พฤติกรรมการจัดการขยะตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน: เปรียบเทียบตำบล เขาสามสิบและตำบลหนองหว้า อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว
คำสำคัญ:
เศรษฐกิจหมุนเวียน, พฤติกรรมการจัดการขยะ, บริการเก็บขนขยะ, 5Rs, โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพฤติกรรมการจัดการขยะตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (5R) 2) ศึกษาและเปรียบเทียบการจัดการขยะตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนของประชาชน ในพื้นที่ที่มีและไม่มีบริการเก็บขนขยะ และ 3) เสนอแนวทางการจัดการขยะอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องกับบริบทความพร้อมด้านบริการสาธารณะ อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว โดยใช้ตำบลหนองหว้าเป็นตัวแทนพื้นที่ที่มีบริการ และตำบลเขาสามสิบเป็นตัวแทนพื้นที่ที่ไม่มีบริการ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณในการศึกษา กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนจำนวน 400 คน ด้วยการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม (IOC = 0.96) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) และสถิติอนุมาน (t-test) ผลการวิจัย พบว่า 1) พฤติกรรมการจัดการขยะตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (5R) ของกลุ่มตัวอย่างภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกด้าน ( = 3.86, SD .611) 2) เปรียบเทียบพฤติกรรมการจัดการขยะของทั้งสองพื้นที่แล้ว พบว่า รูปแบบการให้บริการสาธารณะส่งผลต่อพฤติกรรมการจัดการขยะที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) กล่าวคือ ประชาชนในพื้นที่ที่ไม่มีบริการเก็บขนขยะ (ตำบลเขาสามสิบ) มีพฤติกรรมด้านการลดการใช้ (Reduce) และการใช้ซ้ำ (Reuse) สูงกว่า เนื่องจากความจำเป็นในการลดปริมาณขยะเพื่อลดภาระการกำจัดเอง ในขณะที่ประชาชนในพื้นที่ที่มีบริการเก็บขนขยะ (ตำบลหนองหว้า) มีความโดดเด่นในด้านการรีไซเคิล (Recycle) และความพร้อมสนับสนุนการแปรรูปเป็นพลังงาน (Recovery) เนื่องจากมีความสะดวกและระบบรองรับที่ชัดเจน และ 3) ในพื้นที่ที่ขาดแคลนระบบเก็บขน ควรส่งเสริมโมเดลการจัดการขยะต้นทางแบบพึ่งพาตนเอง ส่วนพื้นที่ที่มีระบบแล้ว ควรเน้นมาตรการคัดแยกเพื่อนำไปแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมมลพิษ. (2566). แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570). กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
กรมควบคุมมลพิษ. (2567). รายงานสถานการณ์สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยชุมชนของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2566. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม. (2563). คู่มือชุมชนปลอดขยะ (Zero Waste) ฉบับปรับปรุง. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองวังน้ำเย็น. (2563). รายงานการศึกษาปริมาณขยะในเขตเทศบาลเมืองวังน้ำเย็น ประจำปีงบประมาณ 2563. https://wangnamyencity.go.th/public/list/data/detail/id/1863/menu/1538/page/22
สำนักทะเบียนอำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว. (2565). ข้อมูลทั่วไป อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว.
Bejranonda, S. & Lim, A. (2025). Factors Influencing Solid Waste Segregation Behavior of People in Bangkok. Journal of Applied Economics and Management Strategy, 12(1), 205–223. https://doi.org/10.56825/jaems.2025.1216240
Nițu, R.-M. (2024). The economic efficiency of waste management policies. Theoretical and Applied Economics, 1(638), 169–178. https://store.ectap.ro/articole/1729.pdf
Stoeva, K. & Alriksson, S. (2017). Influence of recycling programmes on waste separation behavior. Waste Management, 68, 732–741. https://doi.org/10.1016/j.wasman.2017.06.005
UNEP. (2024). Global Waste Management Outlook 2024: Beyond an Age of Waste. United Nations Environment Programme.
World Bank. (2018). What a Waste 2.0: A Global Snapshot of Solid Waste Management to 2050. World Bank.
Yukalang, N., Clarke, B., & Ross, K. (2017). Barriers to Effective Municipal Solid Waste Management in a Rapidly Urbanizing Area in Thailand. International Journal of Environmental Research and Public Health, 14(9), 1013. https://doi.org/10.3390/ijerph14091013
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม (Journal of Public Administration and Interdisciplinary Studies for Society) ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม (Journal of Public Administration and Interdisciplinary Studies for Society) ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม (Journal of Public Administration and Interdisciplinary Studies for Society) หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม (Journal of Public Administration and Interdisciplinary Studies for Society) ก่อนเท่านั้น


