การพัฒนาแบบประเมินมาตรฐานโรงพยาบาลอาหารสุขภาวะที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกและสอดคล้องกับบริบทชุมชน
บทคัดย่อ
ผาสุข แก้วเจริญตาโรงพยาบาลลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
สมนึก หงษ์ยิ้ม
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุทัยธานี
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบประเมินมาตรฐานโรงพยาบาลอาหารสุขภาวะที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกที่สอดคล้องกับบริบทชุมชน แบ่งการวิจัยเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วยระยะที่ 1 การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลอาหารสุขภาวะ ผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วยพยาบาล นักโภชนาการ จากโรงพยาบาลที่สมัครเข้าร่วมโครงการ 32 แห่ง จำนวน 50 คน เลือกแบบเฉพาะเจาะจง เก็บข้อมูลด้วยการประชุมกลุ่ม สัมภาษณ์เชิงลึก ระยะที่ 2 พัฒนาแบบประเมินโดยนำผลวิจัยจากระยะที่ 1 มาเป็นตัวยกร่างและนำไปหาความตรงโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน และหาค่าความเที่ยงตรงของแบบประเมินที่พัฒนาขึ้น และระยะที่ 3 นำแบบประเมินที่พัฒนาไปตรวจสอบความเป็นไปได้และความเหมาะสม ในกลุ่มผู้รับผิดชอบงานโภชนาการและโครงการ Green & Clean ของโรงพยาบาลชุมชนจำนวน 140 แห่ง จาก 12 เขตสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า แบบประเมินมี 4 หมวด 10 องค์ประกอบ 20 ตัวชี้วัด 60 เกณฑ์ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) กับ ตัวบ่งชี้และองค์ประกอบการประเมิน ตั้งแต่ 0.67-1.00 ซึ่งมีความเหมาะสมตามเกณฑ์ การพิจารณาของค่าดัชนี I0C ทุกรายการ และค่าความเชื่อมั่น (reliability) เท่ากับ 0.92 แบบประเมินที่พัฒนาขึ้นประกอบไปด้วย 4 หมวดสำคัญ ได้แก่ (1) การบริหารจัดการองค์กร (2) กระบวนการดำเนินงาน (3) การพัฒนาคุณภาพงาน และ (4) ผลลัพธ์การดำเนินงาน ผลการตรวจสอบความเป็นไปได้ และความเหมาะสม ของแบบประเมินมาตรฐานที่พัฒนาขึ้นทั้ง 10 องค์ประกอบ และการนำไปใช้ และการทำให้เห็นโอกาสพัฒนา การประเมินความเป็นไปได้ ความเหมาะสม พบว่า ภาพรวมความเป็นไปได้ อยู่ในระดับมากที่สุด (mean=4.82, SD =0.38) ภาพรวมความเหมาะสม (mean=4.78, SD=0.32) โรงพยาบาลอาหารสุขภาวะมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพของผู้ป่วยผ่านการให้บริการอาหารที่มีคุณภาพและมีโภชนาการสูง ซึ่งส่งผลต่อการฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับปรุงโภชนาการของผู้ป่วยสามารถลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ โรงพยาบาลอาหารสุขภาวะยังทำหน้าที่ในการให้ความรู้และคำแนะนำด้านโภชนาการแก่ผู้ป่วยและครอบครัว เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันและส่งเสริมสุขภาพได้อย่างยั่งยืน
คำสำคัญ: แบบประเมินมาตรฐาน; โรงพยาบาลอาหารสุขภาวะ; การสร้างเสริมสุขภาพ
เอกสารอ้างอิง
FAO/WHO. Report of a joint FAO/WHO expert consultation on evaluation of health and nutritional properties of probiotics in food including powder milk with live lactic acid bacteria. Cordoba, Argentina [Internet]. [cited 2023 Sep 10]. Available from: http://www.who.int/foodsafety/publications/fs_management/en/probiotics.pdf?ua=1
Hamprecht J, Corsten D. Controlling the sustainability of food supply chains. Supply Chain Management: an International Journal 2005;10(1):7-10.
Lindgreen A, Hingley M. The impact of food safety and animal welfare policies on supply chain management. British Food Journal 2003;105(6):328-49.
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. สารปรุงแต่งแลวัตถุเจือปนในอาหารที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 10 ก.ย. 2566J. แหล่งข้อมูล: http://www.fda.moph.go.th/fdanet/html/product/food/index.htm
สุวิมล กีรติพิบูล. ระบบการจัดการและควบคุมการผลิตอาหารให้ปลอดภัย. กรุงเทพมหานคร: สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น); 2547.
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. แผนยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข ปิ้งบประมาณ พ.ศ. 2560. นนทบุรี: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2560.
กระทรวงสาธารณสุข. เกณฑ์ green & clean sub-district health promoting hospital (GCSh) ปีงบประมาณ 2565 [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 10 ก.ย. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://foodsan.anamai.moph.go.th/th/guarantee-doc-65/download?id=86647&mid=36160&mkey=m_document&lang=th&did=26035
Stevenson P, Jameson GJ. Modelling continuous foam fractionation with refux. Chemical Engineering and Processing 2007;46:1286-91.
กาญจนา ปานุราช. การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการอาหารปลอดภัยของโรงพยาบาล. [วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาสิ่งแวดล้อมศึกษา]. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2553. 173 หน้า.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
