การพัฒนารูปแบบการบริหารและกระบวนการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทั้งโรงเรียนเพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนบ้านสว่างโนนสวาง อำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการบริหารและกระบวนการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทั้งโรงเรียนเพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนบ้านสว่างโนนสวาง อำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการพัฒนารูปแบบ 2) พัฒนารูปแบบการบริหารและกระบวนการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน (SLC) 3) ทดลองใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้น และ 4) ประเมินผลรูปแบบเพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนบ้านสว่างโนนสวาง โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ดำเนินการใน 4 ระยะ กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 189 คน ประกอบด้วย ครูและบุคลากรทางการศึกษา 11 คน นักเรียน 124 คน ผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษา 47 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามสภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการ แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้โดยผู้ทรงคุณวุฒิของรูปแบบการบริหาร SLC แบบสังเกตการสอน แบบสังเกตการประชุม แบบสังเกตบรรยากาศในโรงเรียน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview Guide) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอ้างอิง t-test (Paired Sample t-test) และการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการ พบว่า สภาพการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในปัจจุบันยังขาดความต่อเนื่องและขาดระบบการสนับสนุนที่ชัดเจน ครูมีความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและการทำงานร่วมกันเป็นทีมในระดับมาก เพื่อแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย 2) ผลการพัฒนารูปแบบ พบว่า รูปแบบการบริหารและกระบวนการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน (SLC) ที่พัฒนาขึ้น มีความเหมาะสมและเป็นระบบ โดยประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ ปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) และผลผลิต (Product) ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญว่ามีความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติจริงในบริบทของโรงเรียนขนาดเล็ก 3) ผลการทดลองใช้รูปแบบพบว่าภายหลังการใช้รูปแบบ ครูมีสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น โดยพบว่าการมีส่วนร่วมในกิจกรรม SLC มีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญกับสมรรถนะครู (r = .889) และสมรรถนะครูส่งผลเชิงบวกต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน (r = .758) 4) ผลกรประเมินรูปแบบ พบว่า ผู้เกี่ยวข้องมีความพึงพอใจต่อรูปแบบในระดับมากถึงมากที่สุด โดยครูมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด (X= 4.66) ผู้ทรงคุณวุฒิมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด (X= 4.71) และผู้ปกครองรวมถึงคณะกรรมการสถานศึกษามีความพึงพอใจ ในระดับมาก (X= 4.45) แสดงให้เห็นว่ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
โรงเรียนบ้านสว่างโนนสวาง. (2566). รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) ปีการศึกษา 2565. อุบลราชธานี: โรงเรียนบ้านสว่างโนนสวาง.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2566). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2565. กรุงเทพฯ: สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน).
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา. (2563). มาตรฐานวิชาชีพครู พ.ศ. 2563. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
Bandura, A. (1977). Social learning theory. Prentice-Hall.
Creswell, J.W., & Plano Clark, V.L. (2018). Designing and conducting mixed methods research. 3rd ed. SAGE.
DuFour, R., & Eaker, R. (1998). Professional learning communities at work: Best practices for enhancing student achievement. Solution Tree.
DuFour, R., Eaker, R., Many, T.W., & Mattos, M. (2016). Learning by doing: A handbook for Professional Learning Communities at Work. 3rd ed. Solution Tree Press.
Fullan, M. (2007). The new meaning of educational change. 4th ed. Teachers College Press.
Guskey, T.R. (2002). Professional development and teacher change. Teachers and Teaching: Theory and Practice, 8(3/4): 381-391.
Hattie, J. (2009). Visible learning: A synthesis of over 800 meta-analyses relating to achievement. Routledge.
Hord, S.M. (1997). Professional learning communities: Communities of continuous inquiry and improvement. Southwest Educational Development Laboratory.
Hord, S.M. (2004). Learning together, leading together: Changing schools through professional learning communities. Teachers College Press.
Lewis, C.C. (2002). Lesson study: A handbook of teacher-led instructional change. Research for Better Schools.
Louis, K.S., Leithwood, K., Wahlstrom, K.L., & Anderson, S.E. (2010). Investigating the links to improved student learning: Final report of research findings. The Wallace Foundation.
OECD. (2019). OECD future of education and skills 2030: OECD learning compass 2030. OECD Publishing.
Senge, P.M. (1990). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization. Doubleday.learning communities: A review of the literature. Journal of Educational Change, 7(4): 221-258.