ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายและการให้ความรู้ ตามหลักการยศาสตร์ต่อระดับอาการปวดและความสามารถ ในการทำากิจวัตรประจำาวันในผู้ป่วยปวดหลังส่วนล่าง

ผู้แต่ง

  • เบญจมาภรณ์ หาญชาญเลิศ กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู โรงพยาบาลโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม

คำสำคัญ:

ปวดหลังส่วนล่าง, ออกกําลังกาย, การยศาสตร์, กายภาพบําบัด, การสร้างเสริมสุขภาพ

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ
อาการปวดหลังส่วนล่างเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในกลุ่มโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ซึ่งมักเกิดซ้ําๆ การศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการออกกําลังกายและการให้ความรู้ตามหลักการยศาสตร์ต่อระดับอาการปวดและความสามารถในการทํากิจวัตรประจําวันในผู้ป่วยปวดหลังส่วนล่าง เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง ศึกษาในเดือนสิงหาคม - กันยายน พ.ศ. 2568 กําหนดขนาดตัวอย่างจากการคํานวณ โดยเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคปวดหลังส่วนล่างจํานวน 20 คน อายุเฉลี่ย 51.1±7.9 ปี ใช้เวลา 4 สัปดาห์ ให้อาสาสมัครออกกําลังกายอย่างน้อย 4 วันต่อสัปดาห์ ร่วมกับให้ความรู้ ตามหลักการยศาสตร์เกี่ยวกับท่าทางในการทํางาน โปรแกรมการออกกําลังกายประกอบด้วย 5 ท่า ได้แก่ ท่าแอ่นหลัง ท่ากอดเข่า ดอก ท่าบิดตัว ท่ายืดลําตัว และท่ายกแขนขาสลับกัน ประเมินผลต่อระดับอาการปวด ด้วยแบบประเมิน Numerical Rating Scale และความสามารถในการทํากิจวัตรประจําวัน ด้วยแบบประเมิน Oswestry Low Back Pain Disability Index (ฉบับภาษาไทย) วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วยสถิติพรรณนาและ paired t-test ผลการวิจัย ก่อนเข้าร่วมการวิจัยอาสาสมัครมีระดับอาการปวด 6.30+1.13 คะแนน ภายหลังจากเข้าร่วมการวิจัยมีระดับอาการปวด 2.85+1.09 คะแนน ลดลงอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.001) ค่าคะแนนผลกระทบต่อความสามารถในการทํากิจวัตร ประจําวัน ก่อนเข้าร่วมการวิจัย ร้อยละ 33.70±13.69 หลังการเข้าร่วมการวิจัย ร้อยละ 10.80+9.59 ลดลงอย่างมี นัยสําคัญทางสถิติ (p<0.001) การออกกําลังกายและการให้ความรู้ตามหลักการยศาสตร์มีแนวโน้มในการช่วยลดระดับอาการปวดและเพิ่มความสามารถในการทํากิจวัตรประจําวันในผู้ป่วยปวดหลังส่วนล่างได้ สามารถใช้เป็นแนวทางในการ ส่งเสริมและรักษาในผู้ป่วยปวดหลังส่วนล่างได้ อย่างไรก็ตาม ควรทําการศึกษาเพิ่มเติมโดยการวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มหรือ การประเมินผลต่อคุณภาพชีวิต เพื่อให้เห็นประโยชน์ของการออกกําลังกายได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เอกสารอ้างอิง

สิริโชค ปะท, สายหยุด มูลเพ็ชร์, พิศักดิ์ ชินชัย, พฤติกรรมเสี่ยงต่ออาการปวดหลังของเกษตรกรชาวสวนลําไยที่เข้ารับการรักษา โดยวิธีกายภาพบําาบัดในโรงพยาบาลบ้านโฮ่ง จังหวัดลําพูน ลําปางเวชสาร 2560;38(2):59-68.

อนุวัฒน์ อัคคีสุวรรณ, ความชุกและปัจจัยเสี่ยงทางการยศาสตร์ที่สัมพันธ์กับอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ในกลุ่มคน ตัดปาล์ม ตําบลสินปุน อําเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต), กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์; 2560. 97 หน้า

Hossain A, Kamrujjaman M, Malleque A. Associated factors and pattern of musculoskeletal pain among

male handloom weavers residing in Belkuchi, Shirajgonj: a cross sectional study. Int J Sci Eng 2018;9(10):

-51.

อรพันธ์ อันติมานนท์, โกวิทย์ บุญมีพงศ์, ธิติรัตน์ สายแปง, กมลชนก สุขอนันต์, อารีพิศ พรหมรัตน์, พีรวิชญ์ จุลเรือง, และคณะ ภาระโรคปวดหลังในผู้ประกอบอาชีพ, วารสารควบคุมโรค 2559;42(2):119-29.

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. รายงานการสํารวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2557. กรุงเทพมหานคร: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2559.

นภาพร จันต๊ะรังษี, แนวทางการรักษาทางกายภาพบําบัดกับผู้ป่วยภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน, วารสารหัวหินสุขใจไกลกังวล 2560;2(2):1-16.

Wang L, Ye H, Li Z, Lu C, Ye J, Liao M, et al. Epidemiological trends of low back pain at the global, regional, and national levels. Eur Spine J 2022;31(4):953-62.

รุฑาธร อินทรกุล, วันชัย เลิศวัฒนวิลาศ, เบญญาภา พรมพุก, อภิชาต กาศโอสถ, วิไลลักษณ์ วงศ์เจริญ, ปัจจัยทํานายการจัดการ ตนเองในผู้ป่วยปวดหลังเรื้อรัง, พยาบาลสาร 2563;47(4):484-96.

Zhou T, Salman D, McGregor A. A recent clinical practice guidelines for the management of low back pain: a global comparison. BMC Musculoskelet Disord 2024;25(1):334.

Chiarotto A, Kose BW. Nonspecific low back pain. N Engl J Med 2022;386(18):1732-40.

Fernández-Rodriguez R, Álvarez-Bueno C, Cavero-Redondo I, Torres-Costoso A, Pozuelo-Carrascosa DP, Reina-Gutiérrez S, Pascual-Morena C, Martinez-Vizcaino V. Best exercise options for reducing pain and disability in adults with chronic low back pain: pilates, strength, core-based, and mind-body. a network meta-analysis. J Orthop Sports Phys Ther 2022;52(8):500-14.

Fiter J, Werdhani RA, Wahyuni S. Effect of back-exercise on the level of pain and disability among hospital ward nurses with subacute and chronic nonspecific low back pain. J Phys Conf Ser 2018;1073(6):062027.

Cavalieri TA. Pain management in the elderly. J Am Osteopath Assoc 2002;102(9):481-5.

Adha FR, Komalasari DR. Validity and reliability of the numerical rating scale in non-myogenic low back pain patients. Acad Physiother 2024;1(3):9-19.

Sanjaroensuttikul N. The Oswestry low back pain disability questionnaire (version 1.0) Thai version. J Med Assoc Thai 2007;90(7):1417-22.

Hlaing SS, Puntumetakul R, Khine FF, Boucaut R. Effects of core stabilization exercise and strengthening exercise on proprioception, balance, muscle thickness and pain related outcomes in patients with subacute nonspecific low back pain: a randomized controlled trial. BMC Musculoskelet Disord 2021;22(1):998.

George SZ, Fritz JM, Silfies SP, Schneider MJ, Beneciuk JM, Lentz TA, et al. Interventions for the management of acute and chronic low back pain: revision 2021. J Orthop Sports Phys Ther 2021;51(11):CPG1-CPG60.

Zhao K, Zhang P, Li H, Li L. Exercise prescription for improving chronic low back pain in adults: a network meta-analysis. Front Public Health 2025;13(1):1512450.

Sluka KA, Frey-Law L, Hoeger Bement M. Exercise-induced pain and analgesis? Underlying mechanisms and clinical translation. Pain 2018;159(1):S91-$97.

Lakra SK. Meta-analyses of the effect of ergonomic intervention on low back pain outcomes and whether LBP leads to absenteeism among manual material handing workers [Master Thesis in Human Kinetics]. Ontario: Laurentian University, 2017.

Xu HR, Zhang YH, Zheng YL. The effect and mechanism of motor control exercise on low back pain: a narrative review. Effort Open Rev 2023;8(7):581-91.

Mendonça Turci A, Gorla Nogueira C, Nogueira Carrer HC, Chaves TC. Self-administered stretching exercise are as effective as motor control exercises for people with chronic non-specific low back pain: a randomised trial. J Physiother 2023;69(2):93-9.

Shamsi MB, Ahmadi A, Mirzaei M, Jaberzadeh S. Effects of static stretching and strengthening exercises on flexion relaxation ratio in patients with LBP: a randomized clinical trial. J Bodyw Mov Ther 2022;30(1):196-202. 24. Quentin C, Bagheri R, Ugbolue UC, Coudeyre E, Pélissier C, Descatha A, et al. Effect of home exercise training in patients with nonspecific low-back pain: a systematic review and meta-analysis. Int J Environ Res Public Health 2021;18(16):8430.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-09-2026

รูปแบบการอ้างอิง

หาญชาญเลิศ เ. (2026). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายและการให้ความรู้ ตามหลักการยศาสตร์ต่อระดับอาการปวดและความสามารถ ในการทำากิจวัตรประจำาวันในผู้ป่วยปวดหลังส่วนล่าง. วารสารการสร้างเสริมสุขภาพไทย, 5(3). สืบค้น จาก https://so14.tci-thaijo.org/index.php/thpjournal/article/view/3840

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ (Original article)