การศึกษาปัญหาสาเหตุสุขภาพจิตและแนวทางการสร้างเสริมสุขภาพจิตที่ดีของเยาวชน อายุระหว่าง 15–24 ปี ในประเทศไทย
บทคัดย่อ
ชนากานต์ ขจรเสรีบริษัท มายด์เวนเจอร์ จำกัด
กันตพร ขจรเสรี
บริษัท มายด์เวนเจอร์ จำกัด
เขมิกา โตเทพวิมาน
บริษัท มายด์เวนเจอร์ จำกัด
บทคัดย่อ
การศึกษาปัญหาสุขภาพจิตและแนวทางการสร้างเสริมสุขภาพจิตที่ดีของเยาวชนอายุระหว่าง 15-24 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าใจถึงปัญหาและสาเหตุความเครียดของเยาวชน รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้และเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาสุขภาวะจิตที่เหมาะสมสำหรับเยาวชนและบุคคลทั่วไป การศึกษาครั้งนี้ใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 511 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการแจกแจงความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์หาความแปรปรวนทางเดียว (one-way ANOVA) กำหนดระดับนัยสำคัญ 0.05 ผลการวิเคราะห์พบว่า ปัจจัยภายในที่ส่งผลต่อความทุกข์ทางใจของเยาวชนใน 3 อันดับแรก ได้แก่ (1) ความสามารถในการจัดการอารมณ์ (2) การเห็นคุณค่าในตัวเอง และ (3) ความเข้าในเรื่องเพศสภาพ สำหรับปัจจัยภายนอกที่เป็นสาเหตุความเครียดของเยาวชนไทยใน 6 อันดับแรก ได้แก่ (1) การเรียนและการงาน (2) การวางแผนอนาคต (3) การจัดการเวลา (4) รายได้และค่าใช้จ่าย (5) ความสัมพันธ์ภายในครอบครัว และ (6) ปัญหาสังคมและการเมือง จากการวิเคราะห์ถึงค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน พบว่า สุขภาวะทางจิตด้านลบสัมพันธ์กับความทุกข์ทางใจและความเครียดในระดับปานกลางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) การวิเคราะห์หาความแปรปรวนทางเดียว พบว่า การส่งเสริมสุขภาพจิตส่วนบุคคลและการส่งเสริมสุขภาวะจิตในสังคมที่น้อย ส่งผลให้เกิดความทุกข์ทางใจและความเครียดสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) นอกจากนี้ คณะผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสนทนากลุ่มเยาวชน รวมถึงสัมภาษณ์ครูและผู้ปกครอง กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 20 คน ผลจากการวิเคราะห์การสนทนากลุ่มและการสัมภาษณ์ สามารถอธิบายมุมมองและปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน บุคคลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการเกิดความทุกย์ทางใจและความเครียดของเยาวชนได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
คำสำคัญ: สุขภาพจิต; เยาวชน; ความเครียด; ปัญหาสุขภาพจิต; การสร้างเสริมสุขภาพจิต
เอกสารอ้างอิง
United Nations. International youth year: participation, development, peace [Internet]. 1981 [cited 2024
Dec 22]. Available from: https://documents.un.org/doc/undoc/gen/n81/165/83/pdf/n8116583.pdf
Helliwell JF, Putnam RD. The social context of well-being. In: Huppert FA, Baylis N, Keverne B, editors. The science of well-being: Oxford: Oxford University Press; 2005. p. 1434-59
Bryant J, Welding L. College student mental health statistics [Internet]. 2024 [cited 2024 Dec 22]. Available from: https://www.bestcolleges.com/research/college-student-mental-health-statistics/#fn-1
สรัช สินธุประมา. สุขภาพจิตคนไทย แย่แค่ไหนจากข้อมูล: Policy Watch [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [สืบค้นเมื่อ 18 ธ.ค. 2567]. แหล่งข้อมูล: https://policywatch.thaipbs.or.th/article/life-6
Steare T, Gutiérrez Muñoz C, Sullivan A, Lewis G. The association between academic pressure and adolescent mental health problems: a systematic review. Journal of Affective Disorders 2023;339:302-17.
Bor W, Dean AJ, Najman J, Hayatbakhsh R. Are child and adolescent mental health problems increasing in the 21st century? A systematic review. Aust N Z J Psychiatry 2014;48(7):606-16.
Walton KE, Pavlos SR. Personality theory and psychopathology. In: Wright JD, editor. International encyclopedia of the social & behavioral sciences. 2nd ed. Oxford: Elsevier; 2015. p. 914-9.
Singh V, Kumar A, Gupta S. Mental health prevention and promotion-a narrative review. Front Psychiatry 2022;13:898009.
Dorstyn DS, Saniotis A, Sobhanian F. A systematic review of telecounselling and its effectiveness in managing depression amongst minority ethnic communities. J Telemed Telecare 2013;19(6):338-46.
Polillo A, Cleverley K, Wiljer D, Mishna F, Voineskos AN. Digital disconnection: a qualitative study of youth and young adult perspectives on cyberbullying and the adoption of auto-detection or software tools. J Adolesc Health 2024;74(4):837-46.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
