การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ 3 อ. 2 ส. ของบุคลากรสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง
บทคัดย่อ
สุชาติ ลั่นสินคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยข้อมูลส่วนบุคคล ระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพและระดับพฤติกรรมสุขภาพ 3 อ. 2 ส. ของบุคลากรสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรังและเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยข้อมูลส่วนบุคคลและความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมสุขภาพ 3 อ. 2 ส. ของบุคลากรสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง กลุ่มตัวอย่างจำนวน 108 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.947 วิเคราะห์ข้อมูลหาความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และหาความสัมพันธ์โดยใช้ค่าสถิติ Pearson’s product moment correlation coefficient กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 45-60 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี ดัชนีมวลกายสูงกว่าปกติ ไม่มีโรคประจำตัว สถานภาพสมรส ระยะเวลา ในการปฏิบัติงานน้อยกว่า 10 ปี มีรายได้ 40,001 บาทขึ้นไป ความรอบรู้ด้านสุขภาพในภาพรวมอยู่ในระดับสูง (M=4.22, SD=0.48) และพฤติกรรมสุขภาพ 3 อ. 2 ส. อยู่ในระดับสูง (M=3.76, SD=0.59) ความสัมพันธ์ระหว่างรายได้กับพฤติกรรมสุขภาพ 3 อ. 2 ส. ของบุคลากรสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง อยู่ในระดับต่ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05, r=0.236 และความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพในภาพรวม (r=0.437) กับพฤติกรรมสุขภาพ 3 อ. 2 ส. ของบุคลากรสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดตรัง อยู่ในระดับปานกลางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
คำสำคัญ: พฤติกรรมสุขภาพ 3 อ. 2 ส.; ความรอบรู้ด้านสุขภาพ; บุคลากรสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
เอกสารอ้างอิง
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. แผนยุทธศาสตร์ การป้องกัน และควบคุมโรคไม่ติดต่อระดับชาติ 5 ปี (พ.ศ. 2560-2564). นนทบุรี: อิโมชั่นอาร์ต; 2565.
กรมควบคุมโรค. แผนงานวิจัยด้านการป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ. นนทบุรี: กองนวัตกรรมและวิจัย กรมควบคุมโรค; 2562.
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. การประเมินและการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ ปี 2561 [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 30 ก.พ. 2567]. แหล่งข้อมูล: http//www.hed.go.th
Nutbeam D. Health literacy as a public health goal: a challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promotion lnternational 2009;15(3):259-67.
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. การประเมินและการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ ปี 2566 [อินเทอร์เน็ต.] [สืบค้น 30 ก.พ. 2567]. แหล่งข้อมูล: http//www.hed.go.th
ขวัญเมือง แก้วดำเกิง. ความรอบรู้ด้านสุขภาพ เข้าถึง เข้าใจ และนำไปใช้. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง; 2561.
Krejcie RV, Morgan DW. Determination sample size for research activities. Education and Psychology Measurement 1970;30(3):607-10.
นาฏยา คลี่เกสร. ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของบุคลากรโรงพยาบาลระนอง. วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) 2566;38(1):56-65.
วิชุดา นพเสริฐ, นิศาชล บุบผา, อรุณณี ใจเที่ยง. ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มวัยทำงานอายุ 45-59 ปี ในอำเภอพยุหะคีรีจังหวัดนครสวรรค์. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2566;50(1):257-70.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
