ผลของการเจริญเมตตาภาวนาด้วยการยิ้มจากหัวใจที่มีต่อการนำไปปรับใช้เพื่อลดความทุกข์ในชีวิตประจำวัน
บทคัดย่อ
พระโชติก อภิชาโตกลุ่มอาสาคิลานธรรม
สุรีรัตน์ งามเกียรติไพศาล
นักวิจัยอิสระ
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการเจริญเมตตาภาวนา รูปแบบยิ้มจากหัวใจ ที่สามารถประยุกต์ใช้เพื่อการดูแลคุณภาพใจในชีวิตประจำวันได้ ประชากรที่ศึกษาคือ ผู้ที่มีความเครียดหรือทุกข์ และ/หรือผู้ที่สนใจการเจริญเมตตาภาวนาทั่วไป โดยสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เป็นผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมภาวนาด้วยหัวใจอันประเสริฐ ยิ้มจากหัวใจ ที่ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. 122 คน และตอบแบบสำรวจ จำนวน 72 คน โดยกิจกรรมจัด 4 รอบ รอบละ 1 วัน การฝึกเมตตาภาวนา ประกอบด้วย การฝึกยิ้มจากหัวใจ การเดินภาวนา การนอนภาวนา และการแผ่เมตตา นอกจากนี้ ได้มีช่วงเวลาสำหรับการซักถามและแบ่งปันประสบการณ์ เก็บข้อมูลจากจากการกรอกใบสมัคร และการตอบแบบสำรวจหลังจบกิจกรรม วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติ ความถี่ ร้อยละ ฐานนิยม และวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างรอบกิจกรรมด้วย Chi-square ผลการศึกษา ตัวอย่างจำนวน 122 คน ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน อายุช่วง 40-59 ปี มีความทุกข์ในการใช้ชีวิต ร้อยละ 92.6 ความทุกข์ส่วนใหญ่คือ หมดพลังจากการทำงาน มีความทุกข์เฉลี่ย 2 เรื่องต่อคน ตัวอย่างที่เข้าร่วมกิจกรรมและตอบแบบสำรวจจำนวน 72 คน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ของการฝึกเมตตาภาวนา ยิ้มจากหัวใจนี้ คือ ได้ฝึกการยิ้มจากหัวใจ มีประสบการณ์ทบทวนตนเอง เข้าใจตนเองและผู้อื่น ได้ฝึกสติและสมาธิทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และมีแนวโน้มนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งประโยชน์ทุกข้อมีคะแนนในระดับมากที่สุดเกินร้อยละ 75.0 และไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในแต่ละรอบกิจกรรม (p>0.05) กิจกรรมย่อย ที่ประทับใจที่สุดที่มีคะแนนระดับมากที่สุด คือ ช่วงการฝึกนอนภาวนา (ร้อยละ 38.9) เครื่องมือการดูแลคุณภาพใจเป็นวิธีการลดความเครียด และความทุกข์ที่เป็นปัญหาสำคัญในปัจจุบัน การเจริญเมตตาภาวนา ยิ้มจากหัวใจนี้ หากมีการฝึกฝนและบ่มเพาะต่อเนื่อง ก็จะสามารถดูแลคุณภาพใจได้อย่างมั่นคง
คำสำคัญ: เมตตาภาวนา; ยิ้มจากหัวใจ; ความทุกข์
เอกสารอ้างอิง
Population and Social Research Institute, Mahidol University, Thailand Health Promotion Fund. Thai Health 2024: stress, the silent threat to Thai society. Bangkok: Amarin Corporation; 2024.
Matichon Online. The Department of Mental Health is concerned about Thai people consuming news, leading to stress Increasing 2.1 times. It suggests managing time for receiving information [Internet]. 2022 [cited 2024 Sep 20]. Available from: https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_3213162
Population and Social Research Institute, Mahidol University. Summary report on strengthening the system and services for psychological and socio-emotional support for children and adolescents in East Asia and the Pacific: Thailand report. Bangkok: UNICEF; 2022.
Mahachulalongkornrajavidyalaya University. Tipitaka Volume 24, Page 425, Suttanta Pitaka Volume 16 (Mahachulalongkorn Edition, Anguttara Nikaya, Dasaka-Ekadasaka Nipata. [Internet]. [cited 2024 Sep 20].
Available from: https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=24&siri=211
Phra Samuh Manat Aggapany (Wongsakha), Uthai Satiman. The practice of loving-kindness meditation by practitioners: a case study of Wat Khok Sawang Community, That Phanom District, Nakhon Phanom Province. MCU Journal of Pali Studies and Buddhaghosa Review 2023;9(1):71-2.
Phra Chotik Abhijato (Sukwongkot). The Four foundations of mindfulness for the quality of life and facing death peacefully [Thesis for Master of Arts]. Phra Nakhon Si Ayutthaya: Mahachulalongkornrajavidyalaya University; 2015. 151 p.
Phra Chotik Abhijato. Guided voice for reclining meditation. [Internet]. 2022 [cited 2024 Sep 20]. Available from: https://youtu.be/UcHbI059LWI
Phra Chotik Abhijato. Guided voice for reclining meditation [Internet]. [cited 2024 Sep 20]. Available from: https://www.youtube.com/watch?v=qUhohiAx3zA
Phra Chotik Abhijato. Guided voice for reclining meditation [Internet]. [cited 2024 Sep 20]. Available from: https://www.youtube.com/watch?v=qM/vDN-UB90
Phra Chotik Abhijato. Meditation of the noble heart [Internet]. [cited 2024 Sep 20]. Available from: https://www.facebook.com/profile.php?id=61558021596452
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
