ความรอบรู้ด้านสุขภาพที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของประชาชน อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร
บทคัดย่อ
ณีรนุช วรไธงสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จังหวัดสกลนคร
ปิยะภรณ์ ดอนหลักคำ
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จังหวัดสกลนคร
ชินันพร ทองเภา
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จังหวัดสกลนคร
บุญเลี้ยง สุพิมพ์
สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย จังหวัดเลย
จิราภรณ์ จำปาจันทร์
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จังหวัดสกลนคร
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของประชาชน อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้คือ ประชาชนที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป อาศัยอยู่เขตพื้นที่อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร จำนวน 383 คน โดยทำการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บ ข้อมูลเป็นแบบสอบถาม สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่และร้อยละ ใช้สำหรับการวิเคราะห์คุณลักษณะทางประชากรของกลุ่มตัวอย่าง ความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันโรคไข้เลือดออก และพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออก และสถิติเชิงอ้างอิงได้แก่ สถิติการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุแบบ stepwise กำหนดค่านัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) เพื่อทดสอบอำนาจการพยากรณ์ของความรอบรู้ด้านสุขภาพที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของประชาชนผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 59.3 อายุอยู่ระหว่าง 42-63 ปี ร้อยละ 59.8 (Mean= 50.84 ปี, SD=13.46) มีสถานภาพสมรส ร้อยละ 68.4 มีระดับการศึกษาสูงสุดประถมศึกษา ร้อยละ 54.6 ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร เช่น ทำนา ทำสวน ร้อยละ 66.6 มีรายได้ต่อเดือนน้อยกว่า 4,000 บาท ร้อยละ 37.3 ส่วนใหญ่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 61.4 และแหล่งข้อมูลข่าวสารที่ได้รับเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่ได้รับจากบุคลากรทางสุขภาพ ร้อยละ 77.3 ผลการศึกษาพบว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของประชาชน ได้แก่ การเข้าถึงข้อมูลการป้องกันโรคไข้เลือดออก (B=0.324) และการนำข้อมูลไปใช้ในการป้องกันโรคไข้เลือดออก (B=0.200) โดยทั้ง 2 ประเด็นของความรอบรู้ด้านสุขภาพสามารถร่วมกันพยากรณ์พฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ร้อยละ 22.4 (R square=0.224) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) หน่วยงานสาธารณสุขสามารถนำข้อมูลจากการวิจัยไปใช้ในการพัฒนาสื่อสุขภาพที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีพฤติกรรมการป้องกันโรคที่ดีต่อไป
คำสำคัญ: โรคไข้เลือดออก; ความรอบรู้ด้านสุขภาพ; พฤติกรรมการป้องกันโรค
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Dengue - global situation [Internet]. 2023 [cited 2025 Feb 4]. Available from: https://www.who.int/emergencies/disease-outbreak-news/item/2023-DON498
สถาบันป้องกันโรคเขตเมือง. สรุปรายงานเหตุการณ์ที่สำคัญทางระบาดวิทยา [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 4 ก.พ. 2568]. แหล่งข้อมูล: https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1620120240923050400.pdf
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร. รายงานประจำปี 2566 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 4 ก.พ. 2568]. แหล่งข้อมูล: https://skko.moph.go.th/dward/document_file/strategy/training_file_name/20240703095252_146500754.pdf
อนงค์ บังกระโทก, ดารากลูไทย ฉายแม้น,วิรัลพัชร ดิษฐาพันธ์. อัตราป่วยโรคเข้เลือดออกจังหวัดสกลนครกับความชุกของลูกน้ำ ยุงลาย สภาพภูมิอากาศ และปริมาณน้ำฝน จังหวัดสกลนคร ปี 2562. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ 2562;13:286-98.
ประภัสสร ทับทวี, เกวลี สินขจร, ลัพธวรรณ ชัยเสนะ, พีชญ์ฌา ฤทธิ์เดช. โรคไข้เลือดออกเดงกีและวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสเดงกีชนิด 4 สายพันธุ์. วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล 2567;34:371-82.
กรมอนามัย. แนวคิดหลักการขององค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ (สขรส.). นนทบุรี: สำนักงานโครงการขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 เพื่อความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชน; 2561.
สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ. คู่มือกระบวนการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [สืบค้นเมื่อ 4 ก.พ. 2568]. แหล่งข้อมูล: https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1188920211018040126.pdf
Yamane T. Statistics: an introductory analysis. London: John Weather Hill; 1973. Best JW. Research in education. 3rd ed. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall; 1977.
ปัทมา สุพรรณกุล. สถิติประยุกต์สำหรับงานวิจัยด้านสาธารณสุข. พิมพ์ครั้งที่ 2. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2563.
ดนัย เนวะมาตย์. ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันควบคุมไข้เลือดออกของประชาชนในจังหวัดนครพนม. วารสารโรงพยาบาลนครพนม 2563;7:84-93.
ญาดา โตอุตชนม์, ธันวดี รู้รอบ, กรรณิกา บัวทะเล, สมร นุ่มผ่อง, รัชนีกร ตัชมา. ความรอบรู้ไข้เลือดออกของประชาชนในพื้นที่ป่วย ซ้ำซากเขตสุขภาพที่ 9. วารสารการแพทย์และสาธารณสุข 2565;14:38-48.
วีระ กองสนั่น, อมรศักดิ์ โพธิ์อ่ำ. ความรอบรู้ด้านสุขภาพที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเขตตำบลหนองใหญ่ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน 2563;3:35-43.
ปรีชา พุกจีน, อมรศักดิ์ โพธิ์อ่ำ, พุฒิพงศ์ มากมาย. ความรอบรู้ด้านสุขภาพที่มีผลต่อการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จังหวัดปัตตานี. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์ทเทิร์น 2566;4:81-91.
พิชยารัตน์ จันทร์เพ็ญ, อลิสา นิติธรรม, ณัฐกฤตา ศิริโสภณ. ความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกของประชาชนในเขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร. วารสารพยาบาลทหารบก 2565;23:78-87.
Nutbeam D. Health literacy as a public goal: a challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21th century. Health Promotion International 2000;15:259-67.
ประเวช ชุ่มเกสรกูลกิจ, นิรันตา ไชยพาน, สุจิตรา บุญกล้า, จักรกฤษณ์ พลราชม. ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันโรคและภัยสุขภาพของประชาชนชาวไทย. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ 2564;15:25-35.
Febriani IS, Nugrahani MR. Health literacy and infectious disease control: community, policy, and digital strategies for prevention and management. Journal of Health Literacy and Qualitative Research 2022;2:43-54.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
