พฤติกรรมและความพึงพอใจต่อการบริโภคร้านขนมไทยโมเดิร์น ในจังหวัดปทุมธานี

ผู้แต่ง

  • สุวจี กล่อมมณี คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยปทุมธานี
  • มัตตัญญุตา แสงทอง คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยปทุมธานี
  • พัชราภรณ์ หลักคำ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยปทุมธานี

DOI:

https://doi.org/10.14456/jburus.2026.1

คำสำคัญ:

พฤติกรรมผู้บริโภค, ความพึงพอใจ, ขนมไทยโมเดิร์น, จังหวัดปทุมธานี

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาการบริโภคร้านขนมไทยจำแนกตามข้อมูลส่วนบุคคล 2) ศึกษาพฤติกรรมการบริโภคขนมไทยโมเดิร์น และ 3) ศึกษาความพึงพอใจต่อการบริโภคร้านขนมไทยโมเดิร์นในจังหวัดปทุมธานี การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคในจังหวัดปทุมธานีจำนวน 400 คน ซึ่งคำนวณจากสูตรของ Yamane (1973) การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน รวมถึงการทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติเชิงอนุมาน

ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 21-30 ปี มีสถานภาพโสด ระดับการศึกษาปริญญาตรี ประกอบอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน และมีรายได้เฉลี่ยระหว่าง 15,001-30,000 บาท 2) พฤติกรรมการบริโภคพบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่บริโภคขนมไทย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ประเภทขนมที่นิยมมากที่สุดคือขนมน้ำกะทิ วัตถุประสงค์หลักในการบริโภคเพื่อบริโภคเอง และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อคือรสชาติของขนม 3) ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือด้านผลิตภัณฑ์ รองลงมาคือด้านราคา และด้านช่องทางการจัดจำหน่าย แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้า ความสดใหม่ของขนม และราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพของขนมไทยโมเดิร์น พร้อมทั้งปรับกลยุทธ์ด้านราคาและช่องทางการจำหน่ายให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเพิ่มความพึงพอใจและสร้างความภักดีในระยะยาวของผู้บริโภค โดยกลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงและอยู่ในช่วงวัยทำงานตอนต้นซึ่งเป็นช่วงอายุที่มีกำลังซื้อและให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของสินค้า การที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 21-30 ปี แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภควัยรุ่นและวัยทำงานเริ่มหันมาสนใจขนมไทยในรูปแบบใหม่ที่มีความทันสมัยและเข้ากับไลฟ์สไตล์ของตนมากขึ้น

สมมติฐาน ข้อมูลส่วนบุคคล (เพศ อายุ สถานภาพ การศึกษา อาชีพ และรายได้) ที่แตกต่างกัน ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคร้านขนมไทยแตกต่างกัน โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงวัยทำงานตอนต้น 21-30 ปี ที่มีพฤติกรรมสนใจขนมไทยรูปแบบใหม่มากกว่ากลุ่มอื่นและพบว่าปัจจัยด้านรสชาติและคุณภาพผลิตภัณฑ์เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก

เอกสารอ้างอิง

กชกร เป้าสุวรรณ และคณะ. (2550). ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการต่อการให้บริการขององค์การบริหารส่วนตำบลบางสมบูรณ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต.

กนกพร บุญอนันตบุตร. (2560). พฤติกรรมผู้บริโภค. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

กัญญารัตน์ พิทักษ์สุข. (2564). แนวโน้มการตลาดออนไลน์ของผู้ประกอบการขนาดเล็ก (วิทยานิพนธ์ปริญญา บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร.

ชูชัย สมิทธิไกร. (2556). พฤติกรรมผู้บริโภค. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ณรงค์ศักดิ์ ปู่ปิว. (2561). พฤติกรรมและปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการที่มีอิทธิพลต่อผู้ใช้บริการ สถานีน้ำมันเชลล์ในเขตจังหวัดอุดรธานี (วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต). ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

นุชระวินท์ ภูมิรัตน และ วรินทรา ศิริสุทธิกุล. ส่วนประสมทางการตลาดในมุมมองของผู้บริโภคและความพึงพอใจต่อคุณภาพการให้บริการที่มีความสัมพันธ์กับคุณค่าตราสินค้า MINISO ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร. ใน การประชุมวิชาการระดับชาติในความร่วมมือ 5 สถาบัน ประจำปี 2563 (น. 190-199). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ประสิทธิ์ ไชยเวช. (2550). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

พรพิมล คงฉิม. (2554). ความพึงพอใจและความต้องการของลูกค้าที่ได้รับบริการจากบริษัท เอ็ม.เอช.อี – ดีแมก (ที) จำกัด (สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

มณีวรรณ ตันไทย. (2553). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการขององค์การบริหารส่วนตำบลดอนคา อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต) กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี.

ศิริพร สุภโตษะ. (2560). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อและกระบวนการตัดสินใจของผู้บริโภค.กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ศิริวรรณ เสรีรัตน์, ปริญ ลักษิตานนท์, และ ศุภร เสรีรัตน์. (2541). การบริหารการตลาดยุคใหม่. กรุงเทพฯ: ธีระฟิล์มและไซแอนซ์.

สุธาดา สนธิเวช. (2551). ความพึงพอใจของพระสงฆ์ต่อการบริหารจัดการโรงพยาบาลสงฆ์ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สุรีพร ศรีสมบัติ. (2562). พฤติกรรมการบริโภคขนมไทยในมุมมองของนักท่องเที่ยว. วารสารวิทยาการจัดการ, 6(2), 45–58.

หลุย จำปาเทศ. (2533). จิตวิทยาอุตสาหกรรม. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เหมชาติ สุวพิช. (2562). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจและพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค. วารสารวิชาการบริหารธุรกิจ, 8(1), 45-60.

อภิญญา ศรีสวัสดิ์. (2564). ภาพลักษณ์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของขนมไทย (โครงการวิจัย). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สืบค้นจาก https://ir.swu.ac.th/

Booms, B. H., & Bitner, M. J. (1981). Marketing Strategies and Organization Structures for Service Firms. In J. H. Donnelly & W. R. George (Eds.), Marketing of Services (pp. 47–51). Chicago, IL: American Marketing Association.

Engel, J. F., Kollat, D. T., & Blackwell, R. D. (1968). Consumer behavior. New York, NY: Holt, Rinehart and Winston.

Hanna, N., & Wozniak, R. (2001). Consumer behavior: An applied approach (4th ed.). Upper Saddle River, NJ: Prentice Hall.

Kotler, Keller and Chernev (2022). Kotler, P., Keller, K. L., & Chernev, A. (2022). Marketing management: Analysis, planning, and control (16th ed.). Harlow, UK: Pearson Education.

Kotler, P. (1967). Marketing Management: Analysis, Planning, and Control. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.

Schiffman, L. G., & Kanuk, L. L. (1987). Consumer behavior (3rd ed.). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.

Schiffman, L. G., & Kanuk, L. L. (1994). Consumer behavior (3rd ed.). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.

Solomon, M. R. (2009). Consumer behavior. Buying, having, and being (8th ed.). Upper Saddle River, NJ: Pearson Prentice Hall.

Yamane, T. (1973). Statistics. An introductory analysis (3rd ed.). New York, NY: Harper and Row.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-29

รูปแบบการอ้างอิง

กล่อมมณี ส., แสงทอง ม., & หลักคำ พ. (2026). พฤติกรรมและความพึงพอใจต่อการบริโภคร้านขนมไทยโมเดิร์น ในจังหวัดปทุมธานี. วารสารบริหารธุรกิจราชมงคลสุวรรณภูมิ, 3(1), 1–21. https://doi.org/10.14456/jburus.2026.1

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย