การจัดการทุนทางสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนของระบบวนเกษตรป่าเมี่ยง ชุมชนบ้านป๊อก อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษารูปแบบการบริหารจัดการทุนทางสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมในระบบวนเกษตรป่าเมี่ยงของชุมชนบ้านป๊อก (2) วิเคราะห์กลไก บทบาท และความเชื่อมโยงของทุนทางสังคม ทุนวัฒนธรรม และทุนสิ่งแวดล้อมต่อการดำรงอยู่และความยั่งยืนของระบบวนเกษตรป่าเมี่ยงในพื้นที่ต้นน้ำ และ (3) เสนอแนวทางการบริหารจัดการทุนชุมชนที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชนบ้านป๊อก เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ และนำไปสู่ความยั่งยืนแบบบูรณาการในมิติเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 24 คน โดยการคัดเลือกแบบเจาะจง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและตรวจสอบความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการตรวจสอบแบบสามเส้า
ผลการวิจัยพบว่า (1) ระบบวนเกษตรป่าเมี่ยงของชุมชนบ้านป๊อกมีรูปแบบการจัดการทรัพยากรแบบบูรณาการ โดยทุนทางสังคมทำหน้าที่เป็นกลไกการร่วมมือและการกำกับดูแลผ่านกติกาชุมชนและเครือข่ายความสัมพันธ์หลายระดับ ทุนวัฒนธรรมทำหน้าที่เป็นกรอบคุณค่าและภูมิปัญญาในการจัดการร่มเงา ดิน น้ำ และการหมักเมี่ยง ขณะที่ทุนสิ่งแวดล้อมเป็นฐานทรัพยากรที่สนับสนุนการผลิตและการดำรงชีวิต (2) กลไกการทำงานร่วมกันของทุนทั้งสามมิติมีลักษณะเป็นวงจรเกื้อหนุน โดยทุนวัฒนธรรม กำกับทิศทางการใช้ทรัพยากร ทุนทางสังคมแปลงคุณค่าเป็นการปฏิบัติผ่านการจัดการร่วม และทุนสิ่งแวดล้อม สะท้อนผลลัพธ์ของการกำกับดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (3) แนวทางการบริหารจัดการทุนชุมชนที่เหมาะสมควรดำเนินการแบบหลายระดับ ได้แก่ ระดับครัวเรือนที่เน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างแรงจูงใจคนรุ่นใหม่ ระดับกลุ่มและชุมชนที่เสริมสร้างกติกาและกลไกจัดการทรัพยากรร่วม และระดับเครือข่ายที่เชื่อมโยงภายนอกอย่างมีกลยุทธ์บนฐานการเคารพอัตลักษณ์ท้องถิ่น งานวิจัยได้ค้นพบรูปแบบการจัดการทุนชุมชนเชิงระบบในระบบวนเกษตรป่าเมี่ยง และนำเสนอ SCE Model (Social–Cultural–Environmental Capital Model) เป็นกรอบการวิเคราะห์ใหม่ที่อธิบายกลไกการทำงานร่วมกันของทุนทางสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ทั้งในเชิงทฤษฎีและเชิงปฏิบัติ สำหรับการพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำอย่างยั่งยืน
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
เทวัญ จันทร์พรหม และคณะ. (2568). สมบัติดินภายใต้สวนชาเมี่ยง สวนกาแฟ และหย่อมป่า บ้านป่าเหมี้ยง ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง. วารสารเกษตรนเรศวร, 22(1), e0220105.https://li01.tci-thaijo.org/index.php/aginujournal/article/view/265897
พอใจ สิงหเนตร, นริดา อินนาค, สมศักดิ์ คงทอง และพีระรักษ์ พิชญกุล. (2567). กลไกการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนของบ้านป่าเหมี้ยง อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง. วารสารเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืน, 5(1): 71-92.
วิศวมาศ ปาลสาร และสำราญ ธุระตา. (2563). การประยุกต์ใช้วัฒนธรรมท้องถิ่นกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชนบ้านโคกพะไล ตำบลละลวด อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารรามคำแหง ฉบับมนุษยศาสตร์, 39(1): 49–72.
วีระชัย ฟองธิวงค์, ธนากร ลัทธิ์ถีระสุวรรณ, ฑีฆา โยธาภักดี, ธัญญรัตน์ เชื้อสะอาด,และศิรินทิพย์ ชัยมงคล. (2564). ลักษณะนิเวศของสวนชาเมี่ยงบ้านศรีนาป่าน ตำบลเรือง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน. แก่นเกษตร, 49(6): 1,351-1,363.
สมบัติ ธำรงธัญวงศ์. (2554). นโยบายสาธารณะ: แนวความคิด การวิเคราะห์และกระบวนการ. กรุงเทพฯ: คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
สมาพร เรืองสังข์. (2567). บทบาทของป่าศักดิ์สิทธิ์ในฐานะเขตมรดกทางวัฒนธรรมและระบบนิเวศ. วารสารวิชาการร้อยแก่นสาร, 9(9): 1,624–1,635.
อดิศร ภู่สาระ. (2564). ป่าชุมชน: การจัดการภาครัฐสู่ประชาชน. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา, 9(1), 1–21. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/husoarujournal/article/view/256453
Bhandari, S., Paudel, S., & Upadhaya, S. (2026). Socio-Economic and Environmental Benefits of Agroforestry and Its Multilevel Barriers to Adoption: A Systematic Review. Sustainability, 18(1): 5. https://doi.org/10.3390/su18010005
Chiaka, J.C., Yang, Q., Zhao, Y., Agostinho, F., Almeida, C.M.V.B., Giannetti, B.F., Li, H., Wu, M., & Liu, G. (2024). Assessment of water-related ecosystem services and beneficiaries in the Hainan Tropical Rainforest National Park. Land, 13(11), Article 1804. https://doi.org/10.3390/land13111804
Flora, C.B., & Flora, J.L. (2008). Rural communities: Legacy and change. 3rd ed. Westview Press.
Gimmi, U., Schmidt, S.L., Hawbaker, T.J., Alcántara, C., Gafvert, U., & Radeloff, V.C. (2011). Increasing development in the surroundings of U.S. National Park Service holdings jeopardizes park effectiveness. Journal of Environmental Management, 92(1): 229–239. https://doi.org/10.1016/j.jenvman.2010.09.006
Jose, S. (2009). Agroforestry for ecosystem services and environmental benefits: An overview.Agroforestry Systems, 76(1): 1–10. https://doi.org/10.1007/s10457-009-9229-7
Nair, P.K.R. (1993). An introduction to agroforestry. Kluwer Academic Publishers.
Ostrom, E. (1990). Governing the commons: The evolution of institutions for collective action.Cambridge University Press.
Pena, S.B. (2025). Headwater systems as green infrastructure: Prioritising restoration hotspots for sustainable rural landscapes. Land, 14(9), Article 1704. https://doi.org/10.3390/land14091704
Pretty, J. (2003). Social capital and the collective management of resources. Science, 302(5,652), 1,912–1,914. https://doi.org/10.1126/science.1090847
Rerkasem, B., Lawrence, D., & Rerkasem, K. (2009). Agroforestry in a changing world. Springer.
Samerjai, P., Khanongnuch, C., Mangkhan, C., & Saenjum, C. (2024). The conditions and guidelines of action learning resources through Miang indigenous wisdom in Mae Kampong Village, Chiang Mai Thailand. Community and Social Development Journal, 25(1): 45–57. https://doi.org/10.57260/rcmrj.2024.265527
Sudomo, A., Leksono, B., Tata, H.L., Rahayu, A.A.D., Umroni, A., Rianawati, H., Asmaliyah, Krisnawati, Setyayudi, A., Utomo, M.M.B., Pieter, L.A.G., Wresta, A., Indrajaya, Y., Rahman, S.A., & Baral, H. (2023). Can agroforestry contribute to food and livelihood security for Indonesia’s smallholders in the climate change era?. Agriculture, 13(10), 1896. https://doi.org/10.3390/agriculture13101896