ความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อมาตรการลดปัญหาภาวะเริ่มอ้วนและโรคอ้วนในเด็กไทย
บทคัดย่อ
พจนา หันจางสิทธิ์ฃสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล จังหวัดนครปฐม
คมกฤช ตะเพียนทอง
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล จังหวัดนครปฐม
ดลชัย ฮะวังจู
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล จังหวัดนครปฐม
วรรณสุดา งามอรุณ
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล จังหวัดนครปฐม
บทคัดย่อ
ความชุกของภาวะโรคอ้วนในเด็กไทยระหว่างอายุ 6-14 ปี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากอัตราส่วน ร้อยละ 5.8 เป็นร้อยละ 13.9 ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2538-2557 หากประเทศไทยไม่มีการดำเนินมาตรการใดๆ เพื่อป้องกันปัญหาเด็กที่มีภาวะเริ่มอ้วน แนวโน้มเด็กที่มีภาวะเริ่มอ้วนและโรคอ้วนจะเพิ่มสูงขึ้นจากการคาดการณ์ประมาณ 3.3 ล้านคน (ร้อยละ 27) ในปี พ.ศ. 2563 เป็น 3.5 ล้านคน (ร้อยละ 32) และกรณีเลวร้ายที่สุดจะเพิ่มถึง 7.4 ล้านคน (ร้อยละ 67.5) ในปี พ.ศ. 2573 วัตถุประสงค์ของบทความนี้เพื่อทราบถึงการยอมรับ การเข้าถึง ความยั่งยืน ความเป็นไปได้ และผลข้างเคียงของมาตรการทางสุขภาพในการลดภาวะเริ่มอ้วนและโรคอ้วนในเด็กไทย เพื่อนำมาดำเนินการในประเทศไทย งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลระหว่างเดือนสิงหาคมถึงกันยายน พ.ศ. 2563 ด้วยวิธีการสนทนากลุ่มและการสัมภาษณ์เชิงลึก เครื่องมือในการเก็บข้อมูลใช้แนวสัมภาษณ์แบบโครงสร้างของ 2 มาตรการ คือ มาตรการไม่ดื่มน้ำตาลมาเด็ก อัตลักษณ์ (การให้ความรู้ในโรงเรียน) และมาตรการการควบคุมสื่อโฆษณาอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ดีต่อสุขภาพบนทีวี ผลการศึกษา จากการสนทนากลุ่มและสัมภาษณ์เชิงลึกของทั้ง 2 มาตรการ พบว่า มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ยอมรับว่านำมาดำเนินการในประเทศไทยได้เหมาะสม หากแต่ผู้ให้ข้อมูล มีความกังวลต่อความยั่งยืนของกิจกรรมในระยะยาว โดยมีความเห็นว่า รัฐต้องสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันภาวะเริ่มอ้วนและโรคอ้วนในเด็กไทย โดยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้ภาครัฐพิจารณานำมาดำเนินการการควบคุมสื่อโฆษณาอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ดีต่อสุขภาพบนทีวีไปยังการปฏิบัติ เพื่อการลดภาวะเริ่มอ้วนและโรคอ้วนในเด็ก โดยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้ภาครัฐพิจารณานำมาดำเนินการการควบคุมสื่อโฆษณาอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่ดีต่อสุขภาพบนทีวีไปขับเคลื่อนดำเนินการ ในการลดภาวะเริ่มอ้วนและโรคอ้วนในเด็ก เนื่องจากมีความคุ้มค่ามากกว่า อีกทั้งจะเกิดผลด้านบวกในระยะยาวต่อการลดงบประมาณสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลจากจำนวนประชากรที่ป่วยด้้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังด้วย
คำสำคัญ: ภาวะเริ่มอ้วน; โรคอ้วนในเด็กไทย; การวิจัยเชิงคุณภาพ
เอกสารอ้างอิง
Cole TJ, Bellizzi MC, Flegal KM, Dietz WH. Establishing a standard definition for child overweight and obesity worldwide: international survey. BMJ 2000;320(7244):1240-3.
World Health Organization (WHO). Obesity and overweight 2022 [Internet]. [cited 2022 Aug 1]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/obesity-and-overweight
Ward ZJ, Long MW, Resch SC, Giles CM, Cradock AL, Gortmaker SL. Simulation of growth trajectories of childhood obesity into adulthood. N Engl J Med 2017;377(22):2145-53.
วิชััย เอกพลากร. รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2557. นนทบุรี: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2557.
Bryant J, Rittirong J, Aekplakorn W, Mo-suwan L, Nitnara P. A Bayesian approach to combining multiple information sources: Estimating and forecasting childhood obesity in Thailand. PLOS ONE 2022;17(1):e0262047.
โครงการพัฒนางานวิจัยเชิงนโยบายเพื่อลดปัญหาภาวะอ้วนในเด็กไทย (childhood overweight and obesity (COO) policy research). ก้าวต่อไปกับการจัดการปัญหาโรคอ้วนในเด็กไทย. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล; 2563.
Pitayatienanan P, Butchon R, Yothasamut J, Aekplakorn W, Teerawattananon Y, Suksomboon N, et al. Economic costs of obesity in Thailand: a retrospective cost-of-illness study. BMC Health Serv Res 2014;14:146.
พจนา หันจางสิทธิ์, ดลชัย ฮะวังจู, วรรณสุดา งามอรุณ, คมกฤช ตะเพียนทอง. รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการคุ้มค่าของมาตรการทางสุขภาพในการลดปัญหาอ้วนในเด็กไทย. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล; 2563.
James J, Thomas P, Cavan D, Kerr D. Preventing childhood obesity by reducing consumption of carbonated drinks: cluster randomised controlled trial. BMJ 2004;328(7450):1237.
Brown V, Ananthapavan J, Veerman L, Sacks G, Lal A, Peeters A, et al. The potential cost-effectiveness and equity impacts of restricting television advertising of unhealthy food and beverages to Australian children. Nutrients 2018;10(5):662.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
