การพัฒนาทักษะปฏิบัติและการคิดวิเคราะห์ของนักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ตามแนวคิดปฏิบัติงานเป็นฐานและการเรียนรู้แบบสะท้อนผล
Main Article Content
บทคัดย่อ
ทักษะปฏิบัติและการคิดวิเคราะห์เป็นปัจจัยสำคัญในการเตรียมความพร้อมของนักศึกษาอาชีวศึกษาให้มีทักษะสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน การศึกษาและพัฒนาทักษะดังกล่าวจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเสริมสร้างประสิทธิภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบทักษะปฏิบัติและการคิดวิเคราะห์ของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 2 ระหว่างก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดปฏิบัติงานเป็นฐานและการเรียนรู้แบบสะท้อนผล 2) เพื่อเปรียบเทียบผลการเรียนของนักศึกษา ระหว่างก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดปฏิบัติงานเป็นฐานและการเรียนรู้แบบสะท้อนผล การวิจัยครั้งนี้ใช้การวิจัยกึ่งทดลอง กับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร จำนวณ 20 คน ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ซึ่งได้มาด้วยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้จัดเก็บข้อมูล ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดปฏิบัติงานเป็นฐานและการเรียนรู้แบบสะท้อนผล จำนวน 2 แผน เวลาเรียน 12 ชั่วโมง 2) แบบประเมินทักษะปฏิบัติ จำนวน 4 ข้อ และ 3) แบบประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์ จำนวณ 4 ข้อ การวิเคราะห์ข้อมูลดำเนินการโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสมมติฐานด้วย t-test (Dependent Samples)
ผลการวิจัย พบว่า 1) นักศึกษาที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการปฏิบัติงานเป็นฐานและการเรียนรู้แบบสะท้อนผล มีทักษะปฏิบัติละการคิดวิเคราะห์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ซึ่งมีคะแนนก่อนเรียนเท่ากับ 7.25 และ 6.35 และหลังเรียนเท่ากับ 12.85 และ 12.05 ตามลำดับ 2) นักศึกษาที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการปฏิบัติงานเป็นฐานและการเรียนรู้แบบสะท้อนผล มีผลการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 10.30 และหลังเรียนเท่ากับ 16.10
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อเขียนหรือบทความใดๆ ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิจัยและพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Online) ฉบับนี้ เป็นความคิดเห็นเฉพาะส่วนตัวของผู้เขียนและกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และวารสารวิจัยและพันาอนุภูมิภาค ลุ่มน้ำโขง (Online) ไม่มีข้อผูกพันธ์ประการใดๆ อนึ่งกองบรรณาธิการวารสารยินดีรับพิจารณาบทความจากนักวิชาการ นักศึกษา ตลอดจนผู้อ่าน และผู้สนใจทั่วไป เพื่อนำลงตีพิมพ์ สำหรับบทความจะผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกสถาบัน
เอกสารอ้างอิง
กนกนุช ชื่นเลิศสกุล. (2544). การเรียนรู้โดยผ่านการสะท้อนคิด: การศึกษาและการปฏิบัติการพยาบาลในคลินิก. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 9(2), 35–48.
กุลรภัส เทียมทิพร. (2559). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วยโครงงาน. วารสารการศึกษาไทย, 12(3), 45–58.
ดุษฎี โยเหลา. (2557). แนวคิดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์การศึกษา.
ธีรพัฒน์ วงศ์คุ้มสิน และ เฉลิมขวัญ สิงห์วี. (2563). การจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ด้วยการนำตนเอง. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 46(1), 218–253.
ธีรพัฒน์วงศ์คุ้มสิน และ เฉลิมขวัญ สิงห์วี. (2562). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์โดยใช้โครงงานเป็นฐานของนิสิตสาขาวิชาการสอนเทคโนโลยี. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, 10(2), 45–58.
มยุรฉัตร ผิวอ่อนดี. (2564). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารคุรุสภาวิทยาจารย์, 2(2), 35–44.
วราภรณ์ ตระกูลสฤษดิ์. (2551). การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์การศึกษา.
วิจารณ์ พานิช. (2556). การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. วารสารการศึกษาและพัฒนาทักษะ, 8(2), 112–126.
ศรัณยา โฆสิตะมงคล. (2556). การจัดการความรู้ [เอกสารไม่ได้ตีพิมพ์]. ภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล.
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีวศึกษาภาคเหนือ. (2559). แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน. เชียงใหม่: ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีวศึกษาภาคเหนือ.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2546). รายงานการจัดการศึกษาอาชีวศึกษา 6 ประเภทวิชา. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2563). หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2563. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2565). รายงานภาวะการมีงานทำของประชากร พ.ศ. 2565. กรุงเทพฯ: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580. กรุงเทพฯ: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2560). การวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อรพรรณ ลือบุญธวัชชัย. (2553). การให้คำปรึกษาทางสุขภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เชษฐา แก้วพรหม. (2556). การพัฒนาทักษะสะท้อนคิดของนักศึกษาพยาบาลด้วยการเขียนบันทึกการเรียนรู้ในรายวิชาการสอนและการให้คำปรึกษาทางสุขภาพ. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 24(2), 12–20.
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง. (2563). รายวิชาการบริหารงานคุณภาพในองค์การ (Quality Administration in Organization). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.
Barell, J. (2010). Problem-based learning: The foundation for 21st century skills. Lanham, MD: Rowman & Littlefield.
Blank, M. (1997). Project-based learning: Definitions and perspectives. New York, NY: Educational Research Press.
Dewey, J. (1933). How we think: A restatement of the relation of reflective thinking to the educative process. D.C. Heath and Company.
Johns, C. (2000). Becoming a reflective practitioner. London: Blackwell Science.
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development (Vol. 1). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.
Schön, D. A. (1983). The reflective practitioner: How professionals think in action. New York, NY: Basic Books.
Thomas, J. W. (2000). A review of research on project-based learning. San Rafael, CA: The Autodesk Foundation.
William, D. (2012). Assessment and learning: Building a sustainable future. London: Routledge.