การจัดการศึกษาภายใต้สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของประเทศไทย: โอกาส ความท้าทายและแนวทางพัฒนา
คำสำคัญ:
การจัดการศึกษา, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, การกระจายอำนาจทางการศึกษา, การบริหารการศึกษา, ความเสมอภาคทางการศึกษาบทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้เป็นการศึกษาจากการทบทวนเอกสาร มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์บทบาท ความสำคัญ โอกาส ความท้าทาย และแนวทางพัฒนาการจัดการศึกษาภายใต้สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของประเทศไทย โดยศึกษาเอกสารวิชาการ งานวิจัย กฎหมาย นโยบาย และรายงานที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจและการจัดการศึกษาท้องถิ่น ผลการสังเคราะห์พบประเด็นสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ ประการแรก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความใกล้ชิดกับประชาชน จึงสามารถบริหารสถานศึกษา จัดสรรทรัพยากร และพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบท อัตลักษณ์ และความต้องการของชุมชนได้ ประการที่สอง การกระจายอำนาจเอื้อต่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการและเปิดโอกาสให้ชุมชน ผู้ปกครอง ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ประการที่สาม ความแตกต่างด้านฐานะทางการคลัง ศักยภาพการบริหาร และความพร้อมของบุคลากรในแต่ละพื้นที่ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านทรัพยากรและคุณภาพการศึกษา และประการที่สี่ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นและเท่าทันบริบทใหม่ จากผลการสังเคราะห์ บทความเสนอให้ภาครัฐกำหนดมาตรการสนับสนุนงบประมาณตามความจำเป็นของพื้นที่ พัฒนาศักยภาพผู้บริหาร ครู และบุคลากร ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และพัฒนาระบบติดตามประเมินผลที่เชื่อมโยงมาตรฐานการศึกษาระดับชาติกับเป้าหมายการพัฒนาท้องถิ่น แนวทางดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างความเป็นอิสระควบคู่กับความรับผิดชอบ ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับการจัดการศึกษาท้องถิ่นให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. (2542, 19 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา, 116(74 ก), 1–23. https://www.moe.go.th/backend/wp-content/uploads/2020/10/1.-พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ-พ.ศ.-2542-และที่แก้ไขเพิ่มเติม.pdf
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน). (2564). แนวทางการประเมินคุณภาพภายนอกภายใต้สถานการณ์ปกติใหม่ (New Normal). https://www.onesqa.or.th
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). การศึกษาไทย 2562–2564 (Education in Thailand 2019–2021). กระทรวงศึกษาธิการ. https://backoffice.onec.go.th/uploads/Book/1926-file.pdf
Bray, M. (2003). Community initiatives in education: Goals, dimensions, and linkages with governments. UNESCO International Institute for Educational Planning.
https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000134739
Darling-Hammond, L., Hyler, M. E., & Gardner, M. (2017). Effective teacher professional development. Learning Policy Institute. https://doi.org/10.54300/122.311
Gamage, D. T., & Sooksomchitra, P. (2004). Decentralisation and school-based management in Thailand. International Review of Education, 50(3–4), 289–305. https://doi.org/10.1007/s11159-004-2624-4
Kaewkumkong, A., & Jaiborisudhi, W. (2021). Educational decentralization policies in Thailand and South Korea: A comparative study. Kasetsart Journal of Social Sciences, 42(1), 165–170. https://doi.org/10.34044/j.kjss.2021.42.1.26
OECD. (2018). Education in Thailand: An OECD-UNESCO perspective. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/9789264299319-en
Office of the Education Council. (2021). Education in Thailand 2019–2021. Ministry of Education. https://backoffice.onec.go.th/uploads/Book/1926-file.pdf
Office of the National Education Commission. (1999). National Education Act B.E. 2542 (1999). Office of the Prime Minister.
UNESCO. (2021). Reimagining our futures together: A new social contract for education. UNESCO. https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000379707
UNESCO. (2023). Global education monitoring report 2023: Technology in education – A tool on whose terms? UNESCO. https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000385723
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารครุพัฒนาปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร

