Diversion Measures under the Narcotics Code
Keywords:
diversion measures, drug users, Narcotics CodeAbstract
การค้นคว้าอิสระนี้มุ่งศึกษาเปรียบเทียบมาตรการเบี่ยงเบนคดีตามประมวลกฎหมายยาเสพติดที่ในปัจจุบัน แม้ว่าจะมองผู้เสพยาเสพติดว่าเป็นผู้ป่วย แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องมาตรการเบี่ยงเบนคดีที่ให้ผู้เสพยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดได้โดยมีเงื่อนไขประการสำคัญ คือ ต้องไม่เป็นผู้ต้องหาหรืออยู่ในระหว่าง
ถูกดำเนินคดีในความผิดอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุก อาจขัดต่อหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองซึ่งหลักดังกล่าว
เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน อีกทั้งการกำหนดโทษผู้เสพยาเสพติดเป็นโทษทางอาญาอาจไม่สอดคล้องกับหลักความได้สัดส่วนในการลงโทษและกฎหมายยาเสพติดสากล โดยไม่มีมาตรการลดทอนความเป็นอาชญากร
ซึ่งส่งผลให้ผู้เสพยาเสพติดยังคงถูกตีตราว่าเป็นอาชญากรและขาดระบบบูรณาการด้านการฟื้นฟูและ
การคืนคนดีสู่สังคม
การศึกษานี้ได้นำเสนอการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบกับมาตรการเบี่ยงเบนคดีตามกฎหมายยาเสพติดในต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศโปรตุเกส ที่ใช้ระบบลดทอนความเป็นอาชญากร โดยการเสพยาเสพติดและครอบครองเพื่อเสพถือเป็นเพียงความผิดทางปกครอง พร้อมทั้งจัดให้ผู้เสพยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดผ่านคณะกรรมาธิการด้านยาเสพติดซึ่งช่วยลดการตีตราและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษา ขณะที่สาธารณรัฐเช็กกำหนดเกณฑ์ “ปริมาณเล็กน้อย” หากครอบครองไม่เกินเกณฑ์ดังกล่าวจะเป็นเพียงความผิดทางปกครองและให้ปรับหรือการบำบัดแทนการลงโทษอาญา
ผลการศึกษาพบว่า หากประเทศไทยนำแนวทางการเบี่ยงเบนคดีของต่างประเทศมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของสังคมไทย สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการลงโทษที่เหมาะสมสอดคล้องกับแนวทางสากล จะสามารถแก้ไขปัญหาทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้มาตรการเบี่ยงเบนคดีตามประมวลกฎหมาย
ยาเสพติดได้ โดยแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติ ดังต่อไปนี้
ประการแรก แก้ไขมาตรา 114 วรรคแรก เป็นข้อความว่า “ผู้ซึ่งมีหลักฐานเพียงพอว่าได้เสพหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ หากสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา ให้เข้าสู่กระบวนการบำบัดตามที่กำหนด เว้นแต่เป็นผู้ซึ่งมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้รับโทษจำคุกและอยู่ระหว่างรับโทษ เพื่อเปิดโอกาสเข้าบำบัดในทุกกรณี”
ประการที่สอง แก้ไขกฎหมายในมาตรา 162 - 164 โดยเพิ่มข้อความว่า “หรือให้ศาลสามารถมีคำสั่งบำบัดแทนการลงโทษได้ในมาตราดังกล่าว" เพื่อให้สอดคล้องต่อหลักสิทธิมนุษยชนและหลักความได้สัดส่วนของการลงโทษ ทั้งยังรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย
References
บรรณานุกรม
กรมราชทัณฑ์. สถิติจำนวนผู้ต้องขัง ปี 2553 – 2567. ค้นวันที่ 19 มีนาคม 2568 จาก
http://www.correct.go.th/stathomepage/
กรมราชทัณฑ์. รายงานสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์ทั่วประเทศ สำรวจ ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2568. ค้นวันที่
มิถุนายน 2568 จาก
http://www.correct.go.th/rt103pdf/report_result.php?date=2025-06-01&report=drug
กรมราชทัณฑ์. รายงานสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์คดี พ.ร.บ. ยาเสพติดทั่วประเทศ สำรวจ ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2568.
ค้นวันที่ 2 มิถุนายน 2568 จาก
http://www.correct.go.th/rt103pdf/report_result.php?date=2025-06-01&report=drug
เนชั่นทีวีออนไลน์. อนุมัติงบกลาง 3.8 พันล้าน ให้ "กรมราชทัณฑ์”. ค้นวันที่ 19 มีนาคม 2568 จาก
https://www.nationtv.tv/news/378842822
บรรเจิด สิงคะเนติ. หลักพื้นฐานสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพมหานคร:
วิญญูชน 2562.
ศาลรัฐธรรมนูญ. ศาลรัฐธรรมนูญกับการคุ้มครองหลักความเสมอภาค. ค้นวันที่ 2 ตุลาคม 2568 จาก
https://occ_th.constitutionalcourt.or.th/article_detail/ศาลรัฐธรรมนูญกับการคุ้มครองหลักความเสมอภาค
สถาบันเพื่อการยุติธรรม. เรือนจำไม่ใช่โกมืดมิด : แก้ปัญหาคนลันเรือนจำ และเพิ่มโอกาสกลับสู่สังคม.
ค้นวันที่ 19 มีนาคม 2568 จาก https://www.tijthailand.org/th/article/detail/6
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. ผลการปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศ ปี 2564.
ค้นวันที่ 19 มีนาคม 2568 จาก
https://www.oncb.go.th/pdfjs/web/viewer.html?file=/storage/file/content/th/report-
arrest/67a04bbec1afd4PnYV.pdf&mode=preview&view=detail
United Nations. World Drug Report 2022. ค้นวันที่ 19 มีนาคม 2568 จาก
https://www.unodc.org/unodc/en/data-and-analysis/world-drug-report- 2022.html