สภาวะพฤติกรรมสุขภาพที่สำคัญในกลุ่มเด็กด้อยโอกาส: กรณียากจน (มากพิเศษ) ในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์
บทคัดย่อ
วิสเพ็ญ กิจธเนศศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดเชียงใหม่
ศันสณี รัชชกูล
ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดเชียงใหม่
น้ำผึ้ง รัตนพิบูลย์
ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดเชียงใหม่
บทคัดย่อ
พฤติกรรมสุขภาพเป็นการปฏิบัติตนของบุคคลในการใช้ชีวิตประจำวันที่ส่งผลต่อสุขภาพของตนเอง เกี่ยวข้องกับการบริโภค การนอน สุขอนามัย และความปลอดภัย ในการใช้ชีวิตในแต่ละบุคคลจะมีการปฏิบัติที่แตกต่างกัน ซึ่่งการศึกษาพฤติกรรมสุขภาพส่วนใหญ่จะศึกษาในกลุ่มประชาชนทั่วไปและกลุ่มเด็กที่เรียนในโรงเรียนปกติ เมื่อคำนึงถึงความเสมอภาค ทางด้านสุขภาพของกลุ่มเด็กด้อยโอกาสที่ยังมีข้อมูลด้านสุขภาพไม่มากนัก จึงได้มีงานวิจัยครั้งนี้ขึ้น เพื่อสำรวจและ ทำความเข้าใจถึงพฤติกรรมสุขภาพที่สำคัญในกลุ่มเด็กด้อยโอกาสซึ่งหมายถึงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในการใช้ชีวิตประจำวัน ที่ส่งผลต่อสุขภาพของเด็ก ได้แก่ พฤติกรรมการบริโภค พฤติกรรมอนามัยส่วนบุคคล พฤติกรรมการออกกำลังกาย พฤติกรรม เกี่่ยวกับความปลอดภัย และพฤติกรรมสุขภาพช่องปาก แต่เนื่องด้วยเด็กด้อยโอกาสมีอยู่มากถึง 3.5 ล้านคน กระจายอยู่ในที่ต่างๆ ทั่วประเทศงานวิจัยนี้ จึงเริ่มที่จะดำเนินงานในกลุ่มเด็กด้อยโอกาสที่เรียนอยู่ในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ซึ่่งเป็นโรงเรียนที่่กระจายความเท่าเทียมในการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาสถึงแม้จะครอบคลุมเด็กได้เพียง 35,000 คน ทั่วประเทศและงานวิจัยนี้เก็บข้อมูลเฉพาะกลุ่มเด็กยากจน (มากเป็นพิเศษ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 เท่านั้น ผลการวิจัย พบว่า เด็กนักเรียนกว่าร้อยละ 86 เป็นนักเรียนประจำมีนักเรียนร้อยละ 84 ที่ได้กินอาหารเช้าทุกวัน ร้อยละ 86 ได้กินอาหาร กลางวันทุกวัน และร้อยละ 74 ได้กินอาหารเย็นทุกวัน นักเรียนร้อยละ 85.2 กินผัก ร้อยละ 72 กินผลไม้ ร้อยละ 97 กินเนื้อสัตว์ร้อยละ 71 กินไข่ ร้อยละ 58 ได้ดื่มนมที่บ้าน ร้อยละ 9.6 ได้ยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก นักเรียนร้อยละ 47.2 ดื่มน้ำอัดลม ขณะที่นักเรียนร้อยละ 88 ที่กินขนมกรุบกรอบนักเรียนร้อยละ 57.6 ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วันขึ้นไปร้อยละ 49.6 แยกขยะ ร้อยละ 48 ว่ายน้ำเป็น เพียงร้อยละ 13.6 ใส่หมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขี่หรือซ้อนจักรยานยนต์ ร้อยละ 58.4 แปรงฟันก่อนนอนทุกวัน ร้อยละ 35.2 ได้รับบริการทันตกรรมในภาคการศึกษาที่ผ่านมา เมื่อนำผลที่ได้ เทียบกับเด็กในโรงเรียนปกติ พบว่า ร้อยละพฤติกรรมสุขภาพส่วนใหญ่ของนักเรียนโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ดีกว่าเด็กในโรงเรียนปกติ แสดงถึงคุณภาพของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ที่ให้โอกาสทางสุขภาพแก่เด็กด้อยโอกาสเหล่านี้ ข้อเสนอแนะ คือ โรงเรียนควรมีการสร้างความตระหนักให้กับนักเรียนให้เห็นความสำคัญของการกินอาหารครบ 3 มื้อ โดยเฉพาะมื้อเช้้า ที่เป็นมื้อสำคัญที่สุดของวัน ส่วนการทำวิจัยต่อไปในอนาคตว่าควรมีการศึกษาในเด็กด้อยโอกาสในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ เฉพาะกลุ่มเด็กไป-กลับ
คำสำคัญ: เด็กด้อยโอกาส; เด็กยากจน; พฤติกรรมสุขภาพที่่สำคัญ
เอกสารอ้างอิง
กองนโยบายและแผนงาน มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. ยุุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 – 2580 ฉบับประกาศราชกิจจานุเบกษา [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [สืบค้นเมื่่อ 17 ก.พ. 2565]. แหล่งข้อมูล: http://plan.bru.ac.th/ยุทธศาสตร์ชาติ-20-ปี-พ-ศ-2561-2580/
สุทธิศักดิ์ เพ็ชรผึ้ง, ภานุวัฒน์ ภักดีวงศ์์. การวิเคราะห์สภาพเด็กด้อยโอกาสในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [สืบค้นเมื่่อ 17 ก.พ. 2565];8(5):1899-910. แหล่งข้อมูล: https://so03.tci-thaijo.org/index.php/journal-peace/article/view/240779
ปนัดดา จันผ่อง, อัญชุลี อ่อนศรี, เนติ ภู่ประสม. รายงานการสำรวจความรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพทีพึ่งประสงค์ของ เด็กวัยเรียน ปี 2562 [อินเทอร์เน็ต]. 2562 [สืบค้นเมื่่อ 17 ก.พ. 2565]. แหล่งข้อมูล: https://hp.anamai.moph.go.th/th/ewt-news-php-nid-1532/download/?did=193576&id=43939&reload=
OBEC. Educational statistics - Information Group Office of Basic Education Policy and Planning [Internet]. 2019 [cited 2021 Feb 19]. Available from: https://data.bopp-obec.info/emis/index.php
สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2564 [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [สืบค้นเมื่อ 17 ก.พ. 2565]. แหล่งข้อมูล: http://special.obec.go.th/HV3/page.php
สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. มาตรฐานนักเรียนประจำ [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 17 ก.พ. 2565]. แหล่งข้อมูล: http://special.obec.go.th/HV3/page.php
พรทิพย์ วาคาบายาชิ. ปัญหาเด็กยากจนในญี่ปุ่น. jsn Journal [อินเทอร์เน็ต]. 2557 [สืบค้นเมื่อ 17 ก.พ. 2565];4(1):6-22. แหล่งข้อมูล: https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jsn/article/view/42417
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
