รูปแบบการบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: กรณีศึกษา 5 จังหวัดนำร่อง
บทคัดย่อ
โศภิต นาสืบสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี
กมลพัฒน์ มากแจ้ง
สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี
อรทัย วลีวงศ์
สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี
บทคัดย่อ
พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางกฎหมายหลักในการควบคุมและลดความรุนแรงจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย แต่ในทางปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายในระดับจังหวัด ยังมีช่องว่างและข้อจำกัดในการดำเนินงาน ดังนั้นจึงทำการศึกษาสถานการณ์ระบบ กลไก และรูปแบบการบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับจังหวัด วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนในแต่ละรูปแบบ เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาของจังหวัดต่อไป โดยศึกษาในจังหวัดนำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ศรีสะเกษ ฉะเชิงเทรา นครศรีธรรมราช และปัตตานี ภายใต้โครงการจังหวัดปลอดภัยด้วยนโยบายแอลกอฮอล์ (SAFER Province) พ.ศ. 2566-2570 เป็นกรณีศึกษาจังหวัดที่มีความเข้มแข็งในการทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในภาพรวม เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการทบทวนวรรณกรรมและข้อมูลทุติยภูมิ การสังเกตอย่างมีส่วนร่วม และการสัมภาษณ์เชิงลึก ช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 และมีนาคม พ.ศ. 2566 ผลการศึกษาพบว่า ทุกจังหวัดมีคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดทำหน้าที่เป็นกลไกอำนวยการหลัก โดยรูปแบบการบังคับใช้กฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างกันไป โดยมี 4 รูปแบบหลักที่จังหวัดใช้ดำเนินการเป็นแผนหลักและแผนเสริม ได้แก่ (1) ชุดปฏิบัติการจัดระเบียบสังคมจังหวัด (แบบบูรณาการเพื่อความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในสังคม) (2) คณะอนุกรรมการปฏิบัติการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ/คณะอนุกรรมการเฝ้าระวังการบังคับใช้กฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ (3) หน่วยปฏิบัติการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ยาสูบ และ (4) คณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อทำงานวาระสำคัญและเร่งด่วนของจังหวัด ปัจจัยที่ส่งผลรูปแบบการบังคับใช้ ได้แก่ นโยบายและค่าเป้าหมายจากส่วนกลาง วิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของผู้บริหารในระดับจังหวัด โครงสร้างและระบบอภิบาล ทรัพยากรและความสามารถในการบริหารจัดการ และปัจจัยบริบททางเศรษฐกิจสังคม และการเมือง ความเข้มข้นกิจกรรมการตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ รวมถึงอิทธิพลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการตัดสินทางนโยบาย ในการพัฒนาระบบและรูปแบบการทำงานในระดับจังหวัดควรคำนึงถึงความต่อเนื่องและความยั่งยืนของระบบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงสร้างและกลไกการทำงานระดับปฏิบัติการ การบูรณาการเพื่อบริหารทรัพยากรบุคคลและงบประมาณอย่างคุ้มค่า และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
คำสำคัญ: พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์; จังหวัดปลอดภัย; กฎหมาย; การดำเนินนโยบาย
เอกสารอ้างอิง
พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125, ตอนที่ 33 ก (13 กุมภาพันธ์ 2551).
พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134, ตอนที่ 32 ก (20 มีนาคม 2560).
พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 120, ตอนที่ 95 ก (2 ตุลาคม 2546).
พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 83, ตอนที่ 88 (4 ตุลาคม 2509).
ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา. ยุทธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอล์ระดับชาติ. นนทบุรี: สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ; 2553.
สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์. แผนปฏิบัติการด้านควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2565-2570). กรุงเทพมหานคร: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2565.
World Health Organization. Draft updated appendix 3 of the WHO global NCD action plan 2013-2030, WHO discussion paper (version dated 1 August 2022). Geneva: World Health Organization; 2022.
สาวิตรี อัษณางค์กรชัย, อรทัย วลีวงศ์, รุ่งนภา คำผาง, วิทย์ วิชัยดิษฐ, อมรเรข ตั้งจิตร, กนกอร งามนัก, และคณะ. รายงานสถานการณ์การดำเนินนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทย ระหว่าง พ.ศ. 2551-2561. สงขลา: ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2563.
สุรศักดิ์ ไชยสงค์, จินตนา จันทร์โคตรแก้ว, ธนพันธ์ สุขสอาด, กมลพัฒน์ มากแจ้ง, นิษฐา หรุ่นเกษม, โศภิต นาสืบ, และคณะ. รายงานฉบับสมบูรณ์การประเมินผลการดำเนินงานตามแผนแอลกอฮอล์ สสส. 2561-2563: แผนควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติด. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ; 2564.
สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง. สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร (รายเดือน) [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [สืบค้นเมื่อ 30 ม.ค. 2567]. แหล่งข้อมูล: https://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statMONTH/statmonth/#/mainpage
ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา. รายงานสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายจังหวัด พ.ศ. 2564. สงขลา: ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2565.
สุรศักดิ์ ไชยสงค์, โศภิต นาสืบ, กมลพัฒน์ มากแจ้ง, ธนพันธ์ สุขสอาด, กัณณพนต์ ภักดีเศรษฐกุล, ร่มตะวัน กาลพัฒน์. คู่มือการประเมินการดำเนินงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัด. สงขลา: ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา หน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2562.
ไพศาล ลิ้มสถิตย์. รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการศึกษาความคิดเห็นต่อโครงสร้าง บทบาทหน้าที่และผลงานของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัด. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าและสํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ; 2565.
กฤษฏ์ โพธิ์ศรี, ผดุงศิษฏ์ ชำนาญบริรักษ์, กิตติศักดิ์ ไกรจันทร์. การพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม 2559;2:8-16.
ผดุงศิษฏ์ ชำนาญบริรักษ์, ปรีชา ยะถา, บุญชอบ สิงห์คำ, กิตติศักดิ์ ไกรจันทร์, สุนีรัตน์ สิงห์คำ. การสร้างและการพัฒนามาตรการชุมชนเพื่อการควบคุมการบริโภคและการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชนตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม 2564;8:61-71.
ศิราณี ศรีหาภาค, ไพฑูรย์ พรหมเทศ, สุพิศ ตราพรหมกูล, แสงดาว จันทร์ดา, น้ำทิพย์ ไพคำนาม, เสกสรรค์ ศรีหาภาค. สถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการรับรู้นโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัด จังหวัดขอนแก่น. วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม 2563;35:362-73.
รัฐบาลไทย. ข่าวด้านความมั่นคง [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [สืบค้นเมื่อ 30 ม.ค. 2567]. แหล่งข้อมูล: https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/73879
วสันต์ ปวนปันวงศ์. การกระจายอำนาจภายใต้การบังคับใช้กฎหมายและข้อบังคับในนโยบายการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 2556;14(2):28-59.
จิรวุฒิ ลิปิพันธ์, ธานี วรภัทร, สุภัชลี เทพหัสดิน, วิเชษฐ์ สินประสิทธิ์กุล. ภาพรวมกฎหมายควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยและต่างประเทศในปัจจุบัน. วารสารกฎหมายและสังคมรังสิต 2566;5(2):16-33.
อดิศักดิ์ สักลอ. ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวชน: กรณีศึกษาจังหวัดพะเยา. พะเยา: มหาวิทยาลัยพะเยา; 2561.
Maleki M, Alidoost S, Pourasghari H. An analysis of policies to control tobacco use and alcohol consumption as risk factors of noncommunicable diseases: a case study of Iran. World Medical & Health Policy 2023;15(4):380-94.
Wahlen E. The politics of alcohol in late socialist Romania and Czechoslovakia. Florence, Italy: European University Institute; 2016.
ญาณี ศิริวรรณ์. การประชุมคณะอนุกรรมการว่าด้วยการเปรียบเทียบจังหวัดเชียงใหม่ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ครั้งที่ 1/2565. เชียงใหม่: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่; 2565.
ปภัสมน อัมราลิขิต. รายงานผลการติดตามการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 รอบที่ 2 ของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 6 ณ จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต สตูล ตรัง และกระบี่. กรุงเทพมหานคร: สำนักนายกรัฐมนตรี; 2566.
Reynolds J, McGrath M, Halliday E, Ogden M, Hare S, Smolar M, et al. The opportunity to have their say? Identifying mechanisms of community engagement in local alcohol decision-making. International Journal of Drug Policy 2020;85:102909.
ณิชารีย์ หนูบุญ. รองผู้ว่าฯ สงขลา ประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมจัดทีม ATCU ออกตรวจเตือนบังคับใช้กฎหมายในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างเข้มข้น [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [สืบค้นเมื่อ 30 ม.ค. 2567]. แหล่งข้อมูล: https://www.songkhla.go.th/news/detail/7256/data.html
กระทรวงวัฒนธรรม. ประชุมคณะอนุกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ครั้งที่ 1/2565 [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [สืบค้นเมื่อ 30 ม.ค. 2567]. แหล่งข้อมูล: https://www2.m-culture.go.th/th/article_view.php?nid=177932
Department of Revenue. Notice of inrent. Louisiana: Office of Alcohol and Tobacco Control; 2020.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการสร้างเสริมสุขภาพไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
