วารสารนวัตกรรมการบริหารการจัดการและการสื่อสาร (ITMC) https://so14.tci-thaijo.org/index.php/itmc <h3 class="" data-start="148" data-end="199">วารสารนวัตกรรมการบริหารการจัดการและการสื่อสาร</h3> <p class="" data-start="200" data-end="318"><strong data-start="200" data-end="257">Innovation Technology Management Communication (ITMC)</strong><br data-start="257" data-end="260" /><strong data-start="260" data-end="318">คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา</strong></p> <p class="" data-start="320" data-end="597">วารสารนวัตกรรมการบริหารการจัดการและการสื่อสาร Innovation Technology Management Communication (ITMC) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมความเป็นนวัตกรรมในการบริหารการจัดการและการสื่อสารในสถานการณ์ทางธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะวารสารนี้เน้นด้าน <span style="font-size: 0.875rem;">นวัตกรรมเชิงเทคโนโลยี (Innovation Technology)</span><span style="font-size: 0.875rem;">การบริหารการจัดการ (Management) </span><span style="font-size: 0.875rem;">การสื่อสาร (Communication) </span>เพื่อให้ผู้อ่านได้รับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมศาสตร์ วิธีการนำเสนอและนำไปใช้งานในองค์กรและธุรกิจในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการสื่อสารที่ก้าวขึ้นอย่างรวดเร็ว</p> <p class="" data-start="953" data-end="1316"> วารสารฉบับนี้จะเผยแพร่บทความทางวิชาการ ทำงานวิจัยและพัฒนาการจัดการอย่างยั่งยืน (Sustainable Management Technology and Innovation) นำเสนอการสร้างผลิตภัณฑ์ การจัดการ หรือบริการที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมและธุรกิจ วิถีชีวิต ภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิต ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้บริโภคและสังคมในระยะยาว การบริหารการจัดการที่มีประสิทธิภาพ เน้นการวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ในเชิงสหวิทยาการ ประกอบด้วย <span style="font-size: 0.875rem;">บทความวิจัย </span><span style="font-size: 0.875rem;">บทความวิชาการ</span><span style="font-size: 0.875rem;">บทความปริทัศ</span></p> <p class="" data-start="1461" data-end="1677"> วารสารฉบับนี้ทำให้นักวิจัยและผู้ที่สนใจทางด้านนี้มีพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ และสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีคุณภาพเกี่ยวกับนวัตกรรม การจัดการ และการสื่อสารในทุกมิติของธุรกิจและองค์กรในยุคปัจจุบันและอนาคต มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาในด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี การบริหารการจัดการ และการสื่อสาร ซึ่งบทความวิชาการและบทความวิจัยทุกเรื่องที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสารจะได้รับการอ่านและตรวจพิจารณาจากกรรมการผู้เชี่ยวชาญ (Peer Reviewer) อย่างน้อย 3 ท่าน โดยวารสารนี้จะเปิดรับบทความปีละ 3 ฉบับของทุกปี คือ <span style="font-size: 0.875rem;">ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน </span><span style="font-size: 0.875rem;">ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม </span><span style="font-size: 0.875rem;">ฉบับที่ 3 กันยายน – ธันวาคม </span>ในรูปแบบของการประเมินบทความที่ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เขียนไม่ทราบชื่อและสังกัดของกันและกัน (Double-Blind Peer Review) โดยบทความจากบุคลากรภายในจะได้รับการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกทั้งหมด ส่วนบทความจากบุคลากรภายนอกจะได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกทั้งหมด หรือจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิภายใน ทั้งนี้เพื่อให้บทความที่ตีพิมพ์มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานสากล เพื่อนำไปสู่การเกิดองค์ความรู้ใหม่และต่อยอดการพัฒนาในศาสตร์และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องต่อไป</p> <hr class="" data-start="2544" data-end="2547" /> <h3 class="" data-start="2549" data-end="2568">เกี่ยวกับวารสาร</h3> <p class="" data-start="2570" data-end="2850">วารสารนวัตกรรมการบริหารการจัดการและการสื่อสาร Innovation Technology Management Communication (ITMC) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มีกำหนดเผยแพร่ปีละ 3 ฉบับ ได้ผลิตวารสารจากตัวเล่มหนังสือและวารสารมีการเผยแพร่ในช่องทางออนไลน์เพียงช่องทางเดียวผ่านระบบ ThaiJO</p> <hr class="" data-start="2852" data-end="2855" /> <h3 class="" data-start="2857" data-end="2873">วัตถุประสงค์</h3> <ol data-start="2875" data-end="3593"> <li class="" data-start="2875" data-end="3046"> <p class="" data-start="2878" data-end="3046"><strong data-start="2878" data-end="2906">ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา</strong><br data-start="2906" data-end="2909" />สนับสนุนการทำงานวิจัยและพัฒนาในด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี การบริหารการจัดการ และการสื่อสาร เพื่อเสริมสร้างความรู้และนวัตกรรมในสาขาต่าง ๆ</p> </li> <li class="" data-start="3048" data-end="3351"> <p class="" data-start="3051" data-end="3351"><strong data-start="3051" data-end="3090">เพื่อเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนความรู้</strong><br data-start="3090" data-end="3093" />ส่งเสริมและสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในการบริหารการจัดการและการสื่อสาร ตลอดจนเทคนิคการวิจัยใหม่ ๆ ทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์ระหว่างนักวิจัยและผู้ที่สนใจในสาขาที่เกี่ยวข้อง ได้สร้างผลงานทางวิชาการที่เป็นวิทยาการใหม่ ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อสังคม</p> </li> <li class="" data-start="3353" data-end="3457"> <p class="" data-start="3356" data-end="3457"><strong data-start="3356" data-end="3393">สนับสนุนการสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจ</strong><br data-start="3393" data-end="3396" />ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี การบริหารการจัดการ และการสื่อสาร</p> </li> <li class="" data-start="3459" data-end="3593"> <p class="" data-start="3462" data-end="3593"><strong data-start="3462" data-end="3480">เผยแพร่ความรู้</strong><br data-start="3480" data-end="3483" />สนับสนุนการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการผ่านทางบทความที่มีคุณภาพและนวัตกรรมในด้านการบริหารการจัดการและการสื่อสาร</p> </li> </ol> <hr class="" data-start="3595" data-end="3598" /> <h3 class="" data-start="3600" data-end="3635">ขอบเขตเนื้อหาการตีพิมพ์ (Scope)</h3> <p>เพื่อเผยแพร่บทความวิจัย (Research Article) และบทความวิชาการ (Academic Article) ที่มีคุณภาพในด้านสังคมศาสตร์ ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา ได้แก่ บริหารธุรกิจ ศิลปศาสตร์ การศึกษา การบัญชี เศรษฐศาสตร์ นิเทศศาสตร์ รัฐศาสตร์ ครุศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ สังคมวิทยา นิติศาสตร์ สังคมสงเคราะห์ สุขศึกษา พาณิชยศาสตร์ พัฒนาชุมชน การเงินการธนาคาร ปรัชญา ภูมิศาสตร์ จิตวิทยา อักษรศาสตร์ ตลอดจนสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งหวังให้ผลงานวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์สามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่ เสริมสร้างการพัฒนาทางวิชาการ และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมในมิติต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p> <hr class="" data-start="4091" data-end="4094" /> <h3 class="" data-start="4096" data-end="4137">ประเภทบทความที่รับ (Types of Article)</h3> <p class="" data-start="4139" data-end="4209">วารสารรับตีพิมพ์เผยแพร่บทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใน 2 ประเภท ได้แก่</p> <ol data-start="4210" data-end="4281"> <li class="" data-start="4210" data-end="4245"> <p class="" data-start="4213" data-end="4245">บทความวิจัย (Research Article)</p> </li> <li class="" data-start="4246" data-end="4281"> <p class="" data-start="4249" data-end="4281">บทความวิชาการ (Academic Article)</p> </li> </ol> <hr class="" data-start="4283" data-end="4286" /> <h3 class="" data-start="4288" data-end="4331">กำหนดการเผยแพร่ (Publication Frequency)</h3> <p class="" data-start="4333" data-end="4390">วารสารมีกำหนดการเผยแพร่ปีละ 3 ฉบับ (ราย 4 เดือน) ดังนี้</p> <ul data-start="4391" data-end="4535"> <li class="" data-start="4391" data-end="4437"> <p class="" data-start="4393" data-end="4437">ฉบับที่ 1: มกราคม–เมษายน (กำหนดออก เมษายน)</p> </li> <li class="" data-start="4438" data-end="4487"> <p class="" data-start="4440" data-end="4487">ฉบับที่ 2: พฤษภาคม–สิงหาคม (กำหนดออก สิงหาคม)</p> </li> <li class="" data-start="4488" data-end="4535"> <p class="" data-start="4490" data-end="4535">ฉบับที่ 3: กันยายน–ธันวาคม (กำหนดออก ธันวาคม)</p> </li> </ul> <hr class="" data-start="4537" data-end="4540" /> <h3 class="" data-start="4542" data-end="4605">นโยบายการประเมินบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review Policy)</h3> <p class="" data-start="4607" data-end="4929">ตั้งแต่ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม–เมษายน 2567) บทความทุกบทความจะได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ที่มีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องจำนวน 3 ท่าน (เดิมใช้ผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่า 2 ท่าน) ในรูปแบบของการประเมินบทความที่ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เขียนไม่ทราบชื่อและสังกัดของกันและกัน (Double-Blind Peer Review)</p> <p class="" data-start="4931" data-end="5128">โดยบทความจากบุคลากรภายในจะได้รับการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกทั้งหมด ส่วนบทความจากบุคลากรภายนอกจะได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกทั้งหมด หรือจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิภายใน</p> กองบรรณาธิการ วารสารนวัตกรรมการบริหารการจัดการและการสื่อสาร Innovation Technology Management Communication (ITMC) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา th-TH วารสารนวัตกรรมการบริหารการจัดการและการสื่อสาร (ITMC) 3057-1081 <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา</p> <p> </p> A Preliminary Study on the Role of Drawing Art in Stress Management among University Students: Evidence from a Fine Arts Drawing Group https://so14.tci-thaijo.org/index.php/itmc/article/view/2198 <p>This preliminary study examines the effectiveness of drawing art as a stress <br />management method among university students. Specifically, it investigates how <br />engagement, performance, and life satisfaction influence perceived stress and how <br />reduced stress, in turn, sequentially improves the drawing art experience. The study <br />employed a quantitative pre-test/post-test design involving 40 fine arts students from a <br />public university in Chengdu, China. Participants took part in a structured four-hour drawing <br />session designed to encourage thoughtful expression and creative engagement. <br />Findings from paired t-tests indicated a significant decrease in perceived stress <br />levels following the intervention (p &lt; .001). Regression analysis further revealed that <br />engagement (β = -0.42, p &lt; .01), performance (β = -0.38, p &lt; .01), and life satisfaction (β = - 0.44, p &lt; .01) significantly predicted lower stress levels. Furthermore, reduced stress <br />significantly predicted the drawing art experience (β = 0.56, p &lt; .001).</p> <p>These findings support that participation in drawing art activities improves <br />psychological health by encouraging mindfulness, emotional regulation, and satisfaction. <br />The study contributes to both art education and psychological health research by providing <br />empirical evidence of drawing’s beneficial and educational value. It also highlights the <br />importance of integrating art-based mindfulness and creative interventions into higher <br />education programs to foster emotional flexibility, engagement, and academic well-being <br />among students.</p> Qizhen Gu Zhong Cao Witsaroot Pariyaprasert ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-29 2025-12-29 2 3 (กันยายน - ธันวาคม) 1 24 A Preliminary Investigation of Communication Skills Workshop Impact on Pre-Service Early Childhood Educators: Evidence from a Single-Group Study https://so14.tci-thaijo.org/index.php/itmc/article/view/2156 <p>This preliminary investigation examined the impact of a seminar-workshop</p> <p>on enhancing the self-reported communication skills of future early childhood educators</p> <p>across three domains: interactions with children, parents, and colleagues. Using</p> <p>a single-group pre-test/post-test design, 40 undergraduate Early Childhood Education</p> <p>students participated in a structured professional development intervention incorporating</p> <p>experiential learning activities, role-playing exercises, and collaborative discussions. While</p> <p>acknowledging significant methodological limitations, including the absence of a control</p> <p>group and exclusive reliance on self-report measures, the results demonstrated statistically</p> <p>significant improvements across all domains with large effect sizes: child interactions</p> <p>(d = 1.89, p &lt; 0.001), parent interactions (d = 1.96, p &lt; 0.001), and colleague interactions</p> <p>(d = 2.14, p &lt; 0.001). Post-workshop evaluations indicated high participant satisfaction and</p> <p>perceived professional benefit. These findings provided preliminary evidence suggesting</p> <p>the potential value of structured communication skills training in early childhood</p> <p>education programs, while highlighting the critical need for more rigorous experimental</p> <p>designs to establish definitive effectiveness. The research serves as an important</p> <p>foundation for future controlled studies examining communication skills development</p> <p>in pre-service educator preparation.</p> Chito Mataac ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-29 2025-12-29 2 3 (กันยายน - ธันวาคม) 25 45 ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในโรงเรียนวชิรธรรมสาธิต https://so14.tci-thaijo.org/index.php/itmc/article/view/2009 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในของโรงเรียนวชิรธรรมสาธิตตามความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ บุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนวชิรธรรมสาธิต จำนวนทั้งสิ้น 159 คน โดยมีกลุ่มตัวอย่างจำนวน 120 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประเมินค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย () ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลวิจัยพบว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 64 มีช่วงอายุ 31 - 40 ปี ร้อยละ 42 มีประสบการณ์การทำงาน 5 - 10 ปี ร้อยละ 43 มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ร้อยละ 65 และปฏิบัติงานกลุ่มบริหารวิชาการ ร้อยละ 29 และผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในโรงเรียนวชิรธรรมสาธิต ในภาพรวมคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (𝑥̅ =3.71, S.D. =1.06) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าคิดเห็นอยู่ในระดับมากทุกข้อ โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ดังนี้ ปัจจัยด้านบุคคลากร (𝑥̅ =3.90, S.D. =0.88) รองลงมาอันดับที่สองเป็นปัจจัยด้านโครงสร้าง (𝑥̅ =3.82, S.D. =1.10) อันดับที่สามปัจจัยด้านสภาพทางกายภาพ (𝑥̅ =3.78, S.D. =1.00) อันดับที่สี่เป็นปัจจัยด้านวัสดุอุปกรณ์ (𝑥̅ =3.76, S.D. =1.12) อันดับที่ห้าเป็นปัจจัยด้านงบประมาณ (𝑥̅ =3.74, S.D. =1.21) ค่าเฉลี่ยเท่ากันกับ ปัจจัยด้านวัฒนธรรมองค์กร (𝑥̅=3.74, S.D. =1.20) และอันดับสุดท้ายเป็น ปัจจัยด้านภาวะผู้นำ (𝑥̅ =3.62, S.D. =1.16) ตามลำดับ</p> Thanarak Santhuenkaew ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-29 2025-12-29 2 3 (กันยายน - ธันวาคม) 46 66 การปรับตัวและปัจจัยด้านการสื่อสารของชุมชนริมคลองแม่ข่าภายหลังการจัดทำแผนแม่บทคลองแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2560-2567 https://so14.tci-thaijo.org/index.php/itmc/article/view/1876 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการปรับตัว และปัจจัยด้านการสื่อสารของชุมชนริมคลองแม่ข่า ภายหลังการจัดทำแผนแม่บทคลองแม่ข่า อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างปีพ.ศ. 2560-2567&nbsp; การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของคลองแม่ข่าหลังการดำเนินงานตามแผนแม่บทคลองแม่ข่า พ.ศ.2561-2565 จากการดำเนินจากหน่วยงานของรัฐ ได้แก่ เก็บขยะขุดลอกคลอง คัดแยกขยะ และการปรับปรุงทางเดินเลียบคลอง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้เกิดการปรับตัวของชุมชนใน 4 ประเด็นดังนี้ 1) เปลี่ยนบ้านเป็นร้านค้าโดยเจ้าของบ้านดำเนินธุรกิจเอง 2) ปล่อยบ้านให้เช่าเป็นร้านอาหารและแหล่งบันเทิงเพื่อการท่องเที่ยว 3) เกิดการเรียกร้องกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย 4) ฟื้นฟูวัฒนธรรมชุมชนเพื่อการท่องเที่ยว พร้อมกันนั้นพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพเกิดจากการสื่อสารใน 3 มิติได้แก่ มิติที่ 1) ระดับจังหวัดเป็นการสื่อสารภาพลักษณ์ให้เป็นพื้นที่บูรณาการเพื่อการแก้ปัญหาแบบองค์รวม 2) ระดับเทศบาลเป็นการสื่อสารเพื่อให้เกิดความรู้การตระหนักถึงปัญหาคุณภาพชีวิตในมิติต่างๆ 3) ระดับชุมชนเกิดกระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงอนาคตร่วมกัน</p> Teepapas Noiniyom ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-29 2025-12-29 2 3 (กันยายน - ธันวาคม) 67 84 Driving Academic Excellence: Assessing Workforce, Leadership, and Governance Impact on Faculty Performance in a Private University (EdPEx Case Study) https://so14.tci-thaijo.org/index.php/itmc/article/view/1707 <p>This study investigated how workforce conditions, leadership effectiveness, and</p> <p>governance structures influence faculty performance in an EdPEx- accredited private</p> <p>university, and proposes actionable strategies to enhance institutional quality. An</p> <p>explanatory sequential mixed- methods design was applied. Quantitative data were</p> <p>collected via a faculty survey ( N = 61; 94% response rate) and analyzed using JAMOVI</p> <p>( regression, ANOVA, chi-square) , followed by semi-structured interviews with purposively</p> <p>selected informants ( n = 5) analyzed thematically in NVivo. The results indicate strong</p> <p>institutional strengths in ethical leadership (M = 4.5/5) and financial governance (M = 4.7/5),</p> <p>alongside critical gaps in technological resources (M = 2.9/5) and work–life balance support</p> <p>( M = 2.7/5). Inclusive policies were significantly associated with innovation ( X2</p> <p>= 12.4,</p> <p>p &lt; .001) , while performance metrics showed no meaningful relationship with retention</p> <p>(r =</p> <p>.18). Overall, the findings suggest that EdPEx provides a robust quality framework, but</p> <p>effective implementation depends on targeted, faculty- centered interventions.</p> <p>Accordingly, a phased action plan is proposed, emphasizing technology enhancement,</p> <p>tiered faculty development, and increased governance transparency to strengthen faculty</p> <p>performance and institutional excellence.</p> ชมพู เนื่องจำนงค์ Taminee Shinasharkey Qizhen Gu ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-29 2025-12-29 2 3 (กันยายน - ธันวาคม) 85 103 การวิเคราะห์พฤติกรรมการมองและการรับรู้ภาพโลโก้เชิงสิ่งแวดล้อม โดยใช้เทคนิค Eye-tracking และ Heatmap Analysis https://so14.tci-thaijo.org/index.php/itmc/article/view/1677 <p><strong>&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp; โลโก้ของผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารคุณค่าความยั่งยืน งานวิจัยนี้วิเคราะห์พฤติกรรมการมองโลโก้ &nbsp;Paper Regen &nbsp;ด้วยเทคนิค Eye-tracking, Manual Attention Mapping และแบบสอบถามการรับรู้ พบว่า &nbsp;จุดวนกลางของตัว R &nbsp;ได้รับความสนใจสูงสุด (Fixation 62.4%) โดยมีลำดับการมอง R → Paper → Regen และค่า TTFF เฉลี่ย 0.73 วินาที แบบสอบถามสะท้อนว่าโลโก้นี้สื่อถึงความเป็นธรรมชาติและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างชัดเจน (M = 4.72 และ 4.61 ตามลำดับ) และมีความสัมพันธ์ระดับปานกลางถึงสูงกับระยะเวลาการจ้อง (r = 0.61, p &lt; 0.01) ข้อเสนอแนะการออกแบบประกอบด้วยการใช้โทนสีเขียว รูปทรงโค้งมน พื้นผิวคล้ายกระดาษ และการจัดลำดับองค์ประกอบที่ดึงดูดสายตา สอดคล้องกับทฤษฎี Visual Hierarchy และแนวคิด Eco-Aesthetic Design</p> catthaleeya rerkpichai Prapawis Panassupsuk ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-29 2025-12-29 2 3 (กันยายน - ธันวาคม) 104 119