https://so14.tci-thaijo.org/index.php/itmc/issue/feed
วารสารนวัตกรรมการบริหารการจัดการและการสื่อสาร (ITMC)
2026-04-30T16:46:58+07:00
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิงห์ สิงห์ขจร
itmc@bsru.ac.th
Open Journal Systems
<p>วารสารนวัตกรรมการบริหารการจัดการและการสื่อสาร Innovation Technology Management Communication (ITMC) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มีกำหนดเผยแพร่ปีละ 3 ฉบับ วารสารมีการเผยแพร่ในช่องทางออนไลน์เพียงช่องทางเดียวผ่านระบบ ThaiJO</p> <p><strong>วัตถุประสงค์</strong><strong> </strong><br />1. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา สนับสนุนการทำงานวิจัยและพัฒนาในด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี การบริหารการจัดการ และการสื่อสาร เพื่อเสริมสร้างความรู้และนวัตกรรมในสาขาต่าง ๆ<br />2. เพื่อเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนความรู้ ส่งเสริมและสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในการบริหารการจัดการและการสื่อสาร ตลอดจนเทคนิคการวิจัยใหม่ ๆ ทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์ระหว่างนักวิจัยและผู้ที่สนใจในสาขาที่เกี่ยวข้องได้สร้างผลงานทางวิชาการที่เป็นวิทยาการใหม่ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อสังคม<br />3. สนับสนุนการสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี การบริหารการจัดการและการสื่อสาร<br />4. เผยแพร่ความรู้ สนับสนุนการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการผ่านทางบทความที่มีคุณภาพและนวัตกรรมในด้านการบริหารการจัดการและการสื่อสาร<br /><br /><strong>ขอบเขตเนื้อหาการตีพิมพ์ (Scope)</strong><br /> เพื่อเผยแพร่บทความวิจัย (Research Article) และบทความวิชาการ (Academic Article) ที่มีคุณภาพด้านสังคมศาสตร์ ได้แก่ บริหารธุรกิจ ศิลปศาสตร์ การศึกษา การบัญชี เศรษฐศาสตร์ นิเทศศาสตร์ รัฐศาสตร์ ครุศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ สังคมวิทยา นิติศาสตร์ สังคมสงเคราะห์ สุขศึกษา พาณิชยศาสตร์ พัฒนาชุมชน การเงินการธนาคาร ปรัชญา ภูมิศาสตร์ จิตวิทยา อักษรศาสตร์สาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง</p> <p><strong>ประเภทบทความที่รับ (</strong><strong>Types of Article)</strong><br /> วารสารรับตีพิมพ์เผยแพร่บทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใน 2 ประเภท ได้แก่<br /> 1. บทความวิจัย (Research Article) <br /> 2. บทความวิชาการ (Academic Article) </p> <p><strong>กำหนดการเผยแพร่ (Publication Frequency)</strong><br /> วารสารมีกำหนดการเผยแพร่ ปีละ 3 ฉบับ (ราย 4 เดือน) ดังนี้<br /> ฉบับที่ 1: มกราคม-เมษายน (กำหนดออก เมษายน)<br /> ฉบับที่ 2: พฤษภาคม-สิงหาคม (กำหนดออก สิงหาคม)<br /> ฉบับที่ 3: กันยายน-ธันวาคม (กำหนดออก ธันวาคม)<br /><br /><strong>นโยบายการประเมินบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review Policy)</strong><br /> ตั้งแต่ ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม-เมษายน 2567) บทความทุกบทความจะได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ที่มีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องจำนวน 3 ท่าน (เดิมใช้ผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่า 2 ท่าน) ในรูปแบบของการประเมินบทความที่ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เขียนไม่ทราบชื่อและสังกัดของกันและกัน (Double-Blind Peer Review)<br /> โดยบทความจากบุคลากรภายใน จะได้รับการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกทั้งหมด ส่วนบทความจากบุคลากรภายนอก จะได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกทั้งหมด หรือจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิภายใน<br /><br /><strong>ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์</strong><br />วารสารไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์เนื่องจากคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้สนับสนุบงบประมาณในการดำนเนินการแล้ว</p>
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/itmc/article/view/2312
กลยุทธ์การสื่อสารและการตลาดเชิงบูรณาการ กรณีศึกษาการพัฒนาสื่อ ดิจิทัลสำหรับวิสาหกิจชุมชนมะขามแดง จังหวัดสมุทรสาคร
2026-02-18T18:01:16+07:00
กรวุฒิ อาศนะ
korrawuth.as@bsru.ac.th
ณัฐกานต์ แก้วขำ
natthakarn@gmail.com
อิศรา ยิ่งยวด
Isara.Yi@bsru.ac.th
เพียรพิลาส พิริยาโภคานนท์
Piarnpilas.Pi@bsru.ac.th
จันทรัศมิ์ สิริวุฒินันท์
Jantharat.Si@bsru.ac.th
ดรุษ ประดิษฐ์ทรง
Darut.Pr@bsru.ac.th
<p>วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดและแนวทางการพัฒนาสื่อดิจิทัลเพื่อการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดเชิงบูรณาการของวิสาหกิจชุมชนแปรรูปมะขามแดง จังหวัดสมุทรสาคร โดยใช้วิธีการรวบรวมข้อมูลจากการศึกษาเอกสารโครงการ การสังเคราะห์ข้อมูลจากการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง และการถอดบทเรียนจากการพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชน ผลการศึกษาพบว่า แนวทางการพัฒนาเชิงบูรณาการมี 4 มิติ ได้แก่ 1) ความสอดคล้องของสาร เน้นคุณค่าหลักด้านโภชนาการ ภูมิปัญญา และรสชาติ 2) การใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางหลัก 3) การผลิตเนื้อหาเน้นการเล่าเรื่องเชื่อมโยงคุณค่าผลิตภัณฑ์ และ 4) การวัดผลและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง การบูรณาการข้อมูลจากแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อนำมาปรับใช้ในการปรับปรุงกลยุทธ์การสื่อสารของวิสาหกิจชุมชน ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และส่งเสริมความยั่งยืนทางธุรกิจในระยะยาว แนวทางการพัฒนาสื่อดิจิทัลแบบบูรณาการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิสาหกิจชุมชนที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและสร้างความมั่นคงของตำแหน่งทางการตลาดอย่างยั่งยืน</p>
2026-04-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/itmc/article/view/2319
การธำรงรักษาครูเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและความยั่งยืนขององค์กรทางการศึกษา
2026-04-04T07:47:34+07:00
ปนิดา เทพสุวรรณ
panidathepsuwan@gmail.com
ธีรเมธ เทพสุริยวงศ์
Teeramaet@gmail.com
บุษยมาศ ทาแฝง
Bussayamas@gmail.com
ประธาน พะลาด
Prathan@gmail.com
เพชรรัตน์ ขำบัณฑิตย์
Phetcharat@gmail.com
สถิรพร เชาวน์ชัย
Sathiraporn`@gmail.com
<p data-start="0" data-end="376">บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์แนวคิด ทฤษฎี และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการธำรงรักษาครู เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและความยั่งยืนขององค์กรทางการศึกษา โดยใช้วิธีการทบทวนวรรณกรรม ทั้งในประเทศและต่างประเทศในช่วง พ.ศ. 2553–2566 (ค.ศ. 2010–2023) แล้วนำมาสังเคราะห์เป็นกรอบแนวคิดเชิงทฤษฎี สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา</p> <p data-start="378" data-end="866">ผลการสังเคราะห์พบว่า การธำรงรักษาครูเป็นกลไกสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงและความยั่งยืนขององค์กรทางการศึกษา เนื่องจากครูเป็นทรัพยากรมนุษย์หลักในการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการธำรงรักษาครูประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ (1) ความผูกพันต่อองค์กร (2) สภาพแวดล้อมในการทำงาน (3) ความพึงพอใจในการทำงาน (4) ภาวะผู้นำของผู้บริหาร และ (5) การมีส่วนร่วมในโรงเรียน </p> <p data-start="868" data-end="1240" data-is-last-node="" data-is-only-node="">แนวทางการธำรงรักษาครูสามารถดำเนินได้ใน 3 ระดับ คือ ระดับบุคคล ระดับกลุ่ม และระดับองค์การ บทบาทของผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ ความเป็นธรรม สนับสนุนสวัสดิการ และเปิดโอกาสให้ครูมีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียนอย่างเท่าเทียม จะช่วยสร้างแรงจูงใจ ขวัญกำลังใจ และความภาคภูมิใจในวิชาชีพ ซึ่งนำไปสู่ความผูกพันต่อองค์กร การคงอยู่ของครู และการยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน</p>
2026-04-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/itmc/article/view/2436
การสื่อสารเกี่ยวกับปัญหาฝุ่นขนาดเล็ก PM.2.5 ของผู้ใช้สื่อสังคม
2026-02-20T13:54:16+07:00
เสาวนี ี ชินนาลอง
csaowanee@gmail.com
<p data-start="0" data-end="540">งานวิจัยเรื่อง การสื่อสารเกี่ยวกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ของผู้ใช้สื่อสังคม เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปริมาณการกล่าวถึงและการมีส่วนร่วมของผู้ใช้สื่อสังคมเกี่ยวกับฝุ่น PM 2.5 และ 2) วิเคราะห์ประเด็นสำคัญที่ผู้ใช้สื่อสังคมสนทนาผ่านพื้นที่ออนไลน์ โดยใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณด้วยการวัดผลผ่านเครื่องมือรับฟังเสียงสังคม โซเชียลอาย และวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาจากข้อมูลสาธารณะบนสื่อสังคมในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 ถึงมิถุนายน พ.ศ. 2568 เป็นเวลา 6 เดือน การรวบรวมข้อมูลดังกล่าวใช้เครื่องมือฟังเสียงสังคมโซเชียลอาย</p> <p data-start="542" data-end="1203">ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้ใช้สื่อสังคมในประเทศไทยมีการกล่าวถึงฝุ่น PM2.5 จำนวน 128,272 ครั้ง และมีส่วนร่วมจำนวน 18,679,270 ครั้ง โดยจำแนกช่องทางสื่อสังคม ได้แก่ เฟซบุ๊ก เอ็กซ์ อินสตาแกรม และติ๊กต็อก ในช่วงเวลา 6 เดือน (25 ธันวาคม 2567 - 25 มิถุนายน 2568) ผู้ใช้สื่อสังคมกล่าวถึงฝุ่น PM2.5 ผ่านเฟซบุ๊กมากที่สุด จำนวน 100,844 ครั้ง และมีการมีส่วนร่วมจากผู้ใช้ จำนวน 10,203,562 ครั้ง รองลงมาคือ เอ็กซ์ มีการกล่าวถึงจำนวน 13,225 ครั้ง และมีการมีส่วนร่วมจากผู้ใช้ จำนวน 1,239,511 ครั้ง อินสตาแกรมมีการกล่าวถึงจำนวน 9,569 ครั้ง และมีการมีส่วนร่วมจากผู้ใช้ จำนวน 2,730,445 ครั้ง และติ๊กต็อกมีการกล่าวถึงจำนวน 4,634 ครั้ง และมีการมีส่วนร่วมจากผู้ใช้ จำนวน 4,505,752 ครั้ง</p> <p data-start="1205" data-end="1669" data-is-last-node="" data-is-only-node="">ประเด็นสำคัญที่ผู้ใช้สื่อสังคมแสดงการมีส่วนร่วมอย่างมากในเดือนมกราคม พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นเดือนที่ฝุ่น PM2.5 มีปัญหารุนแรง แสดงให้เห็นความกังวลใจในผลกระทบของฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะต่อเด็ก ซึ่งทำให้เลือดกำเดาไหล โดยจัดกลุ่มประเด็นได้ 3 กลุ่ม คือ 1) ความกังวลใจต่อผลกระทบของฝุ่น PM2.5 ต่อเด็ก ประชาชนทั่วไป และสัตว์เลี้ยง 2) การปฏิบัติตัวในขณะฝุ่น PM2.5 สูงเกินมาตรฐาน และ 3) การแก้ปัญหาของรัฐเกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ทั้งนโยบายการทำงานที่บ้าน และการให้บริการรถไฟฟ้าและรถเมล์ฟรี</p>
2026-04-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/itmc/article/view/2479
การพัฒนาสื่อการสอนออนไลน์ เรื่อง อินเทอร์เน็ตเบื้องต้น โดยใช้โปรแกรม CoSpaces เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนชะอวดวิทยาคาร
2026-04-04T07:57:30+07:00
ธัษณ์ชัญญา วงศ์มณี
Thatchanya@gmail.com
รัชนี สิทธิศักดิ์
rutchanee_sit@nstru.ac.th
นพรัตน์ หมีพลัด
Nopparat@gmail.com
<p>การวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้นครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาสื่อการสอนออนไลน์เสมือนจริง เรื่องอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น โดยใช้โปรแกรม CoSpaces Edu สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของผู้เรียนที่เรียนด้วยสื่อดังกล่าว และ (3) ประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อสื่อการสอนออนไลน์เสมือนจริงที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/5 โรงเรียนชะอวดวิทยาคาร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาด้วยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยของการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย (1) สื่อการสอนออนไลน์เสมือนจริงที่พัฒนาด้วยโปรแกรม CoSpaces Edu (2) แผนการจัดการเรียนรู้ (3) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชนิดปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.82 และ (4) แบบประเมินความพึงพอใจแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างไม่อิสระ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า (1) สื่อการสอนออนไลน์เสมือนจริงที่พัฒนาขึ้นมีลักษณะเป็นห้องเรียนออนไลน์เสมือนจริง ประกอบด้วย 2 โซนหลัก คือ โซนเรียนรู้ด้วยตนเองและโซนแบบทดสอบ ซึ่งมีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ (3) ความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อสื่อการสอนออนไลน์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด</p>
2026-04-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/itmc/article/view/2543
Strategic Formulation and Performance Indicators for the Thai Original Equipment Manufacturing (OEM) Industry Strategic Formulation and Performance Indicators for the Thai Original Equipment Manufacturing (OEM) Industry
2026-04-11T07:11:40+07:00
ณฐาพัชร์ วรพงศ์พัชร์
dr.thiwat@gmail.com
<p data-start="0" data-end="533">This conceptual paper aims to propose strategic frameworks and identify key performance indicators (KPIs) for the Original Equipment Manufacturer (OEM) industry in Thailand, with particular emphasis on the dietary supplement, health, and beauty sectors. The study adopts an integrative approach based on an extensive literature review and synthesis of prior empirical studies in the areas of strategic management, marketing, digital leadership, Buddhist-based leadership, and Environmental, Social, and Governance (ESG) frameworks.</p> <p data-start="535" data-end="1025">The findings suggest that an effective strategic model for the Thai OEM industry should be structured around five foundational pillars: (1) enhancing competitive advantage through Smart Factory and digital integration, (2) fostering product innovation via collaborative ecosystems, (3) developing human capital through ethical and value-based leadership, (4) strengthening industrial infrastructure and networks, and (5) promoting brand equity through ESG-driven sustainability practices.</p> <p data-start="1027" data-end="1391">Key performance indicators include the Labor Productivity Index, the ratio of research and development (R&D) expenditure to total revenue, and the achievement of international certification standards. In addition, corporate credibility and digital communication channels are identified as critical factors influencing the decision-making of modern entrepreneurs.</p> <p data-start="1393" data-end="1810" data-is-last-node="" data-is-only-node="">This study contributes by offering an integrated conceptual framework that links strategic formulation with measurable performance indicators. The proposed model provides practical implications for OEM practitioners seeking to enhance operational efficiency and long-term competitiveness, as well as policy recommendations to support Thailand’s transition toward a high-value, innovation-driven manufacturing economy.</p>
2026-04-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/itmc/article/view/2661
การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยในยุคปัญญาประดิษฐ์
2026-04-11T07:11:10+07:00
ธนารักษ์ สารเถื่อนแก้ว
thanarak.s@rumail.ru.ac.th
ขัณธ์ชัย อธิเกียรติ
Khan@gmail.con
<p data-start="0" data-end="682">การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยในยุคปัญญาประดิษฐ์ (2) ตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบ และ (3) ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบต่อสมรรถนะภาษาไทยและสมรรถนะการใช้ปัญญาประดิษฐ์ของผู้เรียน การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา 5 ระยะ ได้แก่ การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน การออกแบบและพัฒนา การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ การทดลองใช้ภาคสนาม และการปรับปรุงรูปแบบ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 30 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ แบบวัดสมรรถนะภาษาไทย แบบวัดความฉลาดรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างสัมพันธ์</p> <p data-start="684" data-end="1474" data-is-last-node="" data-is-only-node="">ผลการวิจัยพบว่า (1) รูปแบบการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยในยุคปัญญาประดิษฐ์ ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ การบูรณาการกรอบความรู้ทีแพค ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ วงจรการออกแบบการเรียนรู้ การสอนแบบแตกต่างรายบุคคลด้วยการสนับสนุนจากปัญญาประดิษฐ์ การเรียนรู้แบบร่วมมือระหว่างมนุษย์กับปัญญาประดิษฐ์ จริยธรรมดิจิทัลและความตระหนักทางวัฒนธรรม และการประเมินผลและการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (2) ความเหมาะสมของรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.78, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.31) และ (3) ผู้เรียนมีคะแนนสมรรถนะภาษาไทยและความฉลาดรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 งานวิจัยนี้เสนอแนวคิดการ บูรณาการปัญญาประดิษฐ์กับกรอบทีแพค และสมรรถนะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทยอย่างสมดุลระหว่างเทคโนโลยี ภาษา และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม</p>
2026-04-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา