การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาโดยใช้รูปแบบโมเดลเลิฟกับทฤษฎีความสามารถตนเองเพื่อสร้างเสริมความฉลาดรู้สุขภาวะทางเพศของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ผู้แต่ง

  • ภาสกร ชาญจิราวดี
  • สิงหา จันทน์ขาว
  • เอมอัชฌา วัฒนบุรานนท์

บทคัดย่อ

ภาสกร ชาญจิราวดี
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กรุงเทพมหานคร

สิงหา จันทน์ขาว

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กรุงเทพมหานคร

เอมอัชฌา วัฒนบุรานนท์

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กรุงเทพมหานคร



บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาโดยใช้รูปแบบ Love Model ร่วมกับทฤษฎีความสามารถตนเองเพื่อสร้างเสริมความฉลาดรู้สุขภาวะทางเพศของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เป็นการวิจัยเชิงพัฒนา มีขอบเขตการวิจัย 3 ระยะดังนี้ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัญหาความต้องการ และข้อเสนอแนะในการ จัดการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาฯ ระยะที่ 3 การทดลองใช้ และประเมินรูปแบบฯ โดยในระยะที่ 3 มีรูปแบบการวิจัยเป็นวิจัยกึ่งทดลองชนิด 2 กลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำแนกเป็นกลุ่มทดลอง 40 คน และกลุ่มเปรียบเทียบ 40 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาโดยใช้รูปแบบโมเดลเลิฟ และทฤษฎีความสามารถตนเองเพื่อสร้างเสริมความฉลาดรู้สุขภาวะทางเพศของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 แบบประเมินความฉลาดรู้สุขภาวะทางเพศ และแบบสอบถามความพึงพอใจ ดำเนินการทดลองจำนวน 8 คาบๆ ละ 50 นาที วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน paired t-test และ independent t-test ผลการวิจัยพบว่าในระยะที่ 1 สำหรับนักนักเรียน พบว่า สภาพการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาของครูมีการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก มีปัญหาต่อการจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับเพศศึกษาอยู่ในระดับปานกลาง และความต้องการในการจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับเพศศึกษาอยู่ในระดับมาก สำหรับครูผู้สอนรายวิชาสุขศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษา พบว่า มีปัญหาและ มีความต้องการในการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาอยู่ในระดับปานกลาง ระยะที่ 2 รูปแบบ Love Model กับทฤษฎีความสามาถตนเองเพื่อสร้างเสริมความฉลาดรู้สุขภาวะทางเพศของนักเรียนที่พัฒนาขึ้น มีความความถูกต้อง เหมาะสม เป็นไปได้ที่จะช่ในการจัดการเรียนรู้เพศศึกษา และระยะที่ 3 พบว่า หลังการทดลองกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยของคะแนนความฉลาดรู้สุขภาวะทางเพศสูงกว่าก่อนทดลอง และสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) กลุ่มทดลองมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุดต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ดังนั้นรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาโดยใช้รูปแบบ Love Model ร่วมกับทฤษฎีความสามารถตนเองเพื่อสร้างเสริมความฉลาดรู้สุขภาวะทางเพศสามารถนำไปใช้ในการสร้างเสริมความฉลาดรู้สุขภาวะทางเพศของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ได้ ทั้งนี้เพื่อให้มีพฤติกรรมป้องกันความเสี่ยงทางเพศ ลดปัญหาจากการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์



คำสำคัญ:
ความฉลาดรู้สุขภาวะทางเพศ; การจัดการเรียนรู้เพศศึกษา; โมเดลเลิฟ

เอกสารอ้างอิง

สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค. พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์ [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 6 ก.พ. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=23335&deptcode=brc&news_views=148

สำนักอนามัยเจริญพันธ์ กรมอนามัย. รายงานประจำปี 2565 สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [สืบค้นเมื่อ 6 ก.พ. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://rh.anamai.moph.go.th/th/department-yearly-report/download/?did=212085&id=100907&reload=

กระทรวงศึกษาธิการ. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 [อินเทอร์เน็ต]. 2551 [สืบค้นเมื่อ 6 ก.พ. 2565]. แหล่งข้อมูล: https://drive.google.com/file/d/ImKyU6tkVWIL5b6vfwHNEzqkcqVXf_H-m/view

เอมอัชฌา วัฒนบุรานนท์. คู่มือการใช้โมเดลเลิฟ (love model): โมเดลสร้างเสริมความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์. กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์; 2559.

Bandura A. Self-efficacy: toward a unifying theory of behavior change. Psychological Review. 1977;84(2):191-215.

กรรัก ศรีเมือง. การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาแบบพุทธวิธีเพื่อปลูกฝังพฤติกรรมป้องกันการเสี่ยงทางเพศของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น [วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต]. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ; 2559. 344 หน้า.

จันทิรา ฐานีพานิชสกุล, รับขวัญ ภูษาแก้ว, พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์. การประเมินความต้องการจำเป็นของการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาในการป้องกันการตั้งครรภ์และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของวัยรุ่น [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 6 ก.พ. 2565]. แหล่งข้อมูล: https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDUCU/article/view/148070

สิริพร ภิยโยทัย, นุชนารถ แก้วดำเกิง, จุฑามาศ มากกุญชร, ศิริกูล ชัยเจริญ, เบญจมาศ ใจงาม, เกศินี เขียนวารี. การพัฒนารูปแบบ กิจกรรมฝึกทักษะการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเรื่องเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัยในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 6 ก.พ. 2565]. แหล่งข้อมูล: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiAIDSJournal/article/view/250486

สุพรรษา สงฉิม. การจัดการเรียนรู้เพศศึกษาโดยใช้โมเดลเลิฟเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่น [วิทยานิพนธ์สาธารณสุข-ศาสตรมหาบัณฑิต]. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา; 2559. 172 หน้า.

นพโรจน์ วงศ์พัชรจรัส, เอมอัชฌา วัฒนบุรานนท์, สุพัฒน์ ธีรเวชเจริญชัย. โปรแกรมสร้างเสริมทักษะชีวิตตามแนวคิดความสามารถของตนเองเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ [อินเทอร์เน็ต]. 2562 [สืบค้นเมื่อ 6 ก.พ. 2565];5(2):224-37. แหล่งข้อมูล: https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/225874/156326

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

29-06-2025

รูปแบบการอ้างอิง

ภาสกร ชาญจิราวดี, สิงหา จันทน์ขาว, & เอมอัชฌา วัฒนบุรานนท์. (2025). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาโดยใช้รูปแบบโมเดลเลิฟกับทฤษฎีความสามารถตนเองเพื่อสร้างเสริมความฉลาดรู้สุขภาวะทางเพศของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารการสร้างเสริมสุขภาพไทย, 4(2). สืบค้น จาก https://so14.tci-thaijo.org/index.php/thpjournal/article/view/3107