การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคเมลิออยโดสิสของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง
บทคัดย่อ
อาภาพร ชูแสงคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร
เกษม ชูรัตน์
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริม และพฤติกรรมการป้องกันโรคเมลิออยโดสิส และ (2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ และปัจจัยเสริม กับพฤติกรรมการป้องกันโรคเมลิออยโดสิสของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง จำนวน 289 คน โดยใช้สูตรของ Yamane และวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่ได้จากทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องและแนวคิด PRECEDE Framework ของกรีนและครูเตอร์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามจำนวน 4 ตอน ได้แก่ (1) ปัจจัยนำ (2) ปัจจัยเอื้อ (3) ปัจจัยเสริม และ (4) พฤติกรรมการป้องกันโรคเมลิออยโดสิส มีค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาอยู่ระหว่าง 0.76-1.00 ทุกข้อ และมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคอยู่ระหว่าง 1.70-0.96 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริม กับพฤติกรรมการป้องกันโรคเมลิออยโดสิส ด้วยสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยนำด้านการรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรค (r=0.539) ด้านการรับรู้ความรุนแรงของรค (r=0.512) ปัจจัยเอื้อด้านความเพียงพอของทรัพยากรในการป้องกันโรค ( r=0.891 และปัจจัยเสริมด้านการได้รับแรงสนับสนุนทางสังคม (r=0.627) ด้านการได้รับข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข (r=0.555) มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการป้องกันโรคเมลิออยโดสิสอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
คำสำคัญ: โรคเมลิออยโดสิส; พฤติกรรมการป้องกันโรคเมลิออยโดสิส; อาสาสมัครสาธารณสุข
เอกสารอ้างอิง
วิมล เพชรกาญจนาพงศ์. โรคเมลิออยโดสิส [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [สืบค้นเมื่อ 25 ม.ค. 2567]. แหล่งข้อมูล: http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_nih/a_nih_1_001c.asp?info-_id=827
อรทัย สุวรรณไชยรบ. สรุปรายงานการเฝ้าระวังโรค กองระบาดวิทยา. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2558.
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา. สถานการณ์โรคเมลิออยโดสิส เขตสุขภาพที่ 12. สงขลา: สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา; 2567.
งานระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง. สถานการณ์โรคเมลิออยโดสิสอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง. ตรัง: งานระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง; 2566.
Green LW, Kreuter MW, Deeds S, Partridge K. Health education planning: a diagnostic approach. Palo Alto, CA: Mayfield; 1980.
Yamane T. Statistics: an introductory analysis. 2' Ed. New York: Harper and Row; 1967.
สุปริญญา สัมพันธรัตน์, สุพินดา เรื่องจิรัษฐียร. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมป้องกันการติดเชื้อชาของผู้ติดเชื้อเมลิออยด์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารพยาบาลศาสตร์ 2557;32(2):14-22.
พชร กาญจรัส. การพัฒนาตัวแบบการป้องกันและควบคุมโรคเมลิออยโดสิส จังหวัดศรีสะเกษ. [วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาสารคาม: มหาวิทยาสัยมหาสารคาม; 2564. 196 หน้า.
Chansrichavala P, Wongsuwan N, Suddee S, Malasit M, Hongsuwan M, Wannapinij P, el at. Public awareness of melioidosis in Thailand and potential use of video clips as educational tools. PLoS ONE 2015;10(3):e0121311.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
