ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงของประชากรกลุ่มเสี่ยง อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
บทคัดย่อ
อรพรรณ ขุนอำไพคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จังหวัดตรัง
สาโรจน์ นาคจู
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จังหวัดตรัง
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงของประชากรกลุ่มเสี่ยง ตำบลท่าชนะ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 324 คน รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ความเชื่อมั่น (Cronbach coefficient) เท่ากับ 0.92 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์หาค่าความสัมพันธ์โดยใช้ค่าสถิติ Pearson's product moment correlation coefficient ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพอยู่ในระดับสูงโดยมีความสัมพันธ์ทางบวกระดับสูงกับพฤติกรรมการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง และเมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า การรับรู้ในการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงของประชากรกลุ่มเสี่ยง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ดังนั้น ผลการวิจัยจะเป็นแนวทางในการวางแผนและดำเนินการแก้ไขปัญหาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงและสามารถแนะนำประชาชนให้มีความตระหนักและมีพฤติรรมที่ดีในการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงมากยิ่งขึ้น
คำสำคัญ: พฤติกรรมการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง; ประชากรกลุ่มเสี่ยง; แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ
เอกสารอ้างอิง
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์. จำนวนผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ ปี 2564 [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [สืบค้นเมื่อ 27 มิ.ย. 2567]. แหล่งข้อมูล: http://tcb.nci.go.th/CWEB/cwebBase.do?Mode=initialApplication
กันต์กมล กิจตรงศิริ. โครงการพัฒนารูปแบบการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงระดับประชากร [อินเทอร์เน็ต]. 2562 [สืบค้นเมื่อ 30 มิ.ย. 2567]. แหล่งข้อมูล: https://www.hitap.net/wp-content/uploads/2018/10/Full-report_CRC-screening.pdf
คณะกรรมการจัดทำแผนการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แผนการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งแห่งชาติ National Cancer Control Programmer (พ.ศ. 2561-2565) [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [สืบค้นเมื่อ 27 มิ.ย. 2567]. แหล่งข้อมูล: https://www.nci.go.th/th/New_web2024/officer/download/nccp/NCCP_61_65
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์. แนวทางการดำเนินงานและการบันทึกข้อมูล โครงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ด้วยวิธี FIT Test [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [สืบค้นเมื่อ 27 มิ.ย. 2567]. แหล่งข้อมูล: https://www.nci.go.th/th/File_download/D_index/ptu/update1761
กลุ่มงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ สุขภาพจิตและยาเสพติด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี. สถานการณ์โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี พ.ศ. 2564 - ปี พ.ศ. 2566 [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 24 มิ.ย. 2567]. แหล่งข้อมูล: https://lookerstudio.google.com/reporting/65/b566b-c106-4a0b-888t-a54825218073
กลุ่มงานประกันสุขภาพและยุทธศาสตร์สารสนเทศทางการแพทย์ โรงพยาบาลท่าชนะ. สถานการณ์โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2564 - ปี พ.ศ. 2566. สุราษฎร์ธานี: โรงพยาบาลท่าชนะ; 2566.
Rosenstock IM, Strecher VJ, Becker MH. Social learning theory and the health belief model. Health Educ Q 1988 Summer;15(2):175-83.
สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง. ประชากรรายอายุอำเภอท่าชนะ ตำบลท่าชนะ จังหวัด สุราษฎร์ธานี [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [สืบค้นเมื่อ 27 มิ.ย. 2567]. แหล่งข้อมูล: https://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statMONTH/statmonth/##/displayData
Daniel WW. Biostatistics: a foundation of analysis in the health sciences. 6th ed. Brisbane, New York: John Wiley & Sons; 1995.
วลัยนารี พรมลา, สุทธิมาศ สุขอัมพร, สุทธิชารัตน์ เจริญพงศ์, ชัชวาล วงศ์สารี. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์ 2564;8(12):175-77.
Daniel WW. The management of learning. London: McGraw-Hill; 1971.
Glanz K, Rimer BK, Viswanath K. Health behavior and health education: theory, research, and practice. 4th ed. Hoboken, NJ: Jossey-Bass; 2008.
สุทธิมาศ สุขอัมพร, วลัยนารี พรมลา. ประสิทธิผลของโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงของบุคลากรในโรงพยาบาล. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 2564;15(9):623-44.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
