ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาในตำบลน้ำร้อน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์
บทคัดย่อ
ศิรัญญา บุตรสีทาคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร
สุรเดช สำราญจิตต์
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบภาคตัดขวางเชิงพรรณนา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ และปัจจัยเสริม รวมทั้งพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในตำบลน้ำร้อน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยดังกล่าวกับพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ผู้สูงอายุจำนวน 186 คน ซึ่งได้มาจากการคัดเลือกตามเกณฑ์ที่กำหนด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามประกอบด้วยข้อมูลส่วนบุคคล ปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริม และพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพ โดยแบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.97 ข้อมูลได้รับการวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมานโดยใช้สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01 ผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ และปัจจัยเสริมอยู่ในระดับสูง (M=3.93, SD=0.63) และพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุอยู่ในระดับสูงเช่นกัน (M=3.61, SD=0.40) เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์พบว่า ปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ และปัจจัยเสริมโดยรวมมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.01) เมื่อวิเคราะห์รายปัจจัยพบว่า ปัจจัยนำมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ปัจจัยเอื้อมีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และปัจจัยเสริมมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.01)
คำสำคัญ: ผู้สูงอายุ; เจตคติเกี่ยวกับสุขภาพ; พฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพ
เอกสารอ้างอิง
สุนิษา มะลิวัลย์. ภาวะพึ่งพิงของผู้สูงอายุไทย ในอนาคต 20 ปี [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [สืบค้นเมื่อ 2 ธ.ค. 2567]. แหล่งข้อมูล: https://hfd.anamai.moph.go.th/th/news-anamai-3/229198
จิราภรณ์ การะเกตุ. ประเทศไทยกับสังคมผู้สูงอายุ [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [สืบค้นเมื่อ 2 ธ.ค. 2567]. แหล่งข้อมูล: https://ilmahidol.ac.th/th/i-Learning-Clinic/general-articles/
จิราพร เกศพิชญวัฒนา, สุวิณี วิวัฒน์วานิช, อังคณา ศรีสุข, สหรัฐ เจตมโนรมย์. เรียนรู้เข้าใจวัยสูงอายุ. กรุงเทพมหานคร: ยืนยงการพิมพ์; 2561.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์. ปิรามิดประชากร [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 2 ธ.ค. 2567]. แหล่งข้อมูล: https://pnb.hdc.moph.go.th/hdc/main/index.php
Green LW, Kreuter MW. Health program planning: an educational and ecological approach. 4th ed. New York: Emily Barrosse; 2005.
Krejcie RV, Morgan DW. Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement 1970;30(3):607-10.
Likert R. A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology 1932;140:1-55
Cronbach LJ. Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika 1951;16(3):297-334.
Davies IK. The management of leaning. London: McGraw-Hill; 1971.
ธัญญลักษณ์ รงค์รัตน์, สุรเดช สำราญจิตต์. พฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในพื้นที่ตำบลหาดสำราญ อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง. ใน: วิทยาลัยพยาบาลทหารอากาศ การประชุมวิชาการระดับชาติ ประจำปี 2566 เรื่อง มิติใหม่ในการดูแล สุขภาพ: สูงวัยอย่างมีสุขภาวะ; 25 สิงหาคม 2566; มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยรามคำแหง; 2566. หน้า 258-67.
ณัฐพงศ์ ด้วนมี. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา. สงขลา: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา; 2567.
พฤกษา มะหลัด, วรกร วิชัยโยม, ธันวา ใจเที่ยง. ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในอำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน 2566;9(3):147-56.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
