การรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาวะของผู้สูงอายุในจังหวัดมหาสารคาม
Main Article Content
บทคัดย่อ
วิจัยเรื่องการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาวะผู้สูงอายุใน จังหวัดมหาสารคาม มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ คือ 1) เพื่อศึกษาการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะผู้สูงอายุ2) เพื่อพัฒนาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของผู้สูงอายุในจังหวัดมหาสารคามโดยใช้หลักธรรม และ 3) เพื่อนำเสนอแนวทางการส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะผู้สูงอายุในจังหวัดมหาสารคาม การวิจัยเป็นแบบผสานวิธี กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ ผู้ให้ข้อมูลเชิงคุณภาพ คือ นักวิชาการด้านสาธารณสุข นักประชาสัมพันธ์ จังหวัดมหาสารคาม นักวิชาการด้านคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ นักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดมหาสารคาม และประธานสมาคมผู้สูงอายุจังหวัดมหาสารคาม รวมทั้งสิ้น 5 คน โดยมีเครื่องมือในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .90 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1. การรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะผู้สูงอายุในจังหวัดมหาสารคามในภาพรวมทั้ง 4 ด้านอยู่ในระดับมาก (X = 3.65, S.D. 0.40) เมื่อพิจารณารายด้าน โดยเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย อันดับแรก คือ ทักษะในการเข้าถึงสื่อ (X = 3.79, S.D. 0.76) ทักษะการวิเคราะห์ (X = 3.67, S.D. 0.53) ทักษะการสร้างสรรค์ (X = 3.57, S.D. 0.46) และทักษะการประเมินสื่อ (X = 3.55, S.D. 0.47) ตามลำดับ และผู้ให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์ทุกคนเห็นตรงกันว่า การรู้เท่าทันสื่อเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะผู้สูงอายุมีความเสี่ยงที่จะเชื่อและแชร์ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจึงควรมีความสามารถในการตรวจสอบข้อมูล แยกแยะข่าวจริง-ข่าวปลอม เข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้สื่อ และตระหนักถึงผลกระทบของการส่งต่อข้อมูลที่ไม่เหมาะสม 2. พัฒนาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของผู้สูงอายุในจังหวัดมหาสารคามโดยใช้หลักไตรสิกขา โดยรวมอยู่ในระดับมาก (X = 3.64, S.D. 0.41) เมื่อพิจารณารายด้าน โดยเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย อันดับแรก คือ สุขภาวะกาย (X = 3.68, S.D. 0.45) รองลงมา ได้แก่ สุขภาวะใจ (X = 3.61, S.D. 0.39) สุขภาวะทางสังคม (X = 3.61, S.D. 0.39) และส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ได้แก่ สุขภาวะทางปัญญา (X = 2.79, S.D. 0.42) ตามลำดับ และผู้ให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์ มีความเห็นว่าการพัฒนาการใช้สื่อออนไลน์ของผู้สูงอายุโดยใช้หลักธรรม ได้แก่ สติ ปัญญา เมตตา กรุณา ส่งผลให้ผู้สูงอายุใช้สื่ออย่างระมัดระวัง แบ่งปันเฉพาะข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ปรับตัวกับเทคโนโลยีได้ดีเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสุขและสุขภาวะที่ดีทั้งต่อตนเองและชุมชน 3.นำเสนอแนวทางการส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะผู้สูงอายุในจังหวัด โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.66, S.D. 0.43) และมีข้อเสนอแนะ ควรมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ความรู้ด้านการใช้สื่อออนไลน์แก่ผู้สูงอายุ รองลงมาจัดอบรมการใช้สื่อให้ผู้สูงอายุในชุมชน และให้ลูกหลานที่ใกล้ชิดคอยสอนและแนะนำ และผู้ให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์แนวทางการส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ คือ สร้างชุมชนการเรียนรู้ผ่านกลุ่มออนไลน์ใช้แพลตฟอร์มที่ผู้สูงอายุใช้งานอยู่แล้ว เช่น LINE หรือ Facebook Group ตั้งทีมผู้ดูแล (อสม. จนท. สาธารณสุข นักวิชาการ) เพื่อให้คำปรึกษา แนะนำ และแก้ปัญหา
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กนิษฐา เทพสุด. (2561).พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียที่เกี่ยวกับสุขภาพกับการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานในกรุงเทพมหานคร. รายงานการวิจัย, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
กรรณุมา วรคุปต์. (2561). การเปิดรับการรู้เท่าทันสื่อและผลกระทบจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร. การศึกษาค้นคว้าอิสระปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต, แขนงวิชาการบูรณาการการสื่อสาร, สาขาวิชานิเทศศาสตร์, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ธัญญา จันทร์ตรง. (2566). การรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาวะของผู้สูงอายุในจังหวัดอุตรดิตถ์. อุตรดิตถ์: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.
ทินภัทร ปัญจมหาลาภ. (2563). การศึกษาพฤติกรรมการสื่อสาร ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ของผู้สูงอายุในอำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี. รายงานการวิจัย, มหาวิทยาลัยบูรพา.
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2542). พุทธธรรม เล่ม 5. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.
พระไพศาล วิสาโล. (2562). สุขแท้ด้วยปัญญา วิถีสู่สุขภาวะทางปัญญา. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.
พนม คลี่ฉายา. (2556). ความต้องการข่าวสารการใช้สื่อ และนิสัยการเปิดรับสื่อของผู้สูงอายุไทย. วารสารนิเทศศาสตร์, 31(2): 1-26.
ตระหนักจิต ยุตยรรยง. (2565).การรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุในเขตกรุงเทพฯ. รายงานการวิจัย, คณะนิเทศศาสตร์, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย.
สำนักงานสถิติจังหวัดมหาสารคาม. (2566). ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังในโลกของ “สังคมผู้สูงอายุ”. มหาสารคาม: สำนักงานสถิติจังหวัดมหาสารคาม.
อดิศักดิ์ จำปาทอง และศชากานท์ แก้วแพร่. (2564). แนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในจังหวัดลำปาง. วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจ. 15(2): 235-236.
อุษา บิ้กกิ้นส์. (2555). การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ ชุดเครื่องมือและกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อชุมชน.กรุงเทพฯ: แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเด็กและเยาวชน (สสย.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.).
Yamane, Taro. (2010). Statistics: An Introductory Analysis. 3rd ed. New York: Harper and Row Publications.
Thomopoulou et al., (2010). The Difference at Quality of Life and Loneliness between Elderly People. Biology of Exercise. 6 (2): 13-28.
Tonkit 360. พฤติกรรมการใช้ Social Media ของผู้สูงอายุ. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://tonkit360.com/32265. [24 ตุลาคม 2564].