ความตระหนักและพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการออมเงินของนิสิตนักศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานคร
คำสำคัญ:
พฤติกรรมการออมเงิน, ความตระหนักทางการเงินบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความตระหนักและพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการออมเงินของนิสิตนักศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างคือ นิสิตนักศึกษาจำนวน 400 คน ที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนในกรุงเทพมหานคร รวมถึงวิทยาเขตที่อยู่ในเขตปริมณฑล จาก 87 สาขาวิชา 38 คณะ ใน 13 มหาวิทยาลัย โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าสถิติ คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย ผลจากการวิจัยสรุปได้ว่า กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 18–24 ปี มีรายรับเฉลี่ยต่อเดือนเท่ากับ 9,163.75 บาท และมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 7,687.12 บาท และมีเงินออมเฉลี่ยอยู่ที่ 8,315.75 บาทต่อคน โดยที่แหล่งที่มาของรายรับประมาณร้อยละ 50 ของกลุ่มตัวอย่างมาจากพ่อ/แม่/บุคคลในครอบครัว/ผู้อุปการะเพียงทางเดียว และอีกร้อยละ 30 ของกลุ่มตัวอย่างมีรายรับจากพ่อ/แม่/บุคคลในครอบครัว/ผู้อุปการะ รวมกับการทำงานพิเศษ ในขณะที่ความตระหนักที่มีต่อการออมนั้น พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีระดับความเห็นด้วยกับประเด็นการออมในระดับมากเกือบทุกประเด็น ยกเว้นในเรื่องของ “การวางแผนในการใช้จ่ายเงินและออมเงินเป็นเรื่องที่ท่านสามารถปฏิบัติได้ยาก” ที่ควรจะเห็นด้วยในระดับน้อย แต่กลับพบว่าระดับความเห็นด้วยอยู่ในระดับปานกลางในขณะที่ด้านพฤติกรรมการออมเงิน พบว่ามีกลุ่มตัวอย่างไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่คิดวางแผนทางด้านการเงินแล้ว โดยการออมเงินส่วนใหญ่เกิดในรูปของการฝากธนาคารและเก็บเป็นเงินสดไว้ที่ตัวเอง นอกจากนี้ยังพบว่ามีกลุ่มตัวอย่างเกือบร้อยละ 30 ที่ยังไม่ได้วางแผนใด ๆ เกี่ยวกับการออมเลย ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่มี การออมแล้วนั้นส่วนใหญ่จะมีวัตถุประสงค์ในการออมเงินเพื่อซื้อของที่ตัวเองต้องการ เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน เจ็บป่วย และเพื่อใช้ในการท่องเที่ยว
เอกสารอ้างอิง
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2545). การวิเคราะห์สถิติ: สถิติสำหรับการบริหารและการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 6). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2549). หลักสถิติ (พิมพ์ครั้งที่ 8). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จิรันธนิน กมลเลิศ. (2567). Lotus’s เปิดตัวร้านค้าอัจฉริยะไร้พนักงานแห่งแรกในไทย ทำงานด้วย AI และกล้องจับความเคลื่อนไหว 38 ตัว ตอบโจทย์ความสะดวกและรวดเร็ว. https://shorturl.asia/l31C7
เจษฎา สุขทิศ. (2560, สิงหาคม 9). เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนโลกการเงิน. https://shorturl.asia/l31C7
พัชรนันท์ คงมั่น. (2560). ความตระหนักของคนวัยทำงานต่อการวางแผนทางการเงินเพื่อวัยเกษียณ [การค้นคว้าอิสระปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง].
ล้วน สายยศ, & อังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 5). ชมรมเด็ก.
วันดี หิรัญสถาพร, พรทิพย์ บุญทรง, นงลักษณ์ ลัคนทินากร, & สุรัชฎา เมฆขลา. (2558). พฤติกรรมการออมของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ บพิตรพิมุข จักรวรรดิ [รายงานวิจัย]. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ บพิตรพิมุข จักรวรรดิ.
วรวรรณ ธาราภูมิ. (2556). การไม่วางแผนหรือวางแผนเกษียณผิดพลาด. ผู้จัดการออนไลน์. http://www.manager.co.th/iBizchannel/viewNews.aspx?NewsID=9560000012701
วิราภรณ์ โพธิศิริ, & คณะ. (2556). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย 2555. เอสเอส พลัส มีเดีย.
ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2557). การวางแผนทางการเงิน. https://www.1213.or.th/th/moneymgt/finplan/Pages/planningsteps.aspx
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. http://backoffice.onec.go.th/uploaded/Category/Laws/Act/acteng/01/0101-a.pdf
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2558). สรุปข้อมูลสถาบันอุดมศึกษาระดับปริญญา จำแนกตามภาคและจังหวัด. http://www.mua.go.th/users/bpp/main/download/other/HiEduSum_0458.pdf
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12. http://www.nesdb.go.th/download/plan12/สรุปสาระสำคัญแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่12.pdf
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2561). สถิติการศึกษา. http://statbbi.nso.go.th/staticreport/page/sector/th/03.aspx
สุชาต ประสิทธิ์รัฐสินธุ์. (2550). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. ห้างหุ้นส่วนจำกัดสามลดา.
สุภาภรณ์ ปักเหนือ. (2556). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการออมเงินของนิสิตที่กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก [การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร].
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
