Otago Exercise Program: โปรแกรมเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
บทคัดย่อ
บทนำ
การหกล้มในผู้สูงอายุถือว่าเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญของหลายประเทศ เนื่องจากปัญหาดังกล่าว สัมพันธ์กับอัตราการเจ็บป่วย การเสียชีวิต คุณภาพชีวิต และภาระค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ข้อมูลจากหลายแห่งชี้ให้เห็นว่าการออกกำลังกายสามารถลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโปรแกรม Otago Exercise Program (OEP) เป็น 1 ในโปรแกรมการออกกำลังกายที่มีงานวิจัยสนับสนุนว่าสามารถเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทรงตัว และประสิทธิภาพของการเดินในผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยลดอัตราการหกล้มและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุได้อีกด้วย
Otago Exercise Program เป็นการออกกำลังกายที่ประกอบด้วยท่าบริหารที่ถูกออกแบบโปรแกรมสำหรับเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การฝึกการทรงตัว และเพิ่มประสิทธิภาพของการเดิน โดยมีการปรับระดับความเข้มข้นอย่างต่อเนื่องตามสมรรถภาพของผู้สูงอายุ และติดตามโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรม งานวิจัยโดย Campbell และคณะ แสดงให้เห็นหลักฐานชัดเจนจากการทดลองแบบสุ่มในสตรีอายุ 80 ปีขึ้นไป ว่า OEP สามารถลดอัตราการ
หกล้มได้ประมาณร้อยละ 35 ภายในระยะเวลา 2 ปี และต่อมา Thomas และคณะ(2) ได้ทำการทบทวนวรรณกรรมพบว่า OEP ไม่เพียงลดการหกล้ม แต่ยังมีส่วนช่วยลดอัตราการเสียชีวิตในผู้สูงอายุ
เอกสารอ้างอิง
Campbell AI, Robertson MC, Gardner MM, Norton RN, Buchner DM. Falls prevention over 2 years: a randomized controlled trial in women 80 years and older. BMI 1997;315:1065-9.
Thomas S, Mackintosh S, Halbert J. Does the OTAGO exercise programme reduce mortality and falls in older adults?: a systematic review and meta-analysis. Age Ageing 2010;39(6):681-7.
Sherrington C, Fairhall NJ, Wallbank GK, Tiedemann A, Michaleff ZA, Howard K, et al. Exercise for preventing falls in older people living in the community. Cochrane Database Syst Rev 2019;1(1):CD012424.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
