อัตลักษณ์และการนำเสนออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวไทแสกในชุมชนบ้านอาจสามารถ จังหวัดนครพนม
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอัตลักษณ์และการนำเสนออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวไทแสกในชุมชนบ้านอาจสามารถ ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบพรรณนาวิเคราะห์ (descriptive analytical research) เก็บรวบรวมข้อมูลจากการศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสังเกตแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม ระหว่างปี พ.ศ. 2564-2565 โดยคัดเลือกผู้ให้ข้อมูลแบบเจาะจง รวมทั้งสิ้น 20 คน และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (content analysis) ร่วมกับการตีความเชิงบริบท
ผลการศึกษาพบว่า อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทแสกที่ยังคงได้รับการนำเสนอทั้งภายในและภายนอกชุมชน ประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่ ภาษา พิธีกรรมกินเตดเดน เครื่องแต่งกาย บทเพลงและดนตรี เมี่ยงตาสวด และการละเล่นแสกเต้นสาก โดยการนำเสนออัตลักษณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ผ่านวิถีชีวิตประจำวันและพิธีกรรม ผ่านกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และผ่านการใช้สื่อสมัยใหม่
ผลการศึกษายังสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นพลวัตของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมภายใต้บริบทสังคมร่วมสมัย แม้ว่าชุมชน จะมีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ แต่ยังคงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และสืบทอดแก่นของวัฒนธรรมไทแสก ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของอัตลักษณ์ชุมชน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อเขียนหรือบทความใดๆ ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิจัยและพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Online) ฉบับนี้ เป็นความคิดเห็นเฉพาะส่วนตัวของผู้เขียนและกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และวารสารวิจัยและพันาอนุภูมิภาค ลุ่มน้ำโขง (Online) ไม่มีข้อผูกพันธ์ประการใดๆ อนึ่งกองบรรณาธิการวารสารยินดีรับพิจารณาบทความจากนักวิชาการ นักศึกษา ตลอดจนผู้อ่าน และผู้สนใจทั่วไป เพื่อนำลงตีพิมพ์ สำหรับบทความจะผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกสถาบัน
เอกสารอ้างอิง
จารุวรรณ ราชลัย. (2565,12 มีนาคม). การอบรมภาษาแสกให้แก่เยาวชนไทแสกในชุมชนบ้านอาสามารถ [Status update] Facebook. https://www.facebook.com/cchaaruwrrnraa.
ไทแสกอาจสามารถ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม. (2565, 12 มีนาคม). ไทแสกอาจสามารถ https://www.facebook.com/jaruwan2513/.
นิธิ เอียวศรีวงศ์. (2555). ความไม่ไทยของคนไทย (พิมพ์ครั้งที่ 2). มติชน.
พลวัฒน์ ประพัฒน์ทอง เชิดชาติ หิรัญโร และพวงผกา ธรรมธิ.(2563). ชาติพันธุ์สัมพันธ์ในพื้นที่ของพุทธศาสนาของกลุ่มปลัง (ไตดอย-ลัวะ). รายงานการวิจัย. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.).
พัฒนา กิติอาษา. (2546). ท้องถิ่นนิยม: การทบทวนทฤษฎีและกรอบแนวคิด (พิมพ์ครั้งที่ 2). กองทุนอินทร์-สมเพื่อการวิจัยทางมานุษยวิทยา.
วนิดา อินทรอำนวย. (2560). พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2559. กลุ่มงานพัฒนากฎหมาย สำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
สุเทพ สุนทรเภสัช. (2548). ชาติพันธุ์สัมพันธ์: แนวคิดพื้นฐานทางมานุษยวิทยาในการศึกษาอัตลักษณ์กลุ่ม ชาติพันธุ์ ประชาชาติ และการจัดองค์การความสัมพันธ์ทางชาติพันธุ์. เมืองโบราณ.
สุริชัย หวันแก้ว. (2550). สังคมและวัฒนธรรมไทยในกระแสโลกาภิวัตน์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อคิน รพีพัฒน์. (2548). วัฒนธรรมคือความหมาย. กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร.
อภิญญา เฟื่องฟูสกุล. (2546). อัตลักษณ์. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาสังคมวิทยา.
อมรา พงศาพิชญ์. (2541). วัฒนธรรม ศาสนา และชาติพันธุ์: วิเคราะห์สังคมไทยแนวทางมานุษยวิทยา (พิมพ์ครั้งที่ 5). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัมพร ยะวรรณ. (2543). แสกเต้นสาก : กระบวนการขัดเกลาทางสังคม ศึกษากรณีแสกเต้นสากบ้านอาจสามารถ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม).
Barth, F. (Ed.). (1969). Ethnic groups and boundaries: The social organization of culture difference. Little, Brown and Company.
Eriksen, T. H. (2010). Ethnicity and nationalism: Anthropological perspectives (3rd ed.). Pluto Press.
Giddens, A. (1991). Modernity and self-identity: Self and society in the late modern age. Stanford University Press.
Hall, S. (1996). Who needs “identity”? In S. Hall & P. du Gay (Eds.), Questions of cultural identity (pp. 1–17). SAGE Publications.
Max Weber (1978). Economy and society: An outline of interpretive sociology. University of California Press.