การพิจารณาบทความ
- กองบรรณาธิการพิจารณากลั่นกรองบทความในเบื้องต้น โดยพิจารณาจากความสอดคล้องของเนื้อหาของบทความกับขอบเขตเนื้อหาของวารสาร ความน่าสนใจ การนำเสนอองค์ความรู้ใหม่และความครบถ้วนตามมาตรฐานวิชาการ และจะพิจารณาความซ้ำซ้อนของบทความโดยการนำบทความ เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบการคัดลอกผลงานการเขียน ทางวิชาการผ่านโปรแกรม Turnitin
- บทความที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากกองบรรณาธิการเบื้องต้นจะถูกนำส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิซาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 2 คน พิจารณาโดยใช้ระบU Double-blind peer review (ผู้พิจารณาไม่ทราบชื่อผู้เขียน และผู้เขียนไม่ทราบชื่อผู้พิจารณา)
- กระบวนการพิจารณาบทความตามข้อ (1) และ (2) จะใช้เวลา ไม่เกิน 6 เดือน โดยกองบรรณาธิการจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้เขียนทราบ และหากกระบวนการพิจารณาล่าช้ากว่าที่กำหนด กองบรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้เขียนทราบถึงความล่าช้าดังกล่าว
- ในกรณีที่จะต้องมีการแก้ไข หรือปรับปรุงบทความ ให้ผู้เขียนแก้ไขบทความ และนำส่งกองบรรณาธิการภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับผลการพิจารณา
- การตรวจสอบความถูกต้องทางภาษาของบทคัดย่อภาษาอังกฤษ (Abstract) และเนื้อหาของบทความ กรณีที่เป็นบทความภาษาอังกฤษ เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนที่จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ และรูปแบบการใช้ภาษาอังกฤษตั้งแต่ก่อนนำส่งบทความเข้าสู่ระบบ
- ตลอดกระบวนการพิจารณาบทความ วารสารมีสิทธิ์ปฏิเสธการตีพิมพ์บทความในกรณีที่ผู้เขียนไม่ดำเนินการแก้ไขภาษาอังกฤษให้มีความถูกต้องตามข้อเสนอแนะของกองบรรณาธิการ
- กองบรรณาธิการจะนำบทความที่ผ่านการพิจารณาและแก้ไขแล้ว เข้าสู่กระบวนการเรียงพิมพ์และการตีพิมพ์เผยแพร่ โดยกองบรรณาธิการจะแจ้งกำหนดการตีพิมพ์เผยแพร่เบื้องต้นให้ผู้เขียนทราบ
-------------------------
รูปแบบการอ้างอิงและตัวอย่างการใช้เอกสารอ้างอิง
วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (Journal of Political Science and Public Administration, Kasetsart University) กำหนดรูปแบบการอ้างอิงตามมาตรฐาน APA 7th Edition โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ การอ้างอิงในเนื้อหา (In-text Citation) และ รายการอ้างอิง (References) ดังนี้
1. การอ้างอิงในเนื้อหา (In-text Citation)
APA 7 กำหนดให้การอ้างอิงในเนื้อหาระบุเฉพาะ ผู้แต่งและปีพิมพ์ สำหรับการสรุปความ (paraphrase) ส่วน เลขหน้า (p. หรือ pp.) ให้ระบุเฉพาะเมื่อเป็นการอ้างข้อความโดยตรง (direct quotation)
|
กรณี
|
รูปแบบ
|
ตัวอย่าง
|
|
ผู้แต่ง 1 คน
|
(ชื่อผู้แต่ง, ปี)
|
(ชัยวัฒน์ รังสิมันต์วงศ์, 2559)
|
|
อ้างข้อความโดยตรง
|
(ชื่อผู้แต่ง, ปี, น. xx) หรือ (Author, Year, p. xx)
|
(ชัยวัฒน์ รังสิมันต์วงศ์, 2559, น. 89)
|
|
ผู้แต่ง 2 คน
|
(ชื่อผู้แต่ง & ชื่อผู้แต่ง, ปี) หรือในภาษาไทยใช้ "และ"
|
(Nichols & Ronald, 1958) หรือ (ชาติ ประสิทธิ์รัฐสิทธิ์ และ สมชาย ใจดี, 2558)
|
|
ผู้แต่ง 3 คนขึ้นไป
|
(ชื่อผู้แต่งคนแรก et al., ปี) หรือภาษาไทยใช้ "และคณะ"
|
(ชาติ ประสิทธิ์รัฐสิทธิ์ และคณะ, 2551) หรือ (Smith et al., 2020)
|
|
หน่วยงานเป็นผู้แต่ง
|
(ชื่อหน่วยงาน, ปี)
|
(ราชบัณฑิตยสภา, 2563)
|
|
ไม่มีปีพิมพ์
|
(ชื่อผู้แต่ง, n.d.)
|
(อัศวิน วสันต์, n.d.)
|
|
เอกสารทุติยภูมิ
|
(ผู้แต่งต้นฉบับ, ปี, อ้างถึงใน ผู้แต่งที่ใช้, ปี)
|
(นฤมล สุขม, 2560, อ้างถึงใน วิโรจน์ สารรัตนะ, 2556)
|
|
หลายแหล่งอ้างอิง
|
(ผู้แต่ง, ปี; ผู้แต่ง, ปี)
|
(พัฒน์, 2560; ฆนัทนันท์, 2561)
|
หมายเหตุ
- การอ้างข้อความโดยตรงให้ใช้ น. สำหรับภาษาไทย และ p. (หน้าเดียว) หรือ pp. (หลายหน้า) สำหรับภาษาอังกฤษ
- การสรุปความหรือเรียบเรียงใหม่ (paraphrase) ไม่จำเป็นต้องระบุเลขหน้า แม้ว่าจะสามารถระบุได้หากต้องการเพิ่มความชัดเจน
2. การเขียนรายการอ้างอิง (References)
รายการอ้างอิงให้เรียงตามลำดับอักษรของนามสกุลผู้แต่ง และใช้ hanging indent (บรรทัดที่สองเยื้องเข้า 0.5 นิ้ว)
📘 หนังสือ (Book)
รูปแบบ
ผู้แต่ง. (ปี). ชื่อหนังสือ (ครั้งที่พิมพ์). สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง
ถิตรัตน์ พิมพาภรณ์. (2557). การพัฒนาบุคลิกภาพสำหรับผู้ให้บริการ. ท้อป.
📄 บทความในวารสาร (Journal Article)
รูปแบบ
ผู้แต่ง. (ปี). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร, ปีที่(ฉบับที่), เลขหน้า. https://doi.org/xxxxx
หากไม่มี DOI ไม่ต้องใส่คำว่า Retrieved from หรือ URL เว้นแต่บทความนั้นเผยแพร่เฉพาะบนเว็บไซต์และไม่มี DOI
ตัวอย่าง
อรัญญา ออมสินสมบูรณ์. (2559). ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา. วารสารสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ, 7(2), 87–98.
📜 วิทยานิพนธ์ (Thesis/Dissertation)
รูปแบบ
ผู้แต่ง. (ปี). ชื่อวิทยานิพนธ์ [วิทยานิพนธ์ระดับปริญญา..., ชื่อมหาวิทยาลัย].
หากเผยแพร่ในคลังสถาบันหรือฐานข้อมูลออนไลน์ ให้เพิ่ม URL ต่อท้าย
ตัวอย่าง
มนต์ชัย ลีลาถาวรสุข. (2554). ผลกระทบของเขตการค้าเสรีอาเซียน–จีน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย].
🌐 บทความออนไลน์ (Online Journal Article)
รูปแบบ
ผู้แต่ง. (ปี). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร, ปีที่(ฉบับที่), เลขหน้า. URL
หรือหากมี DOI ให้ใช้ DOI แทน URL
ตัวอย่าง
ชัยวัฒน์ รังสิมันต์วงศ์, & ทิพย์วิมล วังแก้วหิรัญ. (2561). การพัฒนาหลักสูตรเพื่อส่งเสริมสมรรถนะผู้เรียน. วารสารเศรษฐศาสตร์และกลยุทธ์การจัดการ, 3(2), 94–102. http://kuojs.lib.ku.ac.th
หมายเหตุ: APA 7 ไม่ใช้ "สืบค้นเมื่อ..." (Retrieved on...) สำหรับแหล่งข้อมูลที่มีเนื้อหาคงที่ เช่น บทความวารสาร เว้นแต่เป็นข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา (เช่น Wikipedia หรือฐานข้อมูลสถิติที่ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง)
หมายเหตุเพิ่มเติม
- ชื่อหนังสือและชื่อวารสารภาษาอังกฤษให้ใช้ ตัวเอียง (italic) ส่วนชื่อบทความไม่ใช้ตัวเอียง
- ชื่อหนังสือและชื่อวารสารภาษาไทยโดยทั่วไป ไม่ใช้ตัวเอียง ตามแนวปฏิบัติของวารสารภาษาไทย เว้นแต่วารสารจะกำหนดเป็นอย่างอื่น
- ไม่ระบุ สถานที่พิมพ์ (Place of Publication) ในรายการอ้างอิง
- ผู้แต่งชาวต่างประเทศให้เขียนในรูปแบบ นามสกุล, อักษรย่อของชื่อ เช่น Smith, J. A.
- ผู้แต่งภาษาไทยให้คงรูปแบบ ชื่อ–นามสกุล ตามการสะกดภาษาไทย
- หากบทความมี DOI ให้แสดง DOI ในรูปแบบ URL เช่น https://doi.org/xxxxx
- การอ้างอิงในเนื้อหาใช้ "&" เมื่ออยู่ในวงเล็บสำหรับภาษาอังกฤษ (เช่น Smith & Jones, 2023) และใช้ and เมื่อเป็นส่วนหนึ่งของประโยค (เช่น Smith and Jones (2023) argued...) ส่วนงานภาษาไทยสามารถใช้คำว่า และ ได้ตามธรรมเนียมการเขียนภาษาไทย แม้จะใช้รูปแบบ APA 7 ก็ตาม
-------------------------
นโยบายการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในการจัดทำต้นฉบับ
1. วัตถุประสงค์และขอบเขต
นโยบายฉบับนี้กำหนดหลักเกณฑ์การใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกระบวนการเขียน วิเคราะห์ แปล ตรวจสอบ หรือจัดเตรียมต้นฉบับเพื่อการตีพิมพ์ในวารสาร เพื่อส่งเสริมความโปร่งใส ความถูกต้องทางวิชาการ ความรับผิดชอบของผู้เขียน และความซื่อสัตย์ทางการวิจัย นโยบายนี้มีผลบังคับใช้กับผู้เขียน ผู้ประเมินบทความ และบรรณาธิการ
2. หลักการพื้นฐาน
วารสารยอมรับว่าการใช้เครื่องมือ AI อาจเป็นประโยชน์ในบางขั้นตอนของการทำงานวิชาการ อย่างไรก็ตาม AI ไม่สามารถแทนที่ความรับผิดชอบทางปัญญาของมนุษย์ได้ ผู้เขียนต้องรับผิดชอบโดยสมบูรณ์ต่อความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ ความเป็นต้นฉบับ การตีความผลการวิจัย และจริยธรรมของงานที่ส่งตีพิมพ์ เครื่องมือ AI ไม่สามารถเป็นผู้เขียนหรือผู้ร่วมเขียนได้
3. การใช้ AI ที่อนุญาต
สามารถใช้ AI ได้ในลักษณะสนับสนุนการทำงาน เช่น
- การตรวจแก้ภาษา การปรับสำนวน หรือการเรียบเรียงข้อความ
- การจัดรูปแบบเอกสารตามข้อกำหนดของวารสาร
- การช่วยจัดการรายการอ้างอิง โดยต้องตรวจสอบความถูกต้องทุกครั้ง
- การช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ หรือการเขียนโค้ด โดยผู้เขียนต้องตรวจสอบและรับรองผลลัพธ์ด้วยตนเอง
ทั้งนี้ ผู้เขียนต้องตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาที่ได้รับการช่วยเหลือจาก AI ก่อนส่งต้นฉบับทุกครั้ง
4. การใช้ AI ที่ไม่อนุญาต
ห้ามใช้ AI ในลักษณะดังต่อไปนี้
- การสร้างต้นฉบับทั้งหมดโดยไม่มีการมีส่วนร่วมทางวิชาการที่แท้จริงจากมนุษย์
- การสร้างข้อมูล ผลการวิจัย ตาราง กราฟ หรือเอกสารอ้างอิงที่เป็นเท็จ
- การอ้างว่าเป็นผลงานของมนุษย์โดยไม่เปิดเผยการใช้ AI
- การใช้ AI เพื่อบิดเบือนกระบวนการพิจารณาบทความ
- การนำข้อมูลที่เป็นความลับหรือข้อมูลส่วนบุคคลไปป้อนในระบบ AI โดยไม่ผ่านการอนุมัติด้านจริยธรรมและการคุ้มครองข้อมูล
5. การเปิดเผยข้อมูลการใช้ AI (Disclosure Requirement)
ผู้เขียนต้องเปิดเผยการใช้เครื่องมือ AI ในต้นฉบับอย่างชัดเจน โดยระบุ
- ชื่อและเวอร์ชันของเครื่องมือ AI ที่ใช้
- วัตถุประสงค์ของการใช้
- คำรับรองว่าผู้เขียนได้ตรวจสอบและรับผิดชอบเนื้อหาทั้งหมด
ควรระบุข้อมูลดังกล่าวในส่วนที่กำหนด เช่น “การรับรองการใช้ AI” หรือในส่วนกิตติกรรมประกาศ
6. ความเป็นผู้ประพันธ์ (Authorship) และความรับผิดชอบ
ตามมาตรฐานสากลด้านการกำหนดผู้เขียน (เช่น หลักเกณฑ์ของ ICMJE) เครื่องมือ AI ไม่สามารถเป็นผู้เขียนได้ เนื่องจากไม่สามารถ
- มีส่วนร่วมทางวิชาการอย่างมีความรับผิดชอบ
- ให้การอนุมัติฉบับสุดท้ายของต้นฉบับ
- รับผิดชอบต่อเนื้อหาทางวิชาการ
ผู้เขียนทุกคนต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ผู้เขียนของวารสาร และต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาทั้งหมดร่วมกัน
7. จริยธรรมการวิจัยและความถูกต้องของข้อมูล
ผู้เขียนต้องรับรองว่า
- ข้อมูลที่ใช้เป็นข้อมูลจริง สามารถตรวจสอบได้
- ไม่ใช้ AI ในการสร้างข้อมูลเท็จหรือบิดเบือนผลการวิจัย
- ปฏิบัติตามหลักจริยธรรมการวิจัยที่เกี่ยวข้อง
- งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย (ถ้ามี)
8. การใช้ AI ในกระบวนการพิจารณาบทความ
ผู้ประเมินบทความและบรรณาธิการอาจใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยด้านภาษาเท่านั้น แต่ไม่ควรใช้ AI ในการตัดสินใจเชิงบรรณาธิการ เนื้อหาต้นฉบับต้องไม่ถูกอัปโหลดเข้าสู่ระบบ AI สาธารณะ เว้นแต่มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม การตัดสินใจทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบของบุคคล
9. การละเมิดนโยบาย
หากพบว่ามีการใช้ AI โดยไม่เปิดเผย หรือมีการใช้ในลักษณะที่ขัดต่อหลักจริยธรรม วารสารอาจดำเนินการตามขั้นตอนทางจริยธรรม ซึ่งอาจรวมถึง
- การปฏิเสธบทความ
- การถอนบทความที่ตีพิมพ์แล้ว (retraction)
- การแจ้งหน่วยงานต้นสังกัด
- การจำกัดสิทธิ์การส่งบทความในอนาคต
10. การทบทวนนโยบาย
เนื่องจากเทคโนโลยี AI มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว นโยบายฉบับนี้จะได้รับการทบทวนและปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในวงการวิชาการ