การจัดการเชิงกลยุทธ์ของภาครัฐ เพื่อพัฒนาความสามารถการประกอบการ ธุรกิจในห่วงโซ่การผลิตกะละแมโบราณนครพนม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษานโยบายและแผนการจัดการเชิงกลยุทธ์ของภาครัฐในการพัฒนาความสามารถการประกอบการของธุรกิจในห่วงโซ่การผลิตกะละแมโบราณจังหวัดนครพนม (2) ศึกษาระดับความสามารถ การประกอบการของธุรกิจในห่วงโซ่การผลิตและ (3) เสนอแนวทางการจัดการเชิงกลยุทธ์ของภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี เก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้ประกอบการในห่วงโซ่การผลิต จำนวน 32 กลุ่ม
ผลการวิจัยพบว่า นโยบายของภาครัฐยังขาดความเฉพาะเจาะจงต่อผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น โดยเน้นสนับสนุนภายใต้กรอบนโยบายทั่วไป เช่น โครงการ OTOP และเศรษฐกิจฐานราก ระดับความสามารถการประกอบการของผู้ประกอบการโดยรวม อยู่ในระดับปานกลาง (Mean = 2.40) โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปลูกกล้วยซึ่งอยู่ในระดับต่ำ (Mean = 1.06) แนวทางการจัดการเชิงกลยุทธ์ของภาครัฐ ได้แก่ (1) การสนับสนุนแหล่งทุนและสินเชื่อที่เหมาะสม (2) การพัฒนาศักยภาพผ่านการฝึกอบรมและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ (3) การส่งเสริมเครือข่ายพันธมิตรและความร่วมมือทางการตลาด (4) การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์และ (5) การสนับสนุนการตลาดดิจิทัล อันเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและเสริมสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในระดับพื้นที่และระดับประเทศ ทั้งนี้ ภาครัฐควรจัดทำนโยบายในเชิง บูรณาการ จำแนกตามระดับศักยภาพของแต่ละกลุ่มในห่วงโซ่การผลิต โดยสนับสนุนด้านการเงินแก่ผู้ปลูกกล้วยผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับติดตั้งโซลาร์เซลล์หรือระบบน้ำหยด ควบคู่กับการอบรมการแยกบัญชีธุรกิจและครัวเรือน นอกจากนี้ ควรกำหนดกลไกเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ ได้แก่ การจัดทำแพลตฟอร์มวางแผนการผลิตรายบุคคลและผลักดันให้เกิดการวิจัยร่วมกับสถาบันการศึกษาเพื่อยืดอายุผลิตภัณฑ์กะละแมโดยไม่ใช้สารกันเสีย เพื่อเสริมสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อเขียนหรือบทความใดๆ ที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิจัยและพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Online) ฉบับนี้ เป็นความคิดเห็นเฉพาะส่วนตัวของผู้เขียนและกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และวารสารวิจัยและพันาอนุภูมิภาค ลุ่มน้ำโขง (Online) ไม่มีข้อผูกพันธ์ประการใดๆ อนึ่งกองบรรณาธิการวารสารยินดีรับพิจารณาบทความจากนักวิชาการ นักศึกษา ตลอดจนผู้อ่าน และผู้สนใจทั่วไป เพื่อนำลงตีพิมพ์ สำหรับบทความจะผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกสถาบัน
เอกสารอ้างอิง
คมศักดิ์ หารไชย, กชกร เดชะคำภู, หทัยกาญจน์ กกแก้ว, สมชัย วะชุม, กรรณิการ์ สุกะดีทัด, รุจาภา นันทโพธิ์เดช, ณัฐนันท์ เที่ยงธรรม ,พิริยาภรณ์ บรรจงทรัพย์ และอังศุมาลิน สมเทพ (2567). การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการตลอดสายโซ่ผลิตภัณฑ์กะละแมโบราณนครพนม ด้วยกลไกขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่าใหม่บนฐานทุนทรัพยากรพื้นถิ่. (รายงานผลการวิจัย). นครพนมฯ : มหาวิทยาลัยนครพนม.
ราชกิจจานุเบกษา. (2561). ประกาศ เรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580). สืบค้นจาก เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 จากhttps://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/A/082/T_0001.PDF
เสน่ห์ จุ้ยโต. (2550). การวิจัยเชิงคุณภาพ: แนวคิด วิธีการและการวิเคราะห์ข้อมูล. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
สำนักงานจังหวัดนครพนม. (2566). แผนพัฒนาจังหวัดนครพนม พ.ศ.2566-2570. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2567, จาก http://www2.nakh onphanom.go.th/files/com_news_struct/2021-09_859756163e30c86.pdf
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2566-2580 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม). สืบค้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2567 จาก https://www.nesdc.go.th/download/document/NSCR/แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ_2566-2580.pdf
Morgan, R. M., & Hunt, S. D. (1994). The commitment-trust theory of relationship marketing. Journal of Marketing, 58(3), 20–38.
Nunnally, J. C., & Bernstein, I. H. (1994). Psychometric theory (3rd ed.). McGraw-Hill.
Porter, M. E. (1985). Competitive advantage: Creating and sustaining superior performance. Free Press.
Porter, M. E. (1990). The competitive advantage of nations. Free Press.
Shuman, M. (2000). Going local: Creating self-reliant communities in a global age. Routledge.
Turner, R. C. and Carlson, L. (2003). Indexes of item-objective congruence for multidimensional items. International Journal of Testing, 3(2), 163–171.