ผลของโปรแกรมแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพร่วมกับการออกกำลังกายเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ

ผู้แต่ง

  • ธัญวรัตม์ พันธ์คง
  • ชนิกานต์ สิทธิการ
  • เสาวนีย์ โปษกะบุตร
  • พิริยะลักษณ์ เพชรห้วยลึก
  • พิมลรัตน์ สุวรรณเวลา
  • ดุจดาว อ่อนจุติ

บทคัดย่อ

ธัญวรัตม์ พันธ์คง
มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง จังหวัดพัทลุง

ชนิกานต์ สิทธิการ
มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง จังหวัดพัทลุง

เสาวนีย์ โปษกะบุตร
มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง จังหวัดพัทลุง

พิริยะลักษณ์ เพชรห้วยลึก
มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง จังหวัดพัทลุง

พิมลรัตน์ สุวรรณเวลา
โรงพยาบาลนาโยง จังหวัดตรัง

ดุจดาว อ่อนจุติ
โรงพยาบาลนาโยง จังหวัดตรัง

บทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพร่วมกับการออกกำลังกายเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุ อายุ 60-75 ปี ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการหกล้มและมีประวัติการหกล้มภายใน 1 ปี จำนวน 58 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 29 คน โดยคัดเลือกจากการประเมินความสามารถในการทรงตัวเครื่องมือในการทดลองคือโปรแกรมแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพร่วมกับการออกกำลังกายเพื่อการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุระยะเวลา 9 สัปดาห์เก็บข้อมูลก่อนและหลังการทดลองเครื่องมือ ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบประเมินการรับรู้เกี่ยวกับการพลัดตกหกล้มแบบประเมินพฤติกรรมการป้องกันการหกล้ม และแบบประเมินความสามารถในการทรงตัวด้วยแบบทดสอบ timed up and go test (TUG) ระยะเวลาในการศึกษาระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2566 ถึง เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา และทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ paired samples t-test, independent samples t-test, Wilcoxon (Matched paired) signed ranks test และ Mann-Whitney U test ผลการวิจัยพบว่า หลังการทดลองกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีค่าเฉลี่ยคะแนนการรับรู้เกี่ยวกับการพลัดตกหกลัม (กลุ่มทดลอง: Mean=146.45, SD= 6.10 กลุ่มควบคุม: Mean=128.86, SD=8.73) ค่ามัธยฐานคะแนนพฤติกรรมการป้องกันการหกล้ม (กลุ่มทดลอง: Median=77, IOR=3.50) (กลุ่มควบคุม: Median=67, IQR=7.50) และค่าเฉลี่ยคะแนนความสามารถในการทรงตัว (กลุ่มทดลอง: Mean=8.70, SD=1.46; กลุ่มควบคุม: Mean=9.95, SD=1.49) ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ-ทางสถิติ (p<0.05) และการประเมินความสามารถในการทรงตัวกลุ่มทดลองใช้เวลาน้อยกว่ากลุ่มควบคุม เห็นได้ว่า โปรแกรม ที่พัฒนาขึ้นสามารถส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีการรับรู้และพฤติกรรมในการป้องกันการหกล้มที่ดีขึ้น สามารถนำโปรแกรมนี้ไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุอื่นเพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


คำสำคัญ: ผู้สูงอายุ; การพลัดตกหกล้ม; แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ

เอกสารอ้างอิง

United Nations, Department of Economic and Social Affairs, Population Division. World population prospects 2022: summary of results. New York: United Nations; 2022.

World Health Organization. Falls [Internet]. 2023 [cited 2026 Feb 23]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/falls

World Health Organization. Falls fact sheet [Internet]. 2018 [cited 2026 Feb 23]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/falls

Cameron ID, Dyer SM, Panagoda CE, Murray GR, Hill KD, Cumming RG, et al. Interventions for preventing falls in older people in care facilities and hospitals. Cochrane Database Syst Rev 2018;9(9):CD005465.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. รายงานประชากรผู้สูงอายุ พ.ศ. 2565. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานสถิติแห่งชาติ; 2565.

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลประชากรสุขภาพ เขตสุขภาพที่ 12 ปี 2565. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2565.

กรมควบคุมโรค. รายงานสถิติการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บในผู้สูงอายุ พ.ศ. 2561. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2561.

Sherrington C, Tiedemann A, Fairhall N, Close JCT, Lord SR. Exercise to prevent falls in older adults: an updated meta-analysis and best practice recommendations. N S W Public Health Bull 2011;22(3-4):78-83.

Liu CJ, Latham NK. Progressive resistance strength training for improving physical function in older adults. Cochrane Database Syst Rev 2009;(3): CD002759.

Becker MH, Maiman LA. Sociobehavioral determinants of compliance with health and medical care recommendations. Med Care 1975;13(1):10-24.

Rosenstock IM, Strecher VJ, Becker MH. The health belief model. In: Glanz K, Rimer BK, Viswanath K. Health behavior: Theory, research, and practice. 6** ed. San Francisco, CA: Jossey-Bass; 2022. p. 75-94.

โรงพยาบาลนาโยง. รายงานผลการคัดกรองภาวะเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ เขตอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง. ตรัง: โรงพยาบาล-นาโยง; 2565.

ชมพูนุท ชีวะกุล. ผลของโปรแกรมการป้องกันการพลัดตกหกล้มต่อพฤติกรรมการป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2562.

หลักมั่น ศรีสุทธิยากร. การวิจัยทางสาธารณสุข. พิมพ์ครั้งที่ 2. ขอนแก่น: คลังนานาวิทยา; 2553.

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย. คลินิกผู้สูงวัยสุขภาพดี: คู่มือการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ. กรุงเทพมหานคระโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์; 2557

กรมควบคุมโรค.แนวทางป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ, นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2561.

ชมพูนุท ชีวะกุล. ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายโดยประยุกต์ใช้การออกกำลังกายแบบโอทาโกร่วมกับแบบแผนความเชื่อ ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมในการป้องกันการล้มในผู้สูงอายุ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา; 2564.

สุทธิวรรเขตคาม. ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อด้านสุขภาพและพฤติกรรมของผู้ดูแลในการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชนชนบท [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. นครราชสีมา: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา; 2560.

Podsiadlo D, Richardson S. The timed "up & go": a test of basic functional mobility for frail elderly persons.

J Am Geriatr Soc 1991;39(2):142-8.

Shumway-Cook A, Brauer S, Woollacott M. Predicting the probability for falls in community-dwelling older adults using the timed up & go test. Phys Ther 2000;80(9): 896-903.

Robertson MC, Campbell AJ, Gardner MM, Devlin N. Preventing injuries in older people by preventing falls: a meta-analysis of individual-level data. J Am Geriatr Soc 2001;49(7):905-11.

Gillespie LD, Robertson MC, Gillespie WJ, Sherrington C, Gates S, Clemson LM, et al. Interventions for preventing falls in older people living in the community. Cochrane Database Syst Rev 2012;2012(9): CD007146.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-03-2026

รูปแบบการอ้างอิง

ธัญวรัตม์ พันธ์คง, ชนิกานต์ สิทธิการ, เสาวนีย์ โปษกะบุตร, พิริยะลักษณ์ เพชรห้วยลึก, พิมลรัตน์ สุวรรณเวลา, & ดุจดาว อ่อนจุติ. (2026). ผลของโปรแกรมแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพร่วมกับการออกกำลังกายเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ. วารสารการสร้างเสริมสุขภาพไทย, 5(1). สืบค้น จาก https://so14.tci-thaijo.org/index.php/thpjournal/article/view/2975