สิทธิชุมชนในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอยในพื้นที่ตำบล พันลาน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักสัมมัปปธาน 4
คำสำคัญ:
สิทธิชุมชน , บ่อฝังกลบขยะมูลฝอย , หลักสัมมัปปธาน 4 , สิทธิชุมชนในการแก้ไขปัญหาจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอยบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสิทธิชุมชนจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอยในพื้นที่ตำบลพันลาน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ 2) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสัมมัปปธาน 4 และสิทธิชุมชนกับการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอย และ 3) เพื่อเสนอแนวทางในการส่งเสริมสิทธิชุมชนในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอย ตามหลักสัมมัปปธาน 4 เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี ประกอบด้วย การวิจัยเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับผลกระทบจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอย จำนวน 298 คน โดยใช้แบบสอบถามมีความเชื่อมั่นค่าความเชื่อมั่น 0.988 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 18 รูป/คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์และวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา พบว่า ระดับสิทธิชุมชนจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอย ตามหลักสัมมัปปธาน 4 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ = 3.61, S.D. = 0.82 และระดับสิทธิชุมชนจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอย ตามสิทธิชุมชนตามตามมาตรา 43 โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่
= 3.90, S.D. = 0.91 ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสัมมัปปธาน 4 และสิทธิชุมชนกับการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอยในพื้นที่ตำบลพันลาน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับสูงมาก (r=0.905**) แนวทางในการส่งเสริมสิทธิชุมชนในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากบ่อฝังกลบขยะตามหลักสัมมัปปธาน 4 พบว่า 1) เสริมสร้างกลไกการมีส่วนร่วม โดยตั้งคณะกรรมการชุมชนด้านสิ่งแวดล้อมและเปิดช่องทางร้องเรียนที่โปร่งใส 2) สร้างความรู้และความตระหนักด้านการคัดแยกขยะ ส่งเสริมระบบธนาคารขยะและการรีไซเคิลในชุมชน 3) สนับสนุนจากภาครัฐและท้องถิ่นผ่านโครงการจัดการขยะ เช่น การทำปุ๋ยหมักและการผลิตเชื้อเพลิงขยะ (RDF) พร้อมจัดสรรงบประมาณและเทคโนโลยี และ4) พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชน ภาครัฐ สถานศึกษา ศาสนสถาน และภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบจัดการขยะที่เข้มแข็งและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมมลพิษ. (2564). (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะของประเทศ (พ.ศ. 2565–2570). https://www.pcd.go.th/wp-content/uploads/2021/10/pcdnew-2021-10-16_05-41-25_882141.pdf
กรมควบคุมมลพิษ. (2567). ข้อมูลสถานการณ์ขยะมูลฝอยของจังหวัดนครสวรรค์. https://thai msw.pcd.go.th/report_province.php?year=2564&province=47
กรมควบคุมมลพิษ. (2567). ข้อมูลสถานการณ์ขยะมูลฝอยของประเทศ. https://thaimsw. pcd.go.th/report_country.php
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน. (2562). ศึกษาวิจัยและพัฒนาการผลิตขยะเชื้อเพลิง (RDF). (รายงานการวิจัย). กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน.
ชัยพัฒน์ ดอนไม้ชัย. (2560) การบริหารจัดการสถานที่กำจัดขยะ ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ. (รายงานการวิจัย). สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร.
นงนุช ศรีสุข และเบญญาดา กระจ่างแจ้ง. (2566). การจัดการขยะฐานศูนย์ของชุมชนภายใต้แนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน กรณีศึกษา องค์การบริหารส่วนตำบลปะตง อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 5(4), 1011-1026.
นภัสรพี แถบเงิน. (2565). ความรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะ และการมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีผลต่อประสิทธิภาพการจัดการขยะของประชาชนในเขตเทศบาลนครสกลนคร. [วิทยานิพนธ์ปริญญาโทไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
พัชรพล ทะจะกัน. (2562). การจัดการขยะในชุมชนเกษตรกรบ้านกอม่วง ตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน. [วิทยานิพนธ์ปริญญาโทไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2565). ภัยจากขยะหากจัดการไม่เหมาะสม จะส่งผลอย่างไรต่อระบบนิเวศ. https://www.thaihealth.or.th/?p=309696.
Pearson, K. (1896). Mathematical contributions to the theory of evolution. III. Regression, heredity, and panmixia. Philosophical Transactions of the Royal Society of London. Series A, 187, 253–318.
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis. (3rd ed.). Harper & Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม (Journal of Public Administration and Interdisciplinary Studies for Society) ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม (Journal of Public Administration and Interdisciplinary Studies for Society) ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม (Journal of Public Administration and Interdisciplinary Studies for Society) หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม (Journal of Public Administration and Interdisciplinary Studies for Society) ก่อนเท่านั้น


