ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจโอนย้ายของบุคลากรสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ภายใต้การถ่ายโอนสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) เพื่อศึกษาระดับปัจจัยด้านองค์กร ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านความผูกพันต่อองค์กร และด้านแรงจูงใจในการทำงานของบุคลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจโอนย้ายของบุคลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม 3) เพื่อศึกษาแนวทางการตัดสินใจโอนย้ายของบุคลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ บุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัดสาธารณสุขจังหวัดนครพนม ที่ยังไม่ถ่ายโอน จำนวน 212 คน โดยการหาขนาดของกลุ่มตัวอย่างใช้สูตรของเครซี่และมอร์แกน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม ค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 1.00 ค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.910 และและแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย () ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) และกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในงานวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล นักวิชาการสาธารณสุข พยาบาลวิชาชีพ เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข เจ้าพนักงานเภสัช แพทย์แผนไทย และเจ้าหน้าที่อื่น จำนวน 9 คน เลือกโดยวิธีการแบบเจาะจง
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 212 คน จำแนกตามการดำรงตำแหน่ง พบว่าส่วนใหญ่ดำรงตำแหน่ง เจ้าพนักงานสาธารณสุข คิดเป็นร้อยละ 23.60 มีการตัดสินใจ ไม่โอนย้าย คิดเป็นร้อยละ 42.92 2) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจโอนย้ายของบุคลากรสาธารณสุขในการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.31) 3) ปัจจัยด้านแรงจูงใจในการทำงานมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจโอนย้ายของบุคลากรสาธารณสุขในการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ < 0.05 (β = .141) ส่วนปัจจัยด้านความผูกพันต่อองค์กร (β = .058) ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (β = .018) และปัจจัยด้านองค์กร (β = .021) ตามลำดับ ไม่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจโอนย้ายของบุคลากรสาธารณสุขในการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม 4) แนวทางการตัดสินใจของบุคลากรโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในการถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม พบว่า แนวคิดและมุมมอง การถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม จะช่วยให้การบริหารจัดการด้านสุขภาพในระดับตำบลมีความคล่องตัวมากขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น และช่วยลดความซ้ำซ้อนในการบริหารจัดการและการจัดสรรงบประมาณระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม องค์การบริหารส่วนจังหวัดยังขาดการสนับสนุนทั้งงบประมาณและวิชาการจากคณะกรรมการกระจายอำนาจ ขณะที่กองสาธารณสุขขององค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งเพิ่งจัดตั้งใหม่ยังคงอยู่ระหว่างการพัฒนา จึงมีกำลังคนไม่เพียงพอ ทั้งยังขาดประสบการณ์และความรู้ความสามารถที่จะสนับสนุนการทำงานได้อย่างเต็มที่และปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจ ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจยินยอมหรือปฏิเสธการถ่ายโอน คือ ความชัดเจนของนโยบายและระเบียบการถ่ายโอน ซึ่งรวมถึงเรื่องการทำงาน สวัสดิการ เงินเดือน ค่าตอบแทนนอกเวลาราชการ ความก้าวหน้าในอาชีพ ความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และความชัดเจนในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับตำบล หากมีความพร้อมและความชัดเจนมากขึ้นในเรื่องดังกล่าว จะส่งผลให้บุคลากรสาธารณสุขที่มีความประสงค์และพร้อมจะถ่ายโอนมีความมั่นใจในการตัดสินใจมากขึ้น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อเขียนหรือบทความใดๆ ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิจัยและพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Online) ฉบับนี้ เป็นความคิดเห็นเฉพาะส่วนตัวของผู้เขียนและกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และวารสารวิจัยและพันาอนุภูมิภาค ลุ่มน้ำโขง (Online) ไม่มีข้อผูกพันธ์ประการใดๆ อนึ่งกองบรรณาธิการวารสารยินดีรับพิจารณาบทความจากนักวิชาการ นักศึกษา ตลอดจนผู้อ่าน และผู้สนใจทั่วไป เพื่อนำลงตีพิมพ์ สำหรับบทความจะผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกสถาบัน
เอกสารอ้างอิง
ชาติชาย คงเพ็ชรดิษฐ์. (2016). การเปลี่ยนแปลงองค์กร: แนวคิดและการจัดการ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
นะชาวีร์ สมหวังพรเจริญ, ธีระวุธ ธรรมกุล และอารยา ประเสริฐชัย (2023). ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ ทัศนคติและการตัดสินใจถ่ายโอนภารกิจ สู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของบุคลากรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในจังหวัดกาญจนบุรี. วารสารมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล, 35(2)., 33-50.
ประกาศคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. (2564, 19 ตุลาคม). เรื่อง หลักเกณฑ์และขั้นตอนการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด. ราชกิจจานุเบกษา, 138(ตอนพิเศษ 254 ง), 14–15.
ไพโรจน์ พรหมพันใจ, ทิพยรัตน์ สิงห์ทอง, ธีระวุธ ธรรมกุล และพรศักดิ์ อยู่เจริญ. (2567). ผลกระทบการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ต่อระบบการบริหารจัดการด้านการป้องกันควบคุมโรคของประเทศไทย. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น, 31(2), 1–16.
ภัทรัตน์ สุทธิประภา. (2019). สาเหตุและแนวโน้มการลาออก/โอนย้ายของข้าราชการในหน่วยงานที่มี พ.ร.บ. เป็นการเฉพาะภายใต้สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์).
วนิดา ทิ้งนุ้ย. (2566). การตัดสินใจโอนย้าย ลาออกของบุคลากรภาครัฐในองค์การบริหารส่วนตำบล เขตอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี (การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยรามคำแหง).
วุฒิไกร แสนสีลา กฤชกันทร สุวรรณพันธุ์ สุพัฒน์ อาสนะ. (2023). การรับรู้และความคาดหวังของบุคลากรสาธารณสุขต่อความพร้อมการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด เขตสุขภาพที่ 8. วารสารมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล, 36(1), 67-84.
ศิรินญภัฐ สิทธิจักร์, ชาติชัย อุดมกิจมงคล, และสามารถ อัยกร. (2567). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 4(2), 495–510.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม. (2568). รายงานความคืบหน้าการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล [รายงานภายใน]. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม.
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม. (2568). รายงานการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล [รายงานภายใน]. องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม.
Adison, A. (2012). Max Weber’s bureaucratic theory. Retrieved from https://slideplayer.in.th/slide/16456508/.
Ahmad Saufi, R., Aidara, S., Che Nawi, N. B., Permarupan, P. Y., Zainol, N. R. B. and Kakar, A. S. (2023).
Turnover intention and its antecedents: The mediating role of work–life balance and the moderating role of job opportunity. Frontiers in Psychology, 14, Article 1137945. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2023.1137945
Gilmer, B. von Haller. (1971). Industrial and organizational psychology (3rd ed.). McGraw-Hill.
Hur, H. and Abner, G. (2024). What makes public employees want to leave their job? A meta-analysis of turnover intention predictors among public sector employees. Public Administration Review, 84(1), 115–142. https://doi.org/10.1111/puar.13601
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
Pérez, L. F., Murgado, E. M. and Rúa, A. F. (2023). Influence of Professional Career, Job Motivation and Work-Life Balance on Employee Turnover Intention in the Post-COVID-19 Pandemic Context. Journal of Professional Business Studies, 5(1), 133-148.
Simon, H. A. (1997). Administrative behavior: A study of decision-making processes in administrative organizations (4th ed.). Free Press.
Van den Tillaart, J., Eltink, E., Stams, G.-J., Van der Helm, P. and Wissink, I. (2018). Aggressive incidents in residential youth care. International Journal of Offender Therapy and Comparative Criminology, 62(13), 3991–4007. https://doi.org/10.1177/0306624X18758898