ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรอบรู้ในการป้องกันตนเองจากโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ ในพื้นที่อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ
บทคัดย่อ
มลชิฎา หาจักรมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ
กุลธิดา โตเต็ม
มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ
ปรียา ปกสุข
มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ
ประเสริฐ ประสมรักษ์
มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ
กรกวรรษ ดารุนิกร
มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ
นภัสสร ขุนจิตรงาม
มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงวิเคราะห์ภาคตัดขวางครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันตนเองจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ ในพื้นที่อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ ขนาดตัวอย่างถูกคำนวณด้วยการประมาณค่าสัดส่วนประชากรขนาดเล็ก ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่างเท่ากับ 32 รูป มีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามเท่ากับ 0.98 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ด้วยสถิติ Chi-square test และสถิติ Pearson correlation ผลการวิเคราะห์พบว่า กลุ่มพระภิกษุสงฆ์มีอายุเฉลี่ย 51.28 ปี (SD=17.29) มีโรคประจำตัวเป็นโรคไขมันในเลือดสูง ร้อยละ 22.9 ใช้บริการโรงพยาบาลของรัฐเป็นประจำ ร้อยละ 93.8 และได้รับข้อมูลด้านสุขภาพผ่านโทรศัพท์มือถือ ร้อยละ 75.0 ด้านทัศนคติในการป้องกันโรคอยู่ในระดับมาก ร้อยละ 65.6 ปัจจัยระดับสังคมอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 78.1 และความรอบรู้ในการป้องกันตนเองจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.68 โดยจากผลการทดสอบ พบปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรอบรู้ในการป้องกันตนเองจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ได้แก่ ทัศนคติในการป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความสัมพันธ์ระดับต่ำ (p<0.05) และปัจจัยระดับสังคมด้านการได้รับบริการทางด้านสุขภาพมีความสัมพันธ์ระดับต่ำ (p<0.05) ดังนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านสาธารณสุขควรมีการพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพในเชิงรุกเพื่อให้เกิดการเข้าถึงและใช้บริการทางสุขภาพในกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ที่มากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ช่องทางออนไลน์ในการสื่อสารข้อมูลทางด้านสุขภาพ เนื่องจากเป็นช่องทางที่พระภิกษุสงฆ์สามารถเข้าถึงได้ง่าย และสะดวกต่อการรับข่าวสารข้อมูลต่างๆ
คำสำคัญ: ความรอบรู้ด้านสุขภาพ; การป้องกันตนเอง; โรคเบาหวาน; โรคความดันโลหิตสูง
เอกสารอ้างอิง
จันทิมา ฤกษ์เลื่อนฤทธิ์, มนัสนันท์ เงินสด, กันคณา วิหก, ณัฐวัลย์ เดชาดิลก, ศิริวรรณ ใจคอดี, อริสรา การเจน, และคณะ. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ ในจังหวัดนครนายก. ไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ 2553;5(4):333-43.
กลุ่มส่งเสริมโภชนาการผู้สูงอายุ สำนักโภชนาการ. โครงการพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะด้านโภชนาการ [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [สืบค้นเมื่อ 1 ก.ย. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://doc.anamai.moph.go.th/index.php?r=str-project/view&id=5158
ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์. ปี 65 พระภิกษุ ป่วยโรค NCDs พุ่ง รพ.สงฆ์ มุ่งเพิ่มทักษะ [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [สืบค้นเมื่อ 1 ก.ย. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://www.thecoverage.info/news/content/5166
กลุ่มขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพัฒนากำลังคน กรมอนามัย. โครงการขับเคลื่อน ศูนย์อนามัยที่ 3 นครสวรรค์ สู่การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพัฒนาระบบการสื่อสาร [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [สืบค้นเมื่อ 5 ก.ย. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://doc.anamai.moph.go.th/index.php?r=str-project/view&id=1394
กรมสุขภาพจิต. แบบสอบถาม ST-5 [อินเทอร์เน็ต]. 2558 [สืบค้นเมื่อ 5 ก.ย.2566]. แหล่งข้อมูล: https://dmh.go.th/test/Download/
Gibson JL. Organization behavior, structure, processes. New York: McGraw-Hill; 2000.
Rogers RW. Cognitive and physiological processes in fear appeals and attitude change: a revised theory of protection motivation. In: Cacioppo J, Petty R, editors. Social psychophysiology. New York: Guilford Press; 1983. p. 153-77.
Sorensen K, Broucke SV, Fullam J, Doyle G, Pelikan J, Slonska Z, et al. Health literacy and public health: a systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health 2013;12(1):80-93.
ลฎาภา ทานาค, รักชนก คชไกร, ยุพา จิ๋วพัฒนกุล. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรอบรู้ด้านสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงในกรุงเทพมหานคร. วารสารพยาบาลกองทัพบก 2562;21(3):140-50.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
