ผลของโปรแกรมการสนทนาเพื่อสร้างแรงจูงใจต่อพฤติกรรมสุขภาพและผลลัพธ์ด้านสุขภาพของประชากร อายุ 35 ปีขึ้นไปที่มีภาวะก่อนเบาหวาน ในเขตความรับผิดชอบของโรงพยาบาลอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก

ผู้แต่ง

  • ณริดา พรหมรักษา
  • นุชนาถ ประกาศ

บทคัดย่อ

ณริดา พรหมรักษา
กลุ่มงานด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก

นุชนาถ ประกาศ

วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี จังหวัดจันทบุรี


บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการสนทนาเพื่อสร้างแรงจูงใจต่อพฤติกรรมสุขภาพและผลลัพธ์ด้านสุขภาพของประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปที่มีภาวะก่อนเบาหวานโรงพยาบาลอุ้มผาง กลุ่มตัวอย่างเป็นบุคคลที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปและมีภาวะก่อนเบาหวานจำนวน 88 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 44 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมการสนทนาเพื่อสร้างแรงจูงใจต่อพฤติกรรมสุขภาพและผลลัพธ์ด้านสุขภาพของประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปที่มีภาวะก่อนเบาหวาน แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามพฤติกรรมการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม และพฤติกรรมออกกำลังกาย มีค่าความเชื่อมั่น 0.79, 0.83, 0.79 และ 0.82 ตามลำดับ ดำเนินการทดลองและเก็บข้อมูลในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ถึง มกราคม พ.ศ. 2567 วิเคราะห์ข้อมูลด้วย สถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน paired t-test, independent t-test, Wilcoxon signed-rank test, และ Mann-Whitney U test ผลการศึกษาพบว่า (1) กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็มลดลงและพฤติกรรมการออกกำลังกายสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) (2) กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยผลลัพธ์ทางด้านสุขภาพประกอบด้วย น้ำหนัก ดัชนีมวลกาย และน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยเส้นรอบเอวมีแนวโน้มลดลงไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) (3) กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็มลดลงและพฤติกรรมการอกกำลังกายสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และ (4) กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยผลลัพธ์ทางด้านสุขภาพประกอบด้วย น้ำหนัก เส้นรอบเอวและน้ำตาลในเลือดลดลงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยดัชนีมวลกายของกลุ่มทดลองมีแนวโน้มลดลงมากกว่ากลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) จากการวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะว่า บุคลากรทางสุขภาพควรนำโปรแกรมการสนทนาเพื่อสร้างแรงจูงใจไปใช้ในประชากรภาวะก่อนเบาหวานโดยสร้างการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและผลลัพธ์ด้านสุขภาพ จะช่วยลดอัตราผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ และนำไปขยายผลในพื้นที่ใกล้เคียง



คำสำคัญ:
การสนทนาเพื่อสร้างแรงจูงใจ; ภาวะก่อนเบาหวาน; พฤติกรรมสุขภาพ

เอกสารอ้างอิง

อรรถกียรติ กาญจนพิบูลวงศ์, ภาณวัฒน์ คำวังสง่า, สุธิดา แก้วทา. รายงานสถานการณ์โรค NCDs เบาหวาน ความดันโลหิตสูงและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. 2562. กรุงเทพมหานคร: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2563.

Health Data Center. ร้อยละผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จากกลุ่ม Pre-DM (ภาวะก่อนเบาหวาน) ปีที่ผ่านมาจังหวัดตากอำเภออุ้มผาง [อินเทอร์เน็ต] . [สืบคั้นเมื่อ 7 พ.ค. 2567]. แหล่งข้อมูล: https:/tak.hdc.moph.go.th/hdc/reports/page.php?cat_id=b2b59e64c4e6c92d4blec16a599d882b

กรมควบคุมโรค. องค์ประกอบความรอบรู้ด้านสุขภาพและการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับบุคคล.นนทบุรี: สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค; 2561.

สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย, สมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2566. กรุงเทพมหานคร: ศรีเมืองการพิมพ์; 2560.

สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ, สมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย, กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2560. นนทบุรี: ร่มเย็นมีเดีย; 2565.

วีรวัฒน์ ทางธรรม, คุณัสปกรณ์ มัคคัปผลานนท์, ผ่องพรรณ ภะโว, วาสนา พูลผล. ผลของโปรแกรมส่งเสริมการป้องกันโรคต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคในประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน: กรณีศึกษา. Journal of RoiKaensarn Academi 2566;8(7):211-25.

ลักษณา พงษ์ภุมมา, ขวัญตา เพชรมณ์ชติ, เชษฐา แก้วพรม, เมทณี ระดาบุตร. ผลของโปรแกรมการสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจต่อความรู้พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองและดัชนีมวลกายในวัยผู้ใหญ่ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ 2566;14(1):21-30.

Miller WR, Rollnick S. What is motivational interviewing?. Behav Cogn Psychother 1995;23:325-34.

เทอดศักดิ์ เดชคง. สนทนาสร้งแรงจูงใจเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพสำหรับผู้ป่วย NCDs (motivational interviewing for NCDs; MI NCDs). กรุงเทพมหานคร: บียอนด์ พับลิสชิ่ง; 2560.

เทอดศักดิ์ เดคง. ผลของโปรแกรมการสนทนาแบบสร้างแรงจูงใจต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารสถาบันบำราศนราดูร 2563;14(3):134-45.

พลอย รัพย์ไพบูลย์กิจ, ศิวพร อึ้งวัฒนา, เดชา ทำดี. ผลของโปรแกรมการสร้างแรงจูงใจต่อพฤติกรรมบริโภคอาหารและระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้. วารสารพยาบาลสาร 2564;48(4):80-92.

จิราวรรณ ลีลาพัฒนาพาณิชย์, รุณี พันธุ์โอภาส. เรื่องผลของการสนทนาแบบสร้างแรงจูงใจและการแปลผลการตรวจวัดมวลสารในร่างกายต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้ที่มีภาวะอ้วนและรอบเอวเกิน. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี 2560;25(2):113-9.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-06-2024

รูปแบบการอ้างอิง

ณริดา พรหมรักษา, & นุชนาถ ประกาศ. (2024). ผลของโปรแกรมการสนทนาเพื่อสร้างแรงจูงใจต่อพฤติกรรมสุขภาพและผลลัพธ์ด้านสุขภาพของประชากร อายุ 35 ปีขึ้นไปที่มีภาวะก่อนเบาหวาน ในเขตความรับผิดชอบของโรงพยาบาลอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก. วารสารการสร้างเสริมสุขภาพไทย, 3(2). สืบค้น จาก https://so14.tci-thaijo.org/index.php/thpjournal/article/view/3036