การพัฒนาความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ผลงาน ด้วยการจัดการเรียนรู้การคิดสร้างสรรค์เป็นฐานร่วมกับระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล ทางการเรียนวิชาศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
Main Article Content
บทคัดย่อ
ความคิดสร้างสรรค์เรียกได้ว่าเป็นส่วนประกอบที่สำคัญส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันในด้านต่างๆ อีกทั้งยังเป็นทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบพัฒนาการคิดสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียน ด้วยการจัดการเรียนรู้การคิดสร้างสรรค์เป็นฐานร่วมกับระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล ทางการเรียนวิชาศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์ร้อยละ 80 2) เปรียบเทียบผลงานของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ด้วยการจัดการเรียนรู้การคิดสร้างสรรค์เป็นฐานร่วมกับระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล ทางการเรียนวิชาศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยการจัดการเรียนรู้การคิดสร้างสรรค์เป็นฐานร่วมกับระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล ทางการเรียนวิชาศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 การวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงทดลอง กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 5 โรงเรียนสุนทรวิจิตร(บำรุงวิทยา) อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ห้อง 5/1 จำนวน 23 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 ที่ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม(cluster ran dom sampling) เครื่องมือที่ใช้จัดเก็บข้อมูล ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้การคิดสร้างสรรค์เป็นฐานร่วมกับระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล จำนวน 10 แผน แบบวัดความคิดสร้างสรรค์ แบบประเมินวัดผลงาน แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้การคิดสร้างสรรค์เป็นฐานร่วมกับระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล ทางการเรียนวิชาศิลปะสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลการเปรียบเทียบพัฒนาการคิดสร้างสรรค์ผลงานก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้การจัดการเรียนรู้การคิดสร้างสรรค์เป็นฐานร่วมกับระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล ทางการเรียนวิชาศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีการพัฒนาการความคิดสร้างสรรค์สูงขึ้น เกณฑ์ร้อยละ 80 2) ผลการเปรียบเทียบผลงานนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ด้วยการจัดการเรียนรู้การคิดสร้างสรรค์เป็นฐานร่วมกับระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล ทางการเรียนวิชาศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ ด้วยการจัดการเรียนรู้การคิดสร้างสรรค์เป็นฐานร่วมกับระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล ทางการเรียนวิชาศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด (X ̅= 4.64 , S.D.= 0.28 )
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อเขียนหรือบทความใดๆ ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิจัยและพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Online) ฉบับนี้ เป็นความคิดเห็นเฉพาะส่วนตัวของผู้เขียนและกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และวารสารวิจัยและพันาอนุภูมิภาค ลุ่มน้ำโขง (Online) ไม่มีข้อผูกพันธ์ประการใดๆ อนึ่งกองบรรณาธิการวารสารยินดีรับพิจารณาบทความจากนักวิชาการ นักศึกษา ตลอดจนผู้อ่าน และผู้สนใจทั่วไป เพื่อนำลงตีพิมพ์ สำหรับบทความจะผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกสถาบัน
เอกสารอ้างอิง
กฤตย์ษุพัช สารนอก, ปณิตา วรรณพิรุณ, ปรัชญนันท์ นิลสุข และณัฐวรรณ เฉลิมสุ. (2562). องค์ประกอบและสถาปัตยกรรมระบบของระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัลเพื่อการจัดการ เรียนการสอน ด้วยการเล่าเรื่องแบบดิจิทัลสำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู. สิกขาวารสารศึกษาศาสตร์, 6(2), 87-100.
เจษฏากร ตันตราจิณ. (2562). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ วิชาทัศนศิลป์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบประสบการณ์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์).
ณัฐณิชา มณีพฤกษ์. (2565). การพัฒนาชุดกิจกรรมศิลปะที่บูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย.. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
ตรีทิพพา แก้วหานาม และ อนุชา โสมาบุตร. (2567). การพัฒนานิเวศการเรียนรู้ดิจิทัลที่ส่งเสริมการรู้เท่าทันดิจิทัลตามแนวทาง การจัดการเรียนรู้กระบวนทัศน์ใหม่.วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 47(1), 57-75.
เพ็ญพิชชา มุ่งงาม.(2566).ปลดล็อกการวัดผลแบบเดิมๆ ด้วยการประเมินศักยภาพความคิดสร้างสรรค์. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568, จาก https://www.the101.world/evaluation-of-potential-for-creativity/.
พีรดนย์ ภาคีเนตร.(2567).อย่าแปลกใจ ทำไม ? เด็กไทย…ไม่สร้างสรรค์. สืบค้นเมื่อวันที่10 มกราคม 2568,จาก
https://theactive.thaipbs.or.th/read/thai-childrens-creativity .
วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์. (2558). การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน Creativity-based Learning (CBL). วารสารนวัตกรรมการ
เรียนรู้, 1(2), 23-37.
สมชาย พรหมสุวรรณ. (2560). ความคิดสร้างสรรค์ : การสอนศิลปะสำหรับเด็ก. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์.
มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, 11(1), 108-130.
อลงกต ยาวิละกาศ และ วิสูตร โพธิ์เงิน. (2562). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาศิลปะ เรื่ององค์ประกอบศิลป์ และความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้กิจกรรมศิลปะตามแนวคิดหมวกหกใบร่วมกับการวิเคราะห์ทางทัศนศิลป์. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 25(1), 287-301.
เอกลักษณ์ ฤาชา, วีระศักดิ์, ชมภูคำ และเสรี ปานซาง. (2568). การพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดกจิกรรมแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน เรื่องการค้นหาข้อมูลและการนำเสนอข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ในรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่)
Janse van Rensburg, C., Coetzee, S. A., and Schmulian, A. (2022). Developing digital creativity through
authentic assessment. Assessment & Evaluation in Higher Education, 47(5), 857-877.
Le, S. (2023). Team-based learning in online education: The development of students' creative thinking
skills in digital art. Education and Information Technologies, 28, 14967–14986.