รูปแบบการส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์พืชท้องถิ่นของชาวปาเกอญอในเขตชายแดน ไทย - พม่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามหลักศาสตร์พระราชา
คำสำคัญ:
การอนุรักษ์พันธุ์พืช, ชาวปาเกอญอ, หลักศาสตร์พระราชาบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจและศึกษารูปแบบการส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์พืชท้องถิ่นของชาวปาเกอญอในเขตชายแดน ไทย - พม่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชา โดยรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์เชิงลึก จากผู้นําชุมชน ชาวบ้าน ชาวปาเกอญอ ในเขตชายแดน ไทย - พม่า อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 5 คน โดยใช้วิธีการเลือกผู้ให้ข้อมูลหลักแบบลูกโซ่
ผลการวิจัยพบว่า
1) ข้อมูลเกี่ยวกับพันธุ์พืชท้องถิ่นของชาวปาเกอญอในเขตชายแดนไทย - พม่า อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน พืชท้องถิ่นของชาวปาเกอญอที่ชาวบ้านนำมาบริโภคด้วยวิธีการเฉพาะแต่ละท้องถิ่น ซึ่งสามารถแยกประเภทของพันธุ์พืชท้องถิ่นของชางปาเกอญอ ได้ 6 กลุ่ม คือ กลุ่มรากและหัว กลุ่มลำต้น กลุ่มใบและยอด กลุ่มดอก และกลุ่มฝักและผล สามารถแยกได้เป็นประเภทไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้ล้มลุก ไม้เลื้อยหรือไม้เถา นอกจากนั้น ยังสามารถจำแนกตามแหล่งที่อยู่ คือ พืชตามไร่สวน ทุ่งนา พืชตามหนองน้ำ ผักริมน้ำ สวนครัว ริมรั้วและพืชผักในป่า โดยประโยชน์ที่ได้จากพืชพันธุ์ท้องถิ่นของชาวปาเกอญอ ชาวบ้านใช้ประโยชน์จากพืชพันธุ์ท้องถิ่นอยู่ 2 แบบ คือ พืชพันธุ์ท้องถิ่นของชาวปาเกอญอที่ใช้เพื่อสำหรับประกอบอาหาร และพืชพันธุ์ท้องถิ่นของชาวปาเกอญอที่ใช้เพื่อสำหรับเป็นยารักษาโรค
2) รูปแบบการใช้พันธุ์พืชท้องถิ่นของชาวปาเกอญอนั้นมีความสอดคล้องกับองค์ความรู้สากล ที่ยึดหลักการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ประกอบไปด้วย หลักการเข้าใจ คือ การสร้างให้เกิดความเข้าใจในข้อมูลพื้นฐานด้วยการศึกษาข้อมูลทุกมิติของชุมชน และรวบรวมองค์ความรู้ของโครงการพระราชดำริจากการส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์พืช การใช้ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กรมป่าไม้. (2565). รายงานสถานการณ์ทรัพยากรป่าไม้ประเทศไทย ประจำปี 2565. กรุงเทพฯ: กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
จามรี พระสุนิล. (2562). ย้อนรอยพระบาทที่ยาตรา เรียนรู้สู่ศาสตร์พระราชา. วารสารมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์, 36(3), 1 - 38.
ญาณนันท์ งามศิริ และกาญจนา ธนนพคุณ. (2557). ความหลากชนิดและการใช้ประโยชน์ของพืชผักพื้นบ้านใน อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย, การประชุมวิชาการงานเกษตรนเรศวร, 12, 158 - 163.
ดลนภัส กันธะลี. (2558). ความหลากหลายของพืชอาหารและพืชสมุนไพรกับการใช้ประโยชน์ของชุมชนบ้านปิตุคี อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่. (วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาภูมิสังคมอย่างยั่งยืน). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยแม่โจ้.
รัฐศาสตร์ สร้อยมาด. (2556). การปรับตัวทางวัฒนธรรมการผลิตด้านการเกษตรของชาวปกา เกอะญอ ตำบลห้วยปูลิง อําเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน. (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาคติชนวิทยา). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
วัชระ ศรีเมืองมูล และคณะ. (2564). การใช้วัฒนธรรมกะเหรี่ยงในการต่อรองกบันโยบายการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐ, วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, 3(1), 87 - 111.
วิสาขา รามสมภพ. (2546). ผักพื้นบ้านของดีทีถูกลืม. สืบค้นเมื่อ 23 มิถุนายน 2568, จาก https://www.lib.ru.ac.th/miscell2/?p=2076.
สนั่น กันเงิน. (2550). การฟื้นฟูประโยชน์จากพืชผักท้องถิ่นบ้านนอแล ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่. (วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาภูมิสังคมอย่างยั่งยืน). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยแม่โจ้.
สาปีนะห์ แมงสาโมง. (2547). การใช้พืชผักพื้นบ้านเป็นอาหารและยาของชาวบ้าน อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาไทยคดีศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยทักษิณ.
สุขสันต์ ทัศนละวาด และคณะ (2560). โครงการการเรียนรู้แบบบูรณาการบนฐานชีวิตชุมชนปกาเกอะญอบ้านแม่เหว่ย ตําบลท่าสองยาง อําเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก. (รายงานผลการวิจัย). กรุงเทพฯ: สํานักงานกองทุนสนับสนุน งานวิจัยท้องถิ่น (สกว.).
องค์การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช (อพ.สธ.). (2564). รายงานประจำปีโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.). กรุงเทพฯ: สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ.
อภิชิต ดวงธิสาร, ธวัฒน์ เขตจัตุรัส และดิเรก ถึงฝั่ง. (2563). ศาสตร์พระราชากับการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน: กรณีศึกษา องค์การบริหารส่วนตำบลสระพัง อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 12(2), 165 - 179.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารพุทธนวัตกรรมการศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร






