ศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และโบราณคดีของชุมชนท่าค้อ มรดกทางวัฒนธรรมจากเมืองมรุกขนคร

Main Article Content

ธาวิษ ถนอมจิตศ์
ปิยะพงษ์ นาไชย
กุลแก้ว คล้ายแก้ว
ณัฐกานศ์ ตันมิ่ง
รพีพงศ์ อินต๊ะสืบ
สุรางคณา พิพัฒน์โชคไชโย
เกชา ดาดูเคล

บทคัดย่อ

       การวิจัยครั้งนี้ดำเนินการภายใต้บริบทที่ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่าน Soft Power ในขณะที่แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ระดับชุมชนในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงยังขาดการศึกษาเชิงระบบที่ผสานหลักฐานทางโบราณคดีเข้ากับกรอบการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพและลักษณะโบราณสถานสำคัญในตำบลท่าค้อ 2) วิเคราะห์ศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และโบราณคดี ของพื้นที่ และ 3) เสนอแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อย่างยั่งยืนที่ผสมผสานกับการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยใช้กรอบแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรม (Heritage Tourism) และการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community-Based Tourism: CBT) เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลคัดเลือกแบบเจาะจงร่วมกับวิธีลูกโซ่ จำนวน 30 คน ประกอบด้วยปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และผู้ประกอบการการท่องเที่ยว เก็บข้อมูลด้วยการศึกษาเอกสาร การสำรวจภาคสนาม การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและการวิเคราะห์ SWOT ตรวจสอบความน่าเชื่อถือด้วยวิธีสามเส้า
         ผลการวิจัยพบประเด็นสำคัญสามประการ ประการแรก พื้นที่ตำบลท่าค้อมีโบราณสถานที่มีศักยภาพสูง 3 แห่ง ได้แก่ วัดร้างศรีจันทร์ วัดร้างนาป่ง และวัดแต้มร้าง ซึ่งวัดร้างนาป่งและวัดแต้มร้างได้รับการขุดแต่งเรียบร้อยแล้ว ส่วนวัดร้างศรีจันทร์ยังคงรอการจัดสรรงบประมาณ ประการที่สอง โบราณวัตถุที่ค้นพบ ได้แก่ พระพิมพ์ตรีกาย เครื่องถ้วยสุโขทัย และเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หมิง บ่งชี้เครือข่ายการค้าระหว่างภูมิภาคในอดีต และประการที่สาม การวิเคราะห์ศักยภาพด้วย SWOT พบว่าพื้นที่มีจุดแข็งด้านมรดกทางวัฒนธรรม แต่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ สิ่งอำนวยความสะดวก และการขาดมัคคุเทศก์ท้องถิ่น
        การวิจัยเสนอแนวทางการพัฒนาบนฐาน 6 มิติเชิงกลยุทธ์ โดยเน้นการเสริมพลังชุมชน (Community Empowerment) เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา และการบูรณาการบทบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าค้อในฐานะเจ้าภาพหลัก (Lead Anchor) ที่เชื่อมโยงกรมศิลปากร สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และชุมชนท้องถิ่นเข้าด้วยกัน ผลการวิจัยมีคุณูปการเชิงวิชาการในการขยายกรอบการท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมให้ครอบคลุมบริบทชุมชนลุ่มแม่น้ำโขง และมีคุณูปการเชิงนโยบายในการเสนอกลไกความร่วมมือเชิงปฏิบัติที่หน่วยงานภาครัฐและชุมชนท้องถิ่นสามารถนำไปใช้ขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อย่างยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ถนอมจิตศ์ ธ. ., นาไชย ป. ., คล้ายแก้ว ก. ., ตันมิ่ง ณ., อินต๊ะสืบ ร., พิพัฒน์โชคไชโย ส., & ดาดูเคล เ. . (2026). ศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และโบราณคดีของชุมชนท่าค้อ มรดกทางวัฒนธรรมจากเมืองมรุกขนคร. วารสารวิจัยและพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง, 5(2), 106–121. สืบค้น จาก https://so14.tci-thaijo.org/index.php/RDGMSJournal/article/view/2704
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงวัฒนธรรม. (2566). แผนการขับเคลื่อน Soft Power ด้วยมิติทางวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย (พ.ศ. 2566-2570). กระทรวงวัฒนธรรม.

เกรียงไกร ผาสุตะ และพจนวราภรณ์ เขจรเนตร (บรรณาธิการ). (2561). พงศาวดารเมืองสกลนคร-นครพนม ฉบับลายมืออำมาตย์โทพระยาประจันตประเทศธานี. มหาวิทยาลัยนครพนม.

สุภัทรา เขียวศรี, โอชัญญา บัวธรรม, นันทนา ลาภวิเศษชัย, และลินจง โพชารี. (2568). แนวทางพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวชุมชนบ้านนาถ่อน อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม. วารสารวิชาการการบิน การเดินทาง และการบริการ, 4(1), 35-57.

อภิไทย แก้วจรัส, ชลิดา ช่วยสุข, จิราภรณ์ พรหมเทพ, และอัจฉริยา ทุมพาณิชย์.(2567). การศึกษาพฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีต่อการท่องเที่ยวมูเตลูของจังหวัดนครพนม. วิทยาการจัดการวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์, 5(3), 1-16.

กันตภพ บัวทอง, สุภัทรา เขียวศรี และพรหมภัสสร ชุณหบุญญทิพย์. (2568). แนวทางการยกระดับเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอาหารของจังหวัดนครพนม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์: กรณีศึกษาชนเผ่าไทแสก บ้านอาจสามารถ. วารสารปัญญาภิวัฒน์, 17(1), 137-150.

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม. (2566). รายงานสถิติการท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม ปี 2566. สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม.

สำนักงานจังหวัดนครพนม. (2567). ข้อมูลทั่วไปจังหวัดนครพนม. สำนักงานจังหวัดนครพนม.

สำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี. (2565). เมืองมรุกขนคร: ประวัติศาสตร์และโบราณคดี. กรมศิลปากร.

อธิเทพ ผาทา. (2557). รายงานการวิจัยเรื่องศึกษาเชิงสำรวจพุทธสถานที่ปรากฏในอุรังคธาตุนิทาน (ตำนานพระธาตุพนม). คณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

อนุชิต สิงห์สุวรรณ. (2566). ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองนครพนมกับการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน. Lawarath Social E-Journal, 5(2), 1-18.

Guerrero-Moreno, M. A. and Oliveira-Junior, J. M. B. (2024). Approaches, trends, and gaps in community-based ecotourism research: A bibliometric analysis of publications between 2002 and 2022. Sustainability, 16(7), 2639. https://doi.org/10.3390/su16072639

Kim, E. G., Chhabra, D. and Timothy, D. J. (2022). Towards a creative MICE tourism destination branding model: Integrating heritage tourism in New Orleans, USA. Sustainability, 14(24), 16411. https://doi.org/10.3390/su142416411

Kontogeorgopoulos, N., Churyen, A. and Duangsaeng, V. (2014). Success factors in community-based tourism in Thailand: The role of luck, external support, and local leadership. Tourism Planning & Development, 11(1), 106-124. https://doi.org/10.1080/21568316.2013.852991

Kunjuraman, V., Hussin, R. and Aziz, R. C. (2022). Community-based ecotourism as a social transformation tool for rural community: A victory or a quagmire? Journal of Outdoor Recreation and Tourism, 39, 100524. https://doi.org/10.1016/j.jort.2022.100524

Richards, G. (2018). Cultural tourism: A review of recent research and trends. Journal of Hospitality and Tourism Management, 36, 12-21. https://doi.org/10.1016/j.jhtm.2018.03.005

Suriyankietkaew, S., Krittayaruangroj, K., Thinthan, S. and Lumlongrut, S. (2025). Community capitals framework for sustainable development: A qualitative study of creative tourism in Ban Chiang World Heritage Site. Sustainability, 17(8), 3311. https://doi.org/10.3390/su17083311

UN Tourism. (2023). Tourism and culture. https://www.unwto.org/tourism-and-culture

Yodsurang, P., Kiatthanawat, A., Sanoamuang, P., Kraseain, A. and Pinijvarasin, W. (2022). Community-based tourism and heritage consumption in Thailand: An upside-down classification based on heritage consumption. Cogent Social Sciences, 8(1), 2096531. https://doi.org/10.1080/23311886.2022.2096531