การศึกษาปัจจัยในการรับรู้สื่อโซเชียลมีเดียของกลุ่มวัยรุ่น: กรณีศึกษาชุดความรู้ถนนสำหรับรถจักรยานยนต์ขับขี่ปลอดภัย

ผู้แต่ง

  • เจษฎา คำผอง คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
  • จินตวรี พาไชย วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

คำสำคัญ:

โซเชียลมีเดีย, ความปลอดภัยทางถนน, รถจักรยานยนต์, ผู้บาดเจ็บ, อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์

บทคัดย่อ

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างช่วงอายุกับกลุ่มของสัดส่วนของจำนวนผู้บาดเจ็บรุนแรงจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์และการใช้โซเชียลมีเดีย โดยจำแนกเป็นกลุ่มช่วงอายุ 2. เพื่อสร้างสื่อโซเชียลมีเดีย Facebook เกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ปลอดภัยกับกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งมีการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิของข้อมูลการใช้สื่อโซเชียลมีเดียและข้อมูลจำนวนผู้บาดเจ็บรุนแรงจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ซึ่งข้อมูลวิเคราะห์โดยสถิติเชิงพรรณนาและทดสอบไคสแควร์ (Chi-square test) และมีการสร้างสื่อโซเชียลมีเดีย Facebook เกี่ยวกับเรื่องรถจักรยานยนต์ปลอดภัยโดยประยุกต์ใช้ ADDIE Model ผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างช่วงอายุกับกลุ่มของสัดส่วนของจำนวนผู้บาดเจ็บรุนแรงจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์และการใช้โซเชียลมีเดีย พบว่าช่วงอายุกับสัดส่วนของจำนวนทั้ง 2 กลุ่มมีความสัมพันธ์กัน (p < 0.05) และการสร้างสื่อโซเชียลมีเดีย Facebook ซึ่งได้โพสต์ทั้งหมดมากกว่า 103 โพสต์ (เข้าถึงโพสต์มากกว่า 659,236 ราย; มีผู้เข้าถึงเพจทั้งหมด 3,690,000 ราย) ฉะนั้นในด้านการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มวัยรุ่น (อายุ <25 ปี) ควรมีการสร้างสื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ปลอดภัยผ่านทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อสร้างความตระหนักและโอกาส
ในการเข้าถึงเนื้อหาเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

Hootsuite. (2563). Social Media Trends 2020 Report. สืบค้นเมื่อ 10 ตุลาคม 2564,จาก https://www.slideshare.net/slideshow/social-media-trends-2020-report-by-hootsuite/204680103

Kumphong, J., Satiennam, T., Satiennam, W., & Tirapat, S. (2019). Change of Motorcycle Speed under Speed Enforcement Camera on Urban Arterial in khon Kaen City, Thailand. International Journal of GEOMATE, 16(56), 159-164.

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2564). ข้อมูลจากมรณบัตร .สืบค้นเมื่อ 12 ตุลาคม 2564,จาก http://bps.moph.go.th/

เยาวนารถ พันธุ์เพ็ง. (2564). การส่งเสริมสุขภาพของวัยรุ่นโดยใช้สื่อสังคมออนไลน์. วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี, 7(1), 21-29

เชาวลิต ศรีเสริม และลักขณา ชอบเสียง. (2563). สื่อสังคมออนไลน์กับสุขภาพจิตวัยรุ่น: จุดแข็ง ข้อจำกัด และการติดสื่อสังคมออนไลน์. วารสารการบริหารนิติบุคคลและนวัตกรรมท้องถิ่น, 6(6), 355-370.

ปัทมาภรณ์ สุขสมโสด และปฐมพงษ์ พุ่มพฤกษ์. (2564). ผลกระทบของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่อการเปลี่ยนแปลงค่านิยมวัยรุ่นในพระนครศรีอยุธยา. วารสารวิชาการอยุธยาศึกษา, 13(1), หน้า 119-137.

ภคพงศ์ ทุ่งสี่. (2556). ศึกษาและพัฒนาสื่อปฏิสัมพันธ์ประกอบการเรียนรู้ เรื่องการสร้างภาพเคลื่อนไหวของมนุษย์ตามหลักการการเคลื่อนไหว สำหรับเยาวชนผู้ศึกษาด้านแอนิเมชันระหว่างอายุ 15-18 ปี. ปริญญานิพนธ์ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการออกแบบ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

กชพรรณ นุ่นสังข์, วิภาวรรณ ชะอุ่ม เพ็ญสุขสันต์ และสายฝน เอกวรางกูร. (2562). การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนออนไลน์แบบเปิดสำหรับมหาชน (MOOC) ในรายวิชาจิตวิทยาพัฒนาการวัยสูงอายุและจิตวิทยาพัฒนาการวัยรุ่น. สืบค้นเมื่อ 15 กันยายน 2564, จากhttps://wjst.wu.ac.th/index.php/wuresearch/article/view/7073.

เจษฎา นิลบุตร. (2561). การเปิดรับและทัศนคติที่มีต่อสื่อบันเทิงเกาหลีบนสื่อสังคมออนไลน์ของวัยรุ่น ไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม.

พนารัตน์ ลิ้ม. (2557). ความต้องการ ความคาดหวังและความพึงพอใจในการใช้ประโยชน์จากการใช้เฟสบุ๊ค เพื่อเลือกซื้อเครื่องสำอางสำหรับใบหน้าของวัยรุ่นในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารสุทธิปริทัศน์, 28(88) , 33-56

เกศกนก ชุ่มประดิษฐ์. (2562). ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้สื่อสังคมกับการรู้เท่าทันสื่อของวัยรุ่นในจังหวัดเชียงราย. CRRU Journal of Communication Chiangrai Rajabhat University, 2(2), 1–18.

กัลยา วานิชย์บัญชา. (2555). สถิติสำหรับงานวิจัย (ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วรานันท์ อิศรปรีดา. (2565). มัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้ : การออกแบบ การพัฒนา และการประเมิน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พิมพ์ตะวัน จันทัน. (2567). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้โดยใช้ ADDIE MODEL ในการสร้างสมรรถนะการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งตามหลักสูตรฐานสมรรถนะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารครุศาสตร์, 52(1), 1-13.

เจษฎา คำผอง และธีนิดา บัณฑรวรรณ. (2564). การศึกษาจุดอันตราย: กรณีศึกษาถนนศรีจันทร์ในเขตพื้นที่เทศบาลนครขอนแก่น ประเทศไทย. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 11(3), 332 - 346.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-08-2026

รูปแบบการอ้างอิง

คำผอง เ., & พาไชย จ. (2026). การศึกษาปัจจัยในการรับรู้สื่อโซเชียลมีเดียของกลุ่มวัยรุ่น: กรณีศึกษาชุดความรู้ถนนสำหรับรถจักรยานยนต์ขับขี่ปลอดภัย. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการศึกษาอุตสาหกรรม, 2(2), 01–16. สืบค้น จาก https://so14.tci-thaijo.org/index.php/jriie/article/view/2625