ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ของผู้หญิงเจนเนอเรชันวายในจังหวัดนครพนม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาลักษณะประชากรศาสตร์ 2) ศึกษาพฤติกรรมการเลือกซื้อ และ 3) วิเคราะห์อิทธิพลของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (4Ps) ต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของผู้หญิงเจนเนอเรชันวายในจังหวัดนครพนม ผลการวิจัยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน ด้วยแบบสอบถามออนไลน์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) และสถิติเชิงอนุมาน (One-way ANOVA และ Multiple Linear Regression) ที่ระดับนัยสำคัญ .05 ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอายุ 32–34 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรี อาชีพนักเรียน/นักศึกษา รายได้เฉลี่ย 10,001–15,000 บาทต่อเดือน พฤติกรรมซื้อ 1–2 ครั้งต่อเดือน ใช้จ่าย 2,001–3,000 บาทต่อครั้ง ผ่าน Facebook เป็นหลัก เลือกผลิตภัณฑ์ Counter brand เพื่อแก้ปัญหาผิวหน้า ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมการตลาด ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ปัจจัยประชากรศาสตร์และพฤติกรรมไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดมีผลเชิงบวก ยกเว้นด้านราคา งานวิจัยนี้สะท้อนว่า ผู้ประกอบการควรมุ่งเน้นคุณภาพสินค้า ความน่าเชื่อถือ ช่องทางที่เข้าถึงง่าย และการสื่อสารการตลาดผ่านสื่อดิจิทัล โดยมีนัยสำคัญต่อการสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจความงามในจังหวัดชายแดน และสามารถเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ได้ผลการวิจัยมีนัยสำคัญทางการตลาดดิจิทัลในพื้นที่ชายแดน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อเขียนหรือบทความใดๆ ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิจัยและพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Online) ฉบับนี้ เป็นความคิดเห็นเฉพาะส่วนตัวของผู้เขียนและกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และวารสารวิจัยและพันาอนุภูมิภาค ลุ่มน้ำโขง (Online) ไม่มีข้อผูกพันธ์ประการใดๆ อนึ่งกองบรรณาธิการวารสารยินดีรับพิจารณาบทความจากนักวิชาการ นักศึกษา ตลอดจนผู้อ่าน และผู้สนใจทั่วไป เพื่อนำลงตีพิมพ์ สำหรับบทความจะผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกสถาบัน
เอกสารอ้างอิง
จิดาภา แจ่มจันทร์ชนก. (2554). ปัจจัยสู่ความสำเร็จของผู้ประกอบการค้าปลีกเสื้อผ้าผู้หญิงในตลาดนัดจตุจักร (วิทยานิพนธ์,ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ).
ชญานิษฐ์ ฉวีวรรณภักดี และธนกฤต วงศ์มหาเศรษฐ์. (2567). กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องสำอางผ่านแพลตฟอร์ม TIKTOK ของเจเนอเรชันวาย. วารสารสุทธิปริทัศน์, 38(2), 20–35.
บุญสิตา อรัณยกานนท์, ภูมิพิชัย ธารดำรง และเบญญาดา เติบวณิชกุล (2564). พฤติกรรมของผู้บริโภคและปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าของผู้หญิงวัยทำงานในกรุงเทพมหานคร. วารสารวิจัยธรรมศึกษา, 4(2), 191-198.
ภัทรานิษฐ์ ฉายสุวรรณคีรี. (2559). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าจากร้านค้าในเครือข่ายเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม (การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์).
วิทยาพล ธนวิศาลขจร. (2568). ปัจจัยส่วนประสมการตลาดในการเลือกซื้อเครื่องสำอางดูแลผิวผ่านทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร วารสารรัชต์ภาคต์, 15(1), 33–44.
ศันสนีย์ วงศ์วสุเศรษฐ์ และมานะ ตรีรยาภิวัฒน์. (2561). พฤติกรรมการสือสารของผ้บรู ิโภคยุคดิจิทัลเกี่ยวกับแบรนด์สมาร์ทโฟนในห้องมาบุญครองบนเว็บไซต์พันทิปดอทคอม. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 26(50), 291-331
ศิริวรรณ เสรีรัตน์, ศุภร เสรีรัตน์, ปณิศา มีจินดา, จิระวัฒน์ อนุวิชชานนท์ และอรทัย เลิศวรรณวิทย์. (2546). การบริหารการตลาดยุคใหม่ (ฉบับปรับปรุงใหม่). กรุงเทพฯ: ธรรมสาร.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2565). การสำรวจการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน พ.ศ. 2565. สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
สิริสุข สาสนรักกิจ. (2566). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ของผู้บริโภคในเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร. วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา, 13(4), 166–179.
สุเมธ สันติกุล, (2567). การใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่อพฤติกรรมผู้บริโภค. (2567). การใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่อพฤติกรรมผู้บริโภค. วารสารวิทยาการจัดการปริทัศน์, 26(2), 216-223.
อโณทัย งามวิชัยกิจ และกอแก้ว กรกีรติ. (2525). ปัจจัยการส่งเสริมการขายที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องสำอางในร้านสะดวกซื้อของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช)
Ajzen, I. (1991). The theory of planned behavior. Organizational Behavior and Human Decision Processes, 50(2), 179–211. https://doi.org/10.1016/0749-5978(91)90020-T
Cochran, W. G. (1953). Sampling techniques. John Wiley & Sons.
DataReportal. (2025). Digital 2025: Thailand. https://datareportal.com
Halim, B. S., Windasari, N. A. and Shafira, N. (2022). Multichannel retailing in beauty products: Understanding customer purchase decisions between offline stores, websites, and augmented reality. Journal of Retailing and Consumer Services, 18(5),50-67 https://doi.org/10.21609/jsi.v18i2.1165
IDC Thailand. (2024). Thailand digital economy outlook 2024. https://www.idc.com/thailand
Kemp, S. (2025). Digital 2025 global overview report. We Are Social & Hootsuite. https://wearesocial.com
Kotler, P. (1993). Marketing management: Analysis, planning, implementation and control (8th ed.). Prentice Hall.
Kotler, P. and Armstrong, G. (2012). Principles of marketing (14th ed.). Pearson Education.
Laudon, K. C. and Traver, C. G. (2007). E-commerce: Business, technology, society. Pearson Education.
Mandala Research. (2024). Thailand cosmetics market report 2024. https://mandalaresearch.com
Naksri, S. and Sakulkijkarn, T. (2023). The influence of electronic word-of-mouth and social media influencers on purchase intention of Thai beauty products among Generation Y. Journal of Business and Retail Management Research, 17(4), 99–115.
Turban, E., King, D., Jae Kyu Lee, Ting-Peng Liang, Turban D C., (2012). Electronic commerce: A managerial and social network perspective. Pearson Education.