มาตรการทางกฎหมายในการป้องกันการกระทำความผิดกรณีแอบถ่ายภาพบุคคลอื่น ในสถานที่ให้บริการที่พัก หรือพื้นที่ที่ได้รับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว
คำสำคัญ:
แอบถ่ายภาพบุคคลอื่น, สิทธิความเป็นส่วนตัว, สถานที่อันพึงคาดหมายถึงความเป็นส่วนตัวบทคัดย่อ
ในปัจจุบัน ปัญหาการแอบถ่ายภาพบุคคลอื่นในสถานที่ให้บริการที่พัก หรือพื้นที่ที่ได้รับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว เพื่อตอบสนองทางเพศโดยปราศจากความยินยอม ยังคงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แต่กฎหมายและมาตรการในการป้องกันของประเทศไทยยังไม่ครอบคลุมพฤติการณ์การกระทำความผิด
และยังไม่สามารถป้องกันหรือปราบปรามการกระทำความผิดดังกล่าวได้ แม้จะมีการพยายามตีความประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278[1] ความผิดฐานกระทำอนาจารให้ครอบคลุมแก่กรณี หรือการนำมาตรา 397[2] ความผิดลหุโทษ หรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมาบังคับใช้ แต่ยังข้อจำกัดหลายประการที่เป็นอุปสรรคต่อการบังคับใช้แก่กรณีได้อย่างแท้จริง
ดังนั้น การค้นคว้าอิสระนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาถึงแนวคิดและมาตรการทางกฎหมาย
ในการป้องกันการกระทำความผิดกรณีแอบถ่ายภาพบุคคลอื่นในสถานที่ให้บริการที่พัก หรือพื้นที่ที่ได้รับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ และวิเคราะห์ถึงปัญหาเกี่ยวกับมาตรการทางกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ในในปัจจุบันของประเทศไทย เพื่อเสนอแนะแนวทางและมาตรการทางกฎหมายในการป้องกันการกระทำความผิดกรณีแอบถ่ายภาพบุคคลอื่นในสถานที่ให้บริการที่พัก หรือพื้นที่ที่ได้รับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
ผลการศึกษาพบว่า สาธารณรัฐสิงคโปร์และสาธารณรัฐเกาหลี ได้มีการบัญญัติกฎหมายไว้เป็นการเฉพาะ อยู่ในลักษณะความผิดเกี่ยวเพศ เพื่อป้องกันการแอบถ่ายในที่พัก หรือพื้นที่ที่ได้รับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว โดยมีการกำหนดความผิดและบทลงโทษที่ชัดเจน ทั้งนี้ สาธารณรัฐเกาหลี ยังมีการกำหนดข้อปฏิบัติ
ซึ่งเป็นมาตรการที่ชัดเจนในการป้องกันการกระทำความผิดดังกล่าวก่อนเกิดเหตุ
[1] มาตรา 278 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายอาญา บัญญัติว่า “ผู้ใดกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
[2] มาตรา 397 แห่งประมวลกฎหมายอาญา บัญญัติว่า “ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัลหรือเป็นการกระทำอันมีลักษณะส่อไปในทางที่จะล่วงเกินทางเพศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคสองเป็นการกระทำโดยอาศัยเหตุที่ผู้กระทำมีอำนาจเหนือผู้ถูกกระทำอันเนื่องจากความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา นายจ้าง หรือผู้มีอำนาจเหนือประการอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท”
เอกสารอ้างอิง
-