่างเหมาะสม (KA) ข้อเสนอแนะเชิงพัฒนา ได้แก่ 1) การเพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมเพื่อส่งเสริมศักยภาพเฉพาะบุคคล และ 2) การเชื่อมโยงกิจกรรมกับบริบทท้องถิ่น ผ่านความร่วมมือกับชุมชนและการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การสร้างอัตลักษณ์ ความภาคภูมิใจและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กัญญาณัฐ ปูนา. (2562). ข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารจัดการการศึกษาเพื่อเสริมสร้างทักษะ อาชีพสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาพื้นที่พิเศษ จังหวัดเชียงราย. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 9(1), 135 - 148.
กิตติมา ใจปลื้ม, นิลาวัลณ์ จันทะรังสี, อัมพล เจริญนนท์, เริงวิชญ์ นิลโคตร และวัยวุฒิ บุญลอย. (2564). การจัดการความรู้เพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 8(6), 46 - 60.
นงนุช ชุมภูเทพ และฉลอง ชาตรูประชีวิน. (2562). รูปแบบการบริหารเพื่อส่งเสริมอาชีพของนักเรียนในโรงเรียนขยายโอกาส ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงและทุรกันดาร ในเขตภาคเหนือด้านตะวันตก. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 21(4), 142 - 153.
พลวัฒน์ กัลยาประสิทธิ์. (2566). รูปแบบการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพ สำหรับโรงเรียนขยาย โอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. (วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
พศรัตน์ มีลอด. (2559). แนวทางการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียน โรงเรียนบ้านป่าสักไก่. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 9(20), 65 - 74.
โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย. (2568). แผนปฏิบัติการประจำปี 2568 โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย. ระยอง: โรงเรียนมกุฎเมืองราชวิทยาลัย.
วรารัตน์ ทรัพย์อิ่ม. (2552). ผลของการให้การศึกษาด้านโภชนาการสำหรับผู้ปกครองเด็กวัยอนุบาลที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยใช้โมเดลปลาทู. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย). บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วัชรสินธุ์ เพ็งบุบผา. (2564). แนวทางการพัฒนาหลักสูตรวิชาการงานอาชีพในโรงเรียนเพื่อส่งเสริมทักษะการประกอบอาชีพในอนาคต. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สาลินี อุดมผล และมาเรียม นิลพันธุ์. (2560). การพัฒนาหลักสูตรบูรณาการอาชีพเพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และคุณลักษณะด้านอาชีพ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 9(1), 116 - 128.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย. (2560). การขับเคลื่อนการศึกษามัธยมศึกษาไทย 4.0 เพื่อการมีงานทำในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.
สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน. (2566). รายงานผลการวิเคราะห์ข้อมูลอุปสงค์และอุปทานแรงงานระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566. กันยายน 2566. กองเศรษฐกิจการแรงงาน: สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน.
อรศุภา เชาวนปรีชา. (2567). การจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) ในภาคอุตสาหกรรมด้วยแนวคิด BCG Model. (การค้นคว้าอิสระวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีวิศวกรรม). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธนวัตกรรมการศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร






