ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายแบบฝึกทนทานและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต่อความสามารถในการทรงตัวของผู้สูงอายุ
บทคัดย่อ
ชุติมา นิตุธรงานกายภาพบำบัด ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพสวนพยอม โรงพยาบาลร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
กุลณัฐ อิฐรัตน์
งานกายภาพบำบัด ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพสวนพยอม โรงพยาบาลร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
ดมิศรา เกรียงสี่หมื่น
งานกายภาพบำบัด ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพสวนพยอม โรงพยาบาลร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
บทคัดย่อ
การทรงตัวไม่ดีทำให้เกิดปัญหาการพลัดตกหกล้ม ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญมากสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุจะมีความเสื่อมของร่างกาย ส่งผลให้เกิดปัญหาการทรงตัวในผู้สูงอายุ จึงทำให้ผู้สูงอายุหกล้มได้ง่าย ปัจจุบันผู้สูงอายุในไทยเกิดการพลัดตกหกล้มร้อยละ 20-30 ต่อปี ดังนั้นการป้องกันการพลัดตกหกล้มจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่บุคลากรสุขภาพต้องให้ความสนใจและร่วมมือ การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มนี้มีวัตถุุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการออกกำลังกายแบบฝึกทนทานและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต่อความสามารถในการทรงตัวของผู้สูงอายุ วิธีการศึกษา คือ ผู้สูงอายุที่่มีความเสี่ยงต่อการหกล้มถูกสุ่มแบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองเท่าๆ กัน โดยกลุ่มทดลองจำนวน 24 คน ได้รับโปรแกรมการออกกำลังกายแบบฝึกทนทานและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต่อความสามารถในการทรงตัวของผู้สูงอายุ จำนวน 2 ครังต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ ขณะที่่กลุ่มควบคุมจำนวน 24 คน ได้รับการรักษาตามมาตรฐานทางกายภาพบำบัด เมื่อครบ 6 สัปดาห์แล้วผู้เข้าร่วมวิจัยจะได้รับการประเมินการทรงตัวด้วย timed up and go test (TUGT), five times sit to stand test (FTSST), single leg stand test (SLST) และภาวะกลัวการหกล้มด้วยแบบประเมิน FES-I ก่อนและหลังได้รับโปรแกรม เมื่อสิ้นสุดโปรแกรมทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเชิงปริมาณและใช้สถิติ Wilcoxon signed rank test และ Mann-Whitney U test ผลการศึกษา พบว่า ภายในกลุ่มทดลองมีผลการประเมินการทรงตัวด้วย TUGT, FTSST, SLST เปลี่ยนแปลงไปในทางที่่ดีขึ้นอย่่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05 ทุกตัวแปร) ภายในกลุ่มควบคุมมีผลการประเมินการทรงตัวด้วย FTSST เปลี่่ยนแปลงไปในทางที่่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ส่วน TUGT และ SLST ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญเมื่่อเทียบผลก่อน-หลัง เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม พบว่า ในส่วนของค่า FTSST ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) แต่ในส่วนขอ ง TUGT และ SLST มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยในกลุ่มทดลองมีการเปลี่ยนแปลงของ TUGTและ SLST ที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม เมื่อประเมินความกลัวการหกล้มของผู้สูงอายุด้วยแบบทดสอบ FES-I ผู้สูงอายุทั้งสองกลุ่มมีค่าคะแนนความกลัวการหกล้มที่ลดลงหลังได้รับโปรแกรมเหมือนกัน และไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม (p>0.05) โปรแกรมการออกกำลังกายแบบฝึกทนทานและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต่อความสามารถในการทรงตัวของผู้สูงอายุ สามารถเพิ่มความสามารถในการทรงตัว ลดความเสี่ยงของการหกล้้มและภาวะการกลัวล้มได้ เป็นทางเลือกหนึ่งของการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ
คำสำคัญ: ผู้สูงอายุ; การทรงตัว; โปรแกรมการออกกำลังกาย
เอกสารอ้างอิง
กองป้องกันการบาดเจ็บ สำนักสื่อสารความเสี่ยง กรมควบคุมโรค. กรมควบคุมโรค ห่วงผู้สูงอายุพลัดตกหกลัมในช่วงฤดูฝนแนะสวมใส่รองเท้าที่พื้นมีดอกยาง และประเมินความเสี่ยงการหกล้มอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [สืบค้นเมื่อ 23 ม.ค. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://ddc.moph.go.th/odpc7/news.php?news=26077&deptcode=odpc7
คณะกรรมการสถิติระดับจังหวัดจังหวัดร้อยเอ็ด. โครงการจัดทำข้อมูลสถิติและสารสนเทศเพื่อการการบริหารระดับพื้นที่จังหวัด ร้อยเอ็ด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 23 ม.ค. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://roiet.nso.go.th/images/stitic/new3/วิเคราะห์ผู้สูงอายุ61.pdf
กระทรวงสาธารณสุข. สถานการณ์งานอนามัยผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 7 ประจำปีงบประมาณ 2563-2565 [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [สืบค้นเมื่อ 23 ม.ค. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://hpci.anamai.moph.go.th/kpr/kpr2566/report66/1.4/วิเคราะห์สถานการณ์ตัวชี้วัด%201.4.pdf
ลัดดา เถียมวงศ์. การทดสอบคุณสมบัติของเครื่องมือประเมินอาการกลัวหกล้มในผู้สูงอายุไทย. สงขลานครินทร์เวชสาร 2552;29(6): 277-87.
Puntumetakul R, Saiklang P, Vodchaisarn W, Hunsawong T, Ruangsri J. Effects of core stabilization exercise versus general trunk-strengthening exercise on balance performance, pain intensity and trunk muscle activity patterns in clinical lumbar instability patients: a single blind randomized trial. Walailak J Sci Tech [Internet]. 2021 [cited 2023 Sep 3];18(7):1-13. Available from: https://wjst.wu.ac.th/index.php/wjst/article/view/9054
Vaz S, Hang J-A, Codde J, Bruce D, Spilsbury K, Hill A-M. Prescribing tailored home exercise program to older adults in the community using a tailored self-modeled video: a pre-post study. Front Public Health 2022;10:974512.
วลัยภรณ์ อารีรักษ์. ความกลัวการหกล้มของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชน. ใน: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี. การประชุมนำเสนอผลงานวิจัยบัณฑิตศึกษาระดับชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ครั้งที่ 10 ประจำปีการศึกษา 2559. อุดรธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี. 2559. หน้า 2180-90.
Abdulrazaq S, Oldham J, Skelton DA, O'Neill T, Munford L, Gannon B, et al. A prospective cohort study measuring cost-benefit analysis of the Otago Exercise Programme in community dwelling adults with rheumatoid arthritis. BMC Health Serv Res 2018;18(1):613.
Simadamrong P, Wongphaet P. Effects of multidirection and variable-speed body weight supported on balance rehabilitation for fall prevention among community-dwelling elderly persons. ASEAN J Rehabil Med 2019;29(2):45-50.
Wongphaet P, Watchareeudomkarn W. Effect of partial body weight support treadmill training on improvement of walking and balance in elderly community-dwellers. J Thai Rehabil Med 2016;26(1):19-23.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
