พฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี การรับรู้ และการเข้าถึงยาต้านไวรัสก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวีในนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
บทคัดย่อ
สโรชา จันทร์คู่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รณภูมิ สามัคคีคารมย์
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นนท์ธิยา หอมขำ
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สิริกุล เมืองฟ้า
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มนทกานติ ทิมรอด
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วณิษตา แสงพิจิตร
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จิราวรรณ เพ็งประภัศร์
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ภัทรวดี อิ่มวิโรจน์
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รติมา มีมา
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จิณต์นิภา ภิรมย์รักษ์
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปพัชญา คล้ายเครือญาติ
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
น้องนวล วีระสมวงศ์
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ญาณสิริ เดชดี
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้ ศึกษาพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี ทัศนคติ การรับรู้ การเข้าถึงยาต้านไวรัสก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี (pre-exposure prophylaxis: PrEP) อุปสรรคต่อการรับรู้และการเข้าถึงยา PrEP และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงยา PrEP ในนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยวิธีการศึกษาแบบผสมผสาน ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณภาคตัดขวางเชิงวิเคราะห์ กลุ่มตัวอย่าง 158 คน โดยสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ และการวิจัยเชิงคุณภาพแนวปรากฏการณ์วิทยา ผู้ให้ข้อมูล 9 คน โดยคัดเลือกจากกลุ่มตัวอย่างที่เคยมีเพศสัมพันธ์และรู้จักยา PrEP เครื่องมือในการวิจัย คือ แนวคำถามสัมภาษณ์เชิงลึกและแบบสอบถามออนไลน์ที่ได้ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและตรวจสอบความเชื่อมั่น Cronbach’s alpha coefficient >0.75 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา, Chi-square test, Fisher’s exact test และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษาพบว่า มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีระดับต่ำร้อยละ 94.3 การเข้าถึงยา PrEP ร้อยละ 53.8 ทัศนคติต่อยาและผู้รับยาระดับปานกลาง ร้อยละ 68.4 สอดคล้องกับผลเชิงคุณภาพที่มีความเชื่อมั่นในยาและมองว่าการรับยาเป็นเรื่องปกติ การรับรู้อุปสรรคต่อการเข้าถึงยาระดับปานกลาง ร้อยละ 63.3 การรับรู้ประโยชน์ในการใช้ยาระดับปานกลาง ร้อยละ 65.9 สอดคล้องกับผลเชิงคุณภาพที่มีการรับรู้เกี่ยวกับการใช้ยาอย่างถูกต้อง การรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับยาระดับต่ำ ร้อยละ 58.9 สอดคล้องกับผลเชิงคุณภาพที่พบว่าการประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยไม่ทั่วถึงและไม่มีประสิทธิภาพ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเข้าถึงยา PrEP คือ การมีคู่/คู่นอน การเคยมีเพศสัมพันธ์ การรับรู้ประโยชน์ในการใช้ยา และการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับยา (p<0.05) ในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในเยาวชนควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์ด้านประโยชน์ในการใช้ยา PrEP โดยเน้นกลุ่มรักต่างเพศที่มีการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่่ยวกับยาอยู่ระดับต่ำ สนับสนุนการสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ช่วยให้เข้าถึงหน่วยบริการยา PrEP ง่ายขึ้น
คำสำคัญ: พฤติกรรมเสี่่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี; การรับรู้; การเข้าถึงยาต้านไวรัสก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี; นักศึกษา
เอกสารอ้างอิง
ศูนย์รวมข้อมูลสารสนเทศด้านเอชไอวีของประเทศไทย. คาดประมาณผู้ติดเชื้อเอชไอวี [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [สืบค้นเมื่อ 1 ก.พ. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://hivhub.ddc.moph.go.th/epidemic.php#
กลุ่มพัฒนาระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาโรคเอดส์ วัณโรค ไวรัสตับอักเสบ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กองระบาดวิทยา AIDS surveillance system [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [สืบค้นเมื่อ 1 ก.พ. 2566]. แหล่งข้อมูล: http://aidsboe.moph.go.th/aids_system/
กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์. แนวทางการจัดบริการยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564 [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [สืบค้นเมื่อ 24 ม.ค. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://www.prepthai.net/Paper/PrEP_Guidelines.pdf
สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์. รายงานผลการให้บริการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีด้วยยาต้านไวรัสก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [สืบค้นเมื่อ 1 ก.พ. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://www.prepthai.net/View-Cascade.aspx
Maseko B, Hill LM, Phanga T, Bhushan N, Vansia D, Kamtsendero L, et al. Perceptions of and interest in HIV pre-exposure prophylaxis use among adolescent girls and young women in Lilongwe, Malawi. PLoS One [Internet]. 2020 [cited 2023 Feb 1];15:e0226062. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6957134/
Lin B, Liu J, Zhong X. PrEP risk perception and adherence among men who have sex with men: a prospectivecohort study based on growth mixture model. BMC Infectious Diseases [Internet]. 2022 [cited 2023 Feb 1];22:969. Available from: https://doi.org/https://doi.org/10.1186/s12879-022-07966-3
Skovdal M, Sørensen ONK, Muchemwa D, Nyamwanza RP, Maswera R, Svendsen MN, et al. “It will not be easy to accept”: parents conflicting attitudes towards pre-exposure prophylaxis for HIV prevention amongst adolescent girls and young women. Research in Social and Administrative Pharmacy [Internet]. 2023 [cited 2023 Feb 1];19:266-71. Available from: https://doi.org/https://doi.org/10.1016/j.sapharm.2022.10.008
นันทิยา จักราบาท, นฤมล เอื้อมณีกูล, อาภาพร เผ่าวัฒนา. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการใช้ยาต้านไวรัสป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อเอชไอวี (เพร็พ) ของกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายในกรุงเทพมหานคร. วารสารแพทย์นาวี [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [สืบค้นเมื่อ 24 ม.ค. 2566];48:611-30. แหล่งข้อมูล: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nmdjournal/article/download/248116/171477/961103
คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์. ยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ พ.ศ. 2560-2573 [อินเทอร์เน็ต]. 2560 [สืบค้นเมื่อ 7 ก.พ. 2566]. แหล่งข้อมูล: http://aidssti.ddc.moph.go.th/contents/view/1759
UNICEF Thailand. วิเคราะห์สถานการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อการติดเชื้อเอชไอวีของกลุ่มเยาวชนในประเทศไทย. [อินเทอร์เน็ต]. 2557. [สืบค้นเมื่อ 10 ก.ย. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://www.unicef.org/thailand/media/1081/file/วิเคราะห์สถานการณ์และปัจจัยที่มีผลต่อการติดเชื้อเอชไอวีของกลุ่มเยาวชนในประเทศไทย%20(รายงานฉบับย่อ).pdf
สำนักงานทะเบียนนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. จำนวนนักศึกษามีสภาพจำแนกตาม คณะ สถานที่ และเพศ ระดับปริญญาตรี ประจำภาคการศึกษาที่ 2/2565 [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [สืบค้นเมื่อ 10 มี.ค. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://www.reg.tu.ac.th/th/Picture/AttFile/d84adf3e-200d-491a-a8a7-3ef6ee0c29e7
Krejcie RV, Morgan DW. Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement 1970;30:607–10.
รัชนีกร ไข่หิน. ผลของการสร้างเสริมพลังอำนาจต่อความมีวินัยในการรับประทานยาต้านไวรัสและพฤติกรรมเสี่ยงในเยาวชนที่ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2554. 116 หน้า.
สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์. รายงานโครงการวิจัย การประเมินผลการดำเนินงานการบริการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีก่อนการสัมผัส (pre-exposure prophylaxis: PrEP) ภายใต้ชุดสิทธิประโยชน์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2563 [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [สืบค้นเมื่อ 1 ก.พ. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://online.anyflip.com/sasvp/fnya/mobile/index.html
Muwonge TR, Nsubuga R, Brown C, Nakyanzi A, Bagaya M, Bambia F, et al. Knowledge and barriers of PrEP delivery among diverse groups of potential PrEP users in Central Uganda. PLoS ONE [Internet]. 2020 [cited 2023 May 12];15:e0241399. Available from: https://doi.org/https://doi.org/10.1371/journal.pone.0241399
ศศิโสภิณ เกียรติบูร ณกุล. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาต้านเอชไอวีสำหรับการป้องกันหรือเพร็พ [อินเทอร์เน็ต]. 2560 [สืบค้นเมื่อ 24 ม.ค. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/ความรู้ความเข้าใจเกี่ย/
นุชนารถ แก้วดำเกิง, สุภาพร พูลเพิ่ม. การศึกษารูปแบบการจัดบริการเพร็พ (PrEP) ในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในระบบบริการสาธารณสุข. วารสารโรคเอดส์ [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [สืบค้นเมื่อ 7 ก.พ. 2566];34:113-30. แหล่งข้อมูล: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ThaiAIDSJournal/article/view/254693/175393
นิตยา ภานุภาค. แนะปรับภาพลักษณ์ ‘PrEP’ ป้องกัน HIV เป็นผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ รู้สึกภูมิใจที่ได้ดูแลตัวเอง [อินเทอร์เน็ต]. 2562 [สืบค้นเมื่อ 13 พ.ค. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://www.hfocus.org/content/2019/12/18133
จุฑามาศ เบ้าคำกอง, สุภารัตน์ คะตา. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของนักศึกษา: กรณีศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่่ 7 ขอนแก่น [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [สืบค้นเมื่อ 1 ก.พ. 2566];26:66-76. แหล่งข้อมูล: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jdpc7kk/article/view/187270/131572
Philip D. Investigating Attitudes and Beliefs of University Students Aged 18 to 24 Years That Influence
Their Decision tears That Influence Their Decision to Take Pre-Exposur e-Exposure Prophylaxis Medication
[dissertation]. Las Vegas, NV: University of Nevada; 2020. 182 p.
Bunting SR, Garber SS, Goldstein RH, Ritchie TD, Batteson TJ, Keyes TJ. Student education about pre-exposure prophylaxis (PrEP) varies between regions of the United States. Journal of General Internal Medicine [Internet]. 2020 [cited 2023 May 12];35:2873–81. Available from: https://doi.org/10.1007/s11606-020-05736-y
Nakathingo FM, Ashipala DO, Iiyambo PT. Knowledge, awareness and willingness to use HIV pre-exposure prophylaxis (PrEP) among students at the University of Namibia. Global Journal of Health Science [Internet].
[cited 2023 May 12];13:48-58. Available from: https://doi.org/10.5539/gjhs.v13n3p48
ลินรดา หิมมะ, สุคนธา ศิริ, ณัฐนารี เอมยงค์, โชคชัย หมั่นแสวงทรัพย์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจหยุดการใช้ยาเพร็พเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีในหญิงข้ามเพศในกรุงเทพฯ [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [สืบค้นเมื่อ 13 พ.ค. 2566]. แหล่งข้อมูล: https://phep.ph.mahidol.ac.th/proceeding%20_%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%881.pdf
Jo Y, Bartholomew TS, Lewis SD, Rodriguez A, Forrest DW, Barber JT, et al. Interest in linkage to PrEP among people who inject drugs accessing syringe services; Miami, Florida. PLoS One [Internet]. 2020 [cited 2023 Feb 1];15:e0231424. Available from: https://doi.org/10.1371/journal.pone.0231424
ปัณณพัฒน์ ลาวัลย์ตระกูล. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อความสนใจในการใช้ยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี (PrEP) ในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ในประเทศไทย. วารสารระบบบริการปฐมภูมิและเวชศาสตร์ครอบครัว [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [สืบค้นเมื่อ 7 ก.พ. 2566];3:46-56. แหล่งข้อมูล: https://so03.tci-thaijo.org/index.php/PCFM/article/view/231397/166644
Kudrati SZ, Hayashi K, Taggart T. Social Media & PrEP: A Systematic Review of Social Media Campaigns to Increase PrEP Awareness & Uptake Among Young Black and Latinx MSM and Women. AIDS and Behavior [Internet]. 2021 [cited 2023 May 10];25:4225-34. Available from: https://doi.org/10.1007/s10461-021-03287-9
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
